Posted in: ความหมายไพ่ยิปซี
ความหมายไพ่ชุด Gay tarot
The fool การยอมรับ และการแสดงออกในความเป็นตัวของตัวเอง คือการเดินทางเพื่อค้นหาตัวตนที่แท้จริงอย่างหนึ่ง, การเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆและการผจญภัยอันน่าตื่นเต้น, ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามนิกายของศาสนา, การไปให้ไกลโพ้นจากกฎระเบียบแบบแผนของสังคม
The Magician การอยู่อย่างสมบูรณ์ คนที่สร้างสรรค์ชีวิต ไม่ใช่บุคคลที่จะยอมเฉยๆจนถอยหลังเข้าคลอง, ความคิดสร้างสรรค์, ความสามารถพิเศษ, การทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น
The Intuitive การจริงใจต่อตนเอง ย่อมจะทำให้รู้จิตใจตนเอง, การมองจากภายในเพื่อหาคำตอบ, การมีสมาธิ, การหยั่งรู้, การสำรวจในสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ถูกปิดบังโดยทั่วไป
The Protector การทะนุถนนอมสิ่งอื่นๆคือแบบฝึกหัดที่ดีในการทะนุถนอมต่อตนเอง, สัญชาติญาณของพ่อและแม่, การดูและรักษาบ้าน ครอบครัว หรือสภาพแวดล้อมในแง่บวก, การทำให้โครงการบรรลุผล
The Emperor บางครั้ง คนมีอำนาจจำต้องมีความเมตตาด้วย, องกร, การมอบหมายคำสั่ง, บุคคลที่มีอำนาจ, การมีแบบแผนในการจัดเคตรียมโครงสร้างของโครงงานต่างๆ
The Priest การช่วยเหลือคนอื่นๆได้ดีที่สุด คือการช่วยให้เขาตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง, ความฉลาด, คำปรึกษา, คำสัญญา, พิธีการต่างๆ
The Lovers ความสัมพันธ์มักจะมีความแตกต่างปนอยู่ด้วยเสมอ, ความสัมพันธ์ที่แนบแน่น, การมองเห็นเรื่องราวทั้งสองแง่มุม, ความยืดหยุ่น
The Chariot ระหว่างชีวิตที่สูงและต่ำ ให้มั่นใจไว้ว่า คุณมีความสุขกับชีวิตที่สูง, การได้รับชัยชนะ หรืออยู่เหนือผู้อื่น, มีความสามารถในการจัดการหลายอย่าง, ขยันในหน้าที่ หรืองานเกี่ยวกับเครื่องยนต์
Justice จวบจนทุกวันนี้ เกย์ยังเป็นเหยื่อของความยุติธรรม, การตัดสินที่ลำเอียง, การตัดสินที่เกินควร หรือแนวโน้มเอียงไปอีกทาง, รู้สึกถูกจำกัดด้วยความคิดของคนอื่นๆ
The Hermit การที่จะเข้าใจสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างแท้จริง บางครั้งคุณจำต้องหนีห่างจากมัน, มุมมองที่ได้เปรียบ, ความโดดเดี่ยว, การเรียนรู้
The Wheel of Life ถ้าชีวิตที่อยู่ตรงเส้นขอบทำให้คุณมึนงง ปวดหัว ลองย้ายมาอยู่ตรงกลางสิ การรับทราบถึงวงจรชีวิต การสงบใจ (อุเบกขา) การเปลี่ยนแปลงแห่งโชคชะตา ผู้นำทางจากอนาคตของคุณหรือ อดีตจากตัวคุณ
Strength การทำไปตามอารมณ์ ดีกว่าการยับยั้งชั่งใจ นั้นคือกุญแจของไพ่ใบนี้ การหาทางออกกำลังกาย (หรือระบายอารมณ์) ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายสำหรับการเพิ่มพลังงานในตัวคุณ
The Hanged Man การอยู่ชั่วขณะ การหมกมุ่นสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างเต็มที่ในขณะนั้น ชัยชนะที่ยังไม่มา, การมองเห็นสิ่งหนึ่งจากมุมใหม่ๆ
Death จุดจบคือการเริ่มต้น ช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตได้จบลง, การยอมรับถึงความเสียใจสูญเสีย, ช่วงหนึ่งของชีวิตคุณนั้นมีการใช้งานมานานเกิน
Temperance การปรุงผสมกันเล็กน้อย การผสมผสานสิ่งที่ต่างกันเพื่อสร้างสิ่งใหม่ๆ ,การพอประมาณ หรือการบรรเทา ,ความยืดหยุ่น
Self-Hatred กับดักในการหลีกหนีคนกลุ่มน้อย การไม่รู้สึกถึงการยอมรับในหน้าที่แบบอย่างของสังคม ,มีความเป็นตัวของตัวเองน้อย
Revelation ขณะที่การบอกความจริงกับบุคคลใกล้ตัวเป็นสิ่งที่ดี แต่มันจะเป็นประสบการณ์ที่เจ็บปวดสำหรับคุณ การบอกความจริงกับคนใดคนหนึ่งด้วยความไม่เต็มใจ, ความจำเป็นในการที่ต้องทำลายถึงสถานะบางส่วน (ที่ได้กำหนดไว้ –โควต้า) ,ความคิดใหม่ๆที่มาจากความรู้สึกแย่ๆของคนอื่น
The Star จิตวิญญาณคือของจริง ความหวัง ท้องฟ้าแจ่มใส, ทุกอย่างปลอดโปร่ง (จริงๆคือทุกอย่างมัน clear) ,การอยู่ข้างใต้หรืออยู่เหนือจิตวิญญาณ (ในหนังสือใช้คำว่า Spirit) ,ความฝันที่กลายเป็นจริง
The Moon ความรู้สึกทางเพศบางทีจะนำไปสู่ความแตกต่าง ความไม่สมเหตุผลของโลกบางทีก็เป็นเรื่องน่ากลัว ความคิดสร้างสรรค์, มีสัมผัสถึงสิ่งลึกลับ, การมีเพศสัมพันธ์ ,ความคิดสร้างสรรค์ที่มาจากภวังค์
The Sun สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตมีรากฐานมาจากความสามัญ การมองโลกในแง่ดี ,ความธรรมดา การพอใจในผลงานที่ทำได้ออกมาดี, ความสนิทคุ้นเคย
Beyond Judgment การยอมรับในตัวตนมักมาก่อนการมีอิสระ การมีอิสระที่มาจากความคาดหมายของผู้อื่น, การพยายามทำให้ตำแหน่งทางสังคมของตนดีกว่าคนอื่น, ความคิดคำนึงถึงผู้อื่น, ความภูมิใจ
The World ชีวิตสามารถเป็นได้ทั้งภาระที่หนักหน่วงหรือความสุขอย่างหนึ่ง ทุกอย่างอยู่ที่คุณ การอยู่เหนือสถานภาพที่เป็นอยู่ด้วยการเปลี่ยนมัน ,หรือการยอมรับว่าบางสิ่งมันเปลี่ยนไมได้
Tags: เรียนไพ่ยิปซี, ไพ่ทาโรต์, ไพ่ยิปซี
Posted in: ดูดวงทายนิสัย
เผลอแป๊บเดียวสิ้นปีอีกแล้ว ปีหน้าเป็นปีเสือ บ้างก็ว่าเสือหมอบ บ้างก็ว่าเสือดุ จริงเท็จประการใด จะละเหี่ยใจหรือหัวใจพองฟู
คงต้องให้เหล่าหมอดูดังช่วยตรวจดวงเมือง คาดการณ์ดูดาวบนท้องฟ้าว่าอย่างไรมาอ่านกันได้ ณ บัดนี้
ครึ่งปีแรกการเมืองยังไม่นิ่ง
หมอดอน-ชัชวาล เผ่าสวัสดิ์ หมอดูรุ่นใหม่ไฟแรง ที่มีงานหลักเป็นทนายความ เป็นนิติกร 8 อยู่ที่บริษัท ทีโอที ส่วนงานอดิเรกรับดูดวงยามว่าง ดูไปดูมาลูกค้าปากต่อปากกันจนคิวยาวเหยียด สำหรับดวงปีหน้าเฉพาะครึ่งปีแรก ในแง่การเมืองนั้น จะมีการเปลี่ยนแปลงคณะรัฐมนตรีในตำแหน่งสำคัญๆ รวมทั้งอาจมีการแต่งตั้งตำแหน่งพิเศษเฉพาะกิจทางการเมือง ซึ่งจะส่งผลดีในช่วงสั้นๆ ก่อนจะกลายเป็นปมขัดแย้งของรัฐบาล-ฝ่ายค้าน อาจมีผลที่น่ากลัวตามมา เช่น การข่มขวัญให้ตื่นตระหนกและการใช้กำลังมวลชนเข้าห้ำหั่นกัน แต่ไม่รุนแรง
ครึ่งปีหลังระวังอุบัติเหตุหมู่
บรรยากาศในบ้านเมืองยังชวนให้ไม่น่าไว้วางใจ อาจมีข่าวเศร้าสะเทือนใจจากเหตุการณ์การสูญเสียโดยอุบัติเหตุหมู่ หรือการสูญเสียทรัพย์สินและชีวิตครั้งใหญ่ จะมีฝูงชนออกมาท้าทายอำนาจรัฐมากขึ้น ทำให้บรรยากาศทางการเมืองไม่ค่อยจะดีนัก อาจมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งสำคัญๆ ได้ ระวังทาง 3 จังหวัดภาคใต้จะมีการก่อการร้ายรุนแรง การซุ่มทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐรายวันมีให้เห็นมากขึ้น พี่น้องประชาชนควรอยู่ในที่ตั้งส่วนตัวมากกว่าจะไปอยู่รวมกลุ่มในหมู่คณะใดๆเศรษฐกิจปีหน้า พี่น้องประชาชนยังคงต้องทุกข์เรื่องการเงินการทอง ธุรกิจโดยรวมไม่สู้ดี รวมทั้งการเงินการธนาคาร นักเล่นหุ้นทั้งหลายให้ระวังความผันผวนที่จะเกิดขึ้น แต่เมื่อเข้ากลางปีไปแล้ว ธุรกิจมีเกณฑ์ฟื้นตัว แต่โดยรวมอยู่ในเกณฑ์ลบมากกว่าเกณฑ์บวก
ดีขึ้นแต่ยังไม่ 100%
“ทศพร ศรีตุลา” หรือ “ซินแสช้าง” ซินแสหนุ่ม (น้อย) ที่ชื่อกำลังดังอยู่ในแวดวงนักธุรกิจการเมือง ด้วยมาดของซินแสไฮเทคโนโลยี เครื่องไม้เครื่องมือทันสมัยตั้งแต่ PDA ไอโฟน โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ภาพถ่ายแผนที่ดาวเทียม และกูเกิลเอิร์ท รวมทั้งอีกมากเพื่อใช้ประกอบการทำนายทายทัก สำหรับดวงปีหน้าโดยรวมจะดีขึ้น และจะดีแบบเต็ม 100% ในปี 2554บอกตามดาว ปีหน้าดาวพฤหัสบดีย้ายจากราศีกุมภ์เข้าราศีมีน ตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย. เล็งพระเสาร์ ร่วมมฤตยู ในเดือนเม.ย.ปีหน้าจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือพลิกผันครั้งสำคัญเกิดขึ้น เพราะพฤหัสบดีกับเสาร์ถือเป็นดาวชุดแห่งการผลัดเปลี่ยน จะมีสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้น และสิ่งใหม่นั้นน่าจะเป็นเรื่องดี
“พฤหัสฯ ในราศีมีนทำมุมวินาศกับดวงเมือง จะมีการเช็กอัพอะไรหลายอย่าง และจะเป็น “บิ๊กเคส” อีกครั้งหนึ่ง อาจมีการรื้อฟื้นหรือวางระบบใหม่อย่างใดอย่างหนึ่ง มีการประกาศตัวอย่างเป็นทางการ การตัดสินใจเลือกว่าจะเอาหรือจะไปทางใดทางหนึ่งที่ชัดเจน” ซินแสช้าง กล่าว
รอรุ่งปี 2554
ซินแสช้างห่วงในช่วงก่อนเดือนเม.ย. โดยเฉพาะช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือนม.ค. ที่ดาวหลายดวงจะมาชุมนุมกัน โดยเฉพาะดาวพุธที่โคจรผิดปกติในช่วงนั้น อาจทำให้การสื่อสารผิดพลาดเกิดความเข้าใจผิดและบานปลาย หากผ่านช่วงนี้ไปได้ก็ฉลุยไปถึงเดือนเม.ย. ซึ่งหลังจากตัดสินใจเปลี่ยนแปลงหรือผลักดันสิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในเดือนนี้ได้แล้ว บ้านเมืองจะเดินต่อได้ และรุ่งสุดๆ ในเดือนเม.ย. ปี 2554 เมื่อพฤหัสบดีย้ายสู่ราศีเมษ
สำหรับเศรษฐกิจปีหน้าเป็นความหวือหวาของราหู ซึ่งย้ายสู่ราศีธนู ทำมุมศุภะกับดวงเมือง หมายถึงโชคลาภและโอกาสที่จะมาจากต่างประเทศ การท่องเที่ยวเริ่มพลิกฟื้น แต่ตัวเงินจริงๆ ต้องพิจารณาดาวศุกร์ ซึ่งมีเกณฑ์เดินผิดปกติในช่วงเดือนต.ค.-ธ.ค. เพราะฉะนั้นใครที่ทำเยียร์แพลนอยู่ตอนนี้ ต้องระวังและวางแผนให้ดีสำหรับควอเตอร์สุดท้าย
แก้ชงปีขาล
“ปีหน้าเป็นปีที่มีความหวัง ถ้าเป็นกราฟก็เป็นกราฟขาขึ้น อสังหาริมทรัพย์เริ่มดี แต่จะดีเต็มที่ในปี 2554 ธุรกิจท่องเที่ยวโรงแรมเริ่มดี ภาคการเกษตรผลผลิตลด ดินฟ้าอากาศมีปัญหา ส่วนธุรกิจที่ดีคือสายบันเทิง แสงและเงา ดารา นวัตกรรม สิ่งใหม่ๆ และเครือข่ายการสื่อสาร” ซินแสช้าง กล่าว
สำหรับชงขาล หรือคนที่ดวงชงปีขาล เรียงจากน้อยไปหามาก คือ กุน-ขาล-มะเส็ง-วอก คนกรุงเทพฯ ไปไหว้เจ้าตามวัดจีน เพื่อนำดวง (วันเดือนปีเกิด) ฝากไว้ที่วัด พระที่วัดก็จะสวดให้เราทุกวัน ส่วนคนต่างจังหวัดที่ไม่สะดวกเดินทางไปวัดจีน ก็ไปที่โบสถ์เพื่อเขียนชื่อและดวงชะตาฝากไว้กับฐานพระประธานได้เหมือนกัน หรืออีกวิธีหนึ่งซินแสช้างบอกว่าได้ผลดีคือทำเองเลย นั่นคือฝากไว้กับหิ้งพระที่บ้าน วิธีนี้จะตอกย้ำเราให้ต้องสวดมนต์ไหว้พระและมีสติในทุกๆ วัน นี่ล่ะวิธีแก้ชงที่ดีที่สุด
ปี 2553 เศรษฐกิจสดใส…การเมืองยังไม่นิ่ง
ด้านหมอดูหน้าหยก คฑา ชินบัญชร เปิดดวงจากไพ่ยิปซี บอกว่าปีหน้าเป็นปีเสือดินที่เป็นเสือซุ่ม ถือว่าเป็นปีที่ดีกว่าปี 2552 เป็นปีที่พอจะหาจังหวะโอกาสจากการทำธุรกิจได้ โดยภาพรวมทางเศรษฐกิจดูดีขึ้น แต่จะยังได้รับผลกระทบทางการเมืองอยู่บ้าง หลังเดือนมิ.ย. ไปการเมืองจะนิ่งขึ้น เศรษฐกิจครึ่งปีหลังจะเริ่มขยายตัวหลายคนจะเริ่มตั้งหลักได้ การท่องเที่ยว การส่งออก การเกษตร จะเด่นเป็นพิเศษ ด้านราคาทองคำกลางปีหน้าคาดว่าจะขึ้นถึง 2 หมื่นบาท
ปีเสือธาตุดิน หากคิดจะลงทุนทางด้านที่ดิน ทองคำ และ อสังหาริมทรัพย์ จะมีแนวโน้มเรื่องที่ดิน โดยเฉพาะการจับบ้าน คอนโดมิเนียมมือสอง มาปรับปรุงแล้วขายต่อ จะเป็นการทำกำไรที่ดีได้ ส่วนการเมืองยังคงมีความขัดแย้งจนถึงกลางปี โดยอาจมีความวุ่นวาย แต่ครึ่งปีหลังจะเริ่มนิ่ง
ข้อควรระวังคือการเดินทางทางน้ำเพราะเป็นปีเสือธาตุดิน ดินดูดน้ำ การเดินทางทางน้ำให้ระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเรื่องแผ่นดินไหว ภัยธรรมชาติที่ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงใต้ จะมีผลกระทบช่วงเดือนพ.ค-ส.ค ส่วนปัญหาชายแดนภาคใต้จะถูกแก้ไข หากยังคงมีปัญหาเรื้อรังต่อเนื่องยุทธวิธีไม่ถี่แต่รุนแรง
ต้นปีทั้งปีใหม่ไทย ปีใหม่จีน ควรพกยันต์ฮู้เป็นยันต์สีส้ม ไปเช่าได้ที่ศาลเจ้าพ่อเสือ หรือไปไหว้พระธาตุช่อแฮ ที่ จ.แพร่ เป็นพระธาตุประจำปีขาล ตามตำนานล้านนา ปีหน้าฟ้าใหม่มาเจอกันใหม่ จะปีนี้หรือปีไหนขอให้ดวงดี ดวงเฮง ร่ำรวย ไร้โรคภัย มีความสุขด้วยกันทุกท่านทุกคน
ไหว้พระเสริมกำลังใจ
หมอดอน กล่าวว่า แม้จะเกิดปัญหารุมเร้า แต่เราเป็นชาวพุทธซึ่งมีที่พึ่งทางใจ ได้ไปสักการบูชาแล้วอย่างน้อยก็มีผลบวกต่อจิตใจ โดยในปี 2553 นี้แนะนำให้ไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเสริมดวงในแต่ละด้านดังนี้
1.เรื่องการเงิน…ปลดหนี้ อยากดวงดีเรื่องการเงิน ควรไปไหว้หลวงพ่อโสธร, วัดไร่ขิง, วัดบางพลีใน จ.สมุทรปราการ, วัดบ้านแหลม จ.สมุทรสงคราม และวัดเขาตะเครา จ.เพชรบุรี
2.เรื่องค้าขาย หน้าที่การงาน ไหว้พระพิฆเนศวร พระเจ้าตากสินมหาราช รัชกาลที่ 5
3.เรื่องความรัก ไหว้พระตรีมูรติ ท้าวมหาพรหม
4.เรื่องโชคลาภ ไหว้ช้างสามเศียร จ.สมุทรปราการ หลวงพ่อปากแดง จ.นครนายก พุ่มพวง ดวงจันทร์ จ.สุพรรณบุรี
5.ให้ผ่านอุปสรรค-ชนะศัตรู ไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือ ถนนตะนาว เขตพระนคร
ที่มา Posttoday.com
Posted in: ดูดวงทายนิสัย
ดวง ประเทศไทย 2553 (1)
…….ถึงเวลาใกล้สิ้นปีเก่า และขึ้นปีใหม่อีกรอบแล้ว ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งเทศกาลคริสต์มาส (Christmas) และปีใหม่ (New Year) อีกทั้งเป็นเทศกาลพยากรณ์ของสำนักต่างๆ ไม่ว่าจะโดยนักการเมือง นักรัฐศาสตร์ นักเศรษฐศาสตร์ นักธุรกิจ หรือเหล่าบรรดาหมอดูหมอเดาต่างๆ รวมทั้งนักโหราศาสตร์ ช่วงนี้จึงเห็นหนังสือและคำทำนายดวงเมืองปี 2553 เกลื่อนกลาด
-= 1.ทบทวนคำทำนายปี 2552=-
ดวงดาวบนท้องฟ้าในปีที่ผ่านมาพิสูจน์อีก ครั้งว่าสามารถให้ข้อมูลสถานการณ์บ้านเมืองของเราได้เป็นอย่างดี โดยเป็นไปตามคำทำนายที่ให้ไว้เมื่อปลายปีก่อนและต้นปีนี้ ซึ่งขอนำข้อความบางส่วนที่เคยทำนายไว้มาสรุปดังต่อไปนี้
- แม้ว่าได้เปลี่ยนขั้วการเมืองไปแล้ว ….. แต่ความขัดแย้งและแตกแยกในหมู่ชนชั้นปกครองยังไม่จบสิ้น รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ยังต้องเผชิญกับการท้าทายของเหล่าสมุนและลิ่วล้อของ ระบอบทักษิณที่ไม่ยอมเลิกราหรือวางมือ ….. ระบอบทักษิณกำลังดิ้นรนด้วยลมหายใจเฮือกสุดท้าย ต้องการพลิกเกมการเมืองให้มีการยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ ส่วนนายอภิสิทธิ์ก็คงตอบโต้ด้วยการพยายามนำตัวอดีตนายกฯ ท่านนี้กลับเมืองไทยเพื่อขึ้นศาล ….. การต่อสู้กันทางด้านกฎหมายและในกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งศาลสถิตยุติธรรม ยังมีให้เห็นตลอดทั้งปี 2552 อีกทั้งระดับความเข้มข้นก็ไม่ลดลง
- พฤหัสจะช่วยหนุนฐานะและเสถียรภาพของรัฐบาลในปี 2552 ทำให้รัฐบาลและผู้นำประเทศสามารถบริหารงานได้ราบรื่นขึ้นกว่ารัฐบาลชุดก่อน ที่ผ่านมา อีกทั้งช่วยให้ความขัดแย้งและแตกแยกในสังคมลดน้อยลงระดับหนึ่ง
- มุมกุมระหว่างมฤตยูจร (Uranus Transit) กับศุกร์ (Venus) ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุทางการเมืองขึ้นได้ ….. มุมนี้บอกถึงอุบัติเหตุ การพลิกผัน หรือการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองแบบฉับพลันหรือคาดไม่ถึง รวมทั้งการประท้วงต่างๆ นานาทางการเมือง โดยมุมนี้จะแนบแน่น (ภายใน 1 องศา) ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 4 พฤษภาคม 2552 (ซึ่งตรงกับเหตุการณ์ไม่สงบในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา)
- รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์จะเผชิญกับความเคลื่อนไหวหรือแรงกระเพื่อมต่างๆ ในปี 2552 อีกทั้งไม่มีเวลาให้ตั้งตัว เพราะหลังรับตำแหน่งได้เพียงเดือนเศษๆ ก็จะเผชิญกับการท้าทายของเรื่องราวต่างๆ มากมาย ทำให้อยู่นิ่งเฉยไม่ได้ โดยความเคลื่อนไหวค่อนข้างสูงในช่วงกุมภาพันธ์ – พฤษภาคม
- การเมืองในปี 2552 ยังขาดเสถียรภาพ มีการต่อสู้แย่งชิงอำนาจกันอย่างถึงพริกถึงขิง ความขัดแย้งและแตกแยกในหมู่ชนชั้นปกครองยังไม่เจือจางหรือหายไปไหน อีกทั้งการต่อสู้ระหว่างนายกฯ อภิสิทธิ์กับอดีตนายกฯ ทักษิณจะเผ็ดร้อนขึ้น อย่างไรก็ตาม บุคลิกนิสัยใจคอที่เยือกเย็นกว่า นายสมัคร สุนทรเวช ของนายกฯ คนใหม่ ประกอบกับการโคจรของดาวพฤหัสในเรือนชะตาที่ 10 น่าจะช่วยลดอุณหภูมิทางการเมืองได้ในระดับหนึ่ง
-= 2. เสถียรภาพทางการเมืองปี 2553=-
ดวงดาวให้ข้อมูลว่าการเมืองไทย ปลายปีนี้จนถึงช่วงแรกของปีหน้ามีการเคลื่อนไหวกันคึกคัก เพราะไม่เพียงเสาร์ (Saturn) กำลังโคจรเข้าเล็ง (oppose) หรือทำมุม 180 องศาแนบแน่น (ภายใน 1 องศา) กับพุธ (Mercury) ในเรือนชะตาที่ 11 ของดวงเมือง (อันเกี่ยวกับเรื่องการเมือง รัฐธรรมนูญ รัฐสภา และ/หรือการเลือกตั้ง) แต่พลูโต (Pluto) ก็กำลังโคจรเข้าตั้งฉาก (square) หรือทำมุม 90 องศาแนบแน่น (ภายใน 1 องศา) กับตำแหน่งนี้ด้วยเช่นกัน ช่วงนี้จึงมีข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีปรากฏ
มุมตั้งฉากพุธของพลูโตจรอยู่กับเรานานพอสมควร เพราะจะแนบแน่น (ภายใน 1 องศา) ระหว่างวันที่ 14 มกราคม – 9 กรกฎาคม 2553 และวันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 – 14 มกราคม 2554 บอกถึงความขัดแย้งรุนแรงทางการเมืองและ/หรือความคิดเห็นทางการเมืองตลอด ครึ่งแรกของปีหน้า อีกทั้งพลูโตจรก็จะตั้งฉากแนบแน่น (ภายใน 1 องศา) กับเนปจูน (Neptune) ซึ่งเป็นดาวครอง (ruler) เรือนชะตาที่ 11 ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 17 พฤษภาคม 2553 และวันที่ 23 ธันวาคม 2553 – 26 กุมภาพันธ์ 2554 ตอกย้ำถึงความขัดแย้งและสับสนวุ่นวายทางการเมือง
มุมตั้งฉากของพลูโตจรกับพุธให้ความหมายที่คล้ายกับมุมตั้งฉากของพลูโตจร กับศุกร์ (Venus) ในเรือนชะตาที่ 11 ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างปี 2548 – 2549 เพราะทั้งพุธและศุกร์ต่างตั้งอยู่ในเรือนชะตาเดียวกัน ในขณะที่ศุกร์หมายถึงความสมานฉันท์หรือความปรองดอง พุธหมายถึงความคิดเห็นและการเจรจา เมื่อเป็นเช่นนี้ ความแตกแยกในรอบนี้จึงเน้นเรื่องอุดมการณ์หรือความคิดเห็นทางการเมืองที่ ต่างกัน ซึ่งเห็นได้จากความพยายามในการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือการเรียกร้องให้ปฏิรูป ระบบการเมืองของไทย เพราะกรอบและโครงสร้างการเมืองไม่เหมาะสมอีกต่อไป เป็นต้นตอแห่งความแตกแยกในสังคมที่กว้างขวาง รุนแรง และต่อเนื่อง จนยากจะหาทางออก
หากจำกันได้ มุมพลูโตจรตั้งฉากกับศุกร์ระหว่างปี 2548 – 2549 ทำให้การเมืองไทยร้อนแรง แม้ว่าพรรคไทยรักไทยได้ชนะการเลือกตั้งขาดลอยเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2548 ก็ตาม การต่อต้านรัฐบาลของ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ที่เล่นพรรคเล่นพวกและฉ้อราษฎร์บังหลวงอย่างกว้างขวางและโจ๋งครึ่มเริ่มขึ้น หลังเลือกตั้งได้ไม่นาน ความไม่พอใจขยายวงกว้างขึ้นตามลำดับโดยมี นายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นแกนนำกลุ่มต่อต้านรัฐบาล จนกลายเป็นกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและพรรคการเมืองใหม่ใน ปัจจุบัน
การประกาศขายหุ้นกลุ่มชินคอร์ปให้แก่กองทุนเทมาเส็กของสิงคโปร์โดยไม่ เสียภาษีเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2549 กลายเป็นฟางเส้นสุดท้าย ทำให้สถานการณ์การเมืองร้อนระอุขึ้นแบบเอาไม่อยู่ ทั้งในและนอกรัฐสภา จนอดีตนายกฯ ทักษิณต้องแก้เกมด้วยการประกาศยุบสภาเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2549 เพื่อหนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้าน แต่ก็ถูกพรรคการเมืองฝ่ายค้านต่อต้านด้วยการคว่ำบาตรหรือไม่ส่งผู้สมัครรับ เลือกตั้ง เพราะเห็นว่าระยะเวลาเตรียมตัวนั้นกระชั้นชิด เป็นการเอารัดเอาเปรียบ อีกทั้งปัญหาก็ไม่ได้เกิดจากรัฐสภา แต่เป็นความผิดพลาดและปัญหาส่วนตัวของอดีตนายกฯ ทักษิณเอง
การเลือกตั้งที่ตามมาเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2549 จึงถูกประชาชนจำนวนมากคว่ำบาตรด้วยการไม่ลงคะแนนเสียงโดยการกาช่อง “ไม่เลือกใคร” ที่เรียกว่า “โนโหวต” ทำให้หลายสิบเขตไม่มีผู้แทนราษฎร จนต้องมีการเลือกตั้งกันใหม่ แต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (ก.ก.ต.) ก็ถูกสังคมเพ่งเล็งถึงการขาดความเป็นกลางในการจัดการเลือกตั้งซ่อมของวันที่ 23 เมษายน 2549 รวมทั้งการเลือกตั้งที่ผ่านไป เพราะเอื้อประโยชน์ให้พรรคไทยรักไทยชัดเจน
พรรคฝ่ายค้าน รวมทั้งประชาชนที่ไม่พอใจจำนวนมาก จึงได้รวมตัวกันนำเรื่องขึ้นฟ้องร้องต่อศาลต่างๆ รวมทั้งผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา จนศาลรัฐธรรมนูญได้ประกาศเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2549 ให้ผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2549 เป็นโมฆะและกำหนดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 15 ตุลาคม 2549 ส่วนกรรมการกกต. 3 คนก็ถูกศาลอาญาพิพากษาว่าปฏิบัติหน้าที่มิชอบ โดยการเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคไทยรักไทย เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2549 แต่ยังไม่ทันถึงวันเลือกตั้ง ก็เกิดการปฏิวัติรัฐประหารในวันที่ 19 กันยายน 2549 เป็นการฉีกรัฐธรรมนูญทิ้งอีกครั้ง
ประเด็นจึงมีว่ามุมตั้ง ฉากระหว่างพลูโตจรกับพุธในรอบนี้จะทำให้อุณหภูมิการเมืองร้อนแรงเหมือนปี 2549 หรือไม่ ? หากเป็นเช่นนั้น ก็ย่อมหมายถึงกาลอวสานของรัฐสภาและรัฐธรรมนูญ
ก่อนจะถึงช่วงที่พลูโตจรเล็งพุธแนบแน่นในปีหน้า มรสุมทางการเมืองคงก่อตัวขึ้นแล้ว เพราะเส่าร์จรจะชิงเล็งพุธแนบแน่น (ภายใน 1 องศา) ก่อน หรือตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคมศกนี้ หรือเหลือเวลาอีกเพียง 3 วันเท่านั้น ไปจนถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ปีหน้า บอกถึงปัญหา แรงกดดัน และความท้าทายทางการเมืองที่กำลังตามมา โดยเสาร์จรจะมนต์สนิท (stations) ที่ 4:39 องศาราศีตุลย์ (Libra) ในวันที่ 13 มกราคมปีหน้า ห่างจากการทำมุมเล็งพุธเพียง 8 ลิปดาเท่านั้น นอกจากนี้ ตอนที่เสาร์จรมนต์สนิท ก็ทำมุมกุม (conjunct) หรือ 0 องศากับเนปจูน (Neptune) ซึ่งเป็นดาวครอง (ruler) เรือนชะตาที่ 11 ห่าง 1:22 องศา ตอกย้ำถึงแรงกดดันทางการเมือง
ดาวอีกดวงหนึ่งที่ร่วมวงก่อกวนการเมืองในต้นปีหน้า คือ มฤตยู (Uranus) โดยมฤตยูจรจะกุมศุกร์แนบแน่น (ภายใน 1 องศา) ระหว่างวันที่ 9 มกราคม – 23 กุมภาพันธ์ 2553 มุมเดียวกันนี้ได้สร้างความปั่นปวนและโกลาหลให้บ้านเมืองมาแล้วตอนช่วง สงกรานต์ที่ผ่านมา ซึ่งกลุ่มคนเสื้อแดงได้ล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซี่ยน (ASEAN Summit) ได้สำเร็จ รวมทั้งปิดกั้นถนนและก่อกวนประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ส่วนรัฐบาลก็ต้องแก้เกมด้วยการประกาศใช้พระราชบัญญัติในสถานการณ์ฉุกเฉินและ ส่งกองกำลังทหารเข้าควบคุมสถานการณ์
มฤตยูจรจึงทำให้การเมืองขาดเสถียรภาพได้อีกในปีหน้า รวมทั้งเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองแบบไม่คาดคิด ส่วนทหารก็อาจมีส่วนร่วมในรอบนี้ด้วยเช่นกัน เหมือนตอนช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา เพียงแต่ครั้งนี้จะเป็นการปฏิวัติรัฐประหารอย่างที่หลายคนเป็นห่วงกันหรือ ไม่ ? ซึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีความเป็นไปได้ เพราะศุกร์เป็นดาวครองเรือนชะตาที่ 6 นอกจากนี้ มฤตยูยังหมายถึงการก่อกวน การประท้วง และความปั่นป่วนต่างๆ นานา
ที่มา buddythai.com
Posted in: ดูดวงทายนิสัย
เลือกเซียมซี กับเว็บ Postjung.com เลยจ้า
Tags: ดูดวง, ดูดวงความรัก, ดูดวงฟรี
Posted in: เรียนไพ่ยิปซี
ดังนั้น ด้วยหลักการคล้ายๆกัน ไพ่ในชุดเมเจอร์ อาคาน่าแต่ละใบที่มีผลรวมเลขเดี่ยว (จากเลขโรมัน)ออกมาเหมือนกันย่อมจับคู่กันเอง ทำให้พลังแห่งเลขนั้นเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว จากนั้นเลขเหล่านี้ก็จะ วิ่งไปเสริมพลังให้กับไพ่ดาวพระเคราะห์ที่เป็นเลขไทยที่มีจำนวนเลขเท่ากัน ตัวอย่างเช่น
ไพ่ The Hermit มีเลขโรมันประจำไพ่ คือ เลข 9
ไพ่ The Moon มีเลขโรมันประจำไพ่ คือ เลข 18 ดังนั้นเอา 1 + 8 = 9
จะพบว่าได้ผลของเลขเดี่ยวออกมาเหมือนกัน ส่งผลให้พลังแห่งเลขของไพ่สองใบนี้จึงรวมตัวหรือภาคีกัน จากนั้นก็วิ่งไปเสริมพลังให้ไพ่ดาวพระเคราะห์ เลข ๙ ซึ่งก็คือ ดาวเกตุ นั่นเอง
เมื่อเลข ๙ ของดาวเกตุได้รับพลังแห่งเลขเพิ่ม (อาจจะได้พลังแห่งเลขมาแค่ตัวเดียวจากไพ่ใบใดใบหนึ่งก็ได้ แต่พลังก็จะน้อยกกว่าการได้มาครบทั้งสองใบ) ย่อมส่งผลให้ ความหมายของดาวเกตุ (๙) ตามสายวิชาหาราศาตร์สยามทวีความโดดเด่นขึ้นอย่างมาก
ความหมายของดาวเกตุ (๙) ที่ถูกทำให้โดดเด่นมีพลังขึ้นนั้น สามารถเป็นได้ทั้งในทางดี และทางเสื่อม ก็คือ
ดาวเกตุ เด่น ความวิเศษ ความแปลกใหม่ ความวิจิตรพิสดาร ความแปลกประหลาดมหัศจรรย์ ความศักดิ์สิทธิ์ อภินิหาร ความขลังลึกลับ ลัทธิศาสนา มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยคุ้มครองรักษา สลับซับซ้อน ซิกแซ็ก ไม่เป็นไปตามปกติ ผิดธรรมดากับที่เห็นที่เป็นอยู่จริง การเคลื่อนไหว เคลื่อนที่ โยกย้ายต่างประเทศ ต่างถิ่น
ดาวเกตุ เสื่อม มักมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดไม่คาดฝัน ยุ่งยาก วุ่นวาย สับสน ความอาถรรพณ์นำความทุกข์มาสู่ มีวิญญาณร้ายคอยรบกวนรังควาน การอวดอุตริมนุษยชนของตนเองซึ่งนำผลร้ายมาสู่ชะตาชีวิต
ส่วนการพิจารณาว่าจะเด่นดีหรือเด่นเสื่อมนั้น ก็ต้องอาศัยวิชาระบบพลังงานในการพิจารณา ซึ่งข้าพเจ้าไม่อาจอธิบายได้ ณ ทีนี้ เพราะต้องร่ำเรียนเพียรศึกษากันอย่างเป็นจริงเป็นจังและต้องอาศัยเวลาอยู่บ้างพอสมควร ดังนั้นข้าพเจ้าจึงเลือกเฉพาะความหมายที่มีอิทธิพลต่อดวงชะตาในแบบกว้างๆ ซึ่งมักใช้เป็นคำแนะนำได้ดีทีเดียว กล่าวคือ แม้ไม่รู้วิชาระบบพลังงาน ก็สามารถเอาวิชาระบบพลังงานเบ็ดเตล็ด : ภาคพลังงานเลขศาสตร์ประจำดาวพระเคราะห์นี้ เพื่อเป็นคำแนะนำให้กับเจ้าชะตาได้ โดยจะต้องพิจารณาเงื่อนไขดังต่อไปนี้
๑) ต้องมีไพ่แทนดาวพระเคราะห์แบบโหราศาสตร์สยามปรากฏอยู่ในชุดดวง อาจจะไปอยู่ในตำแหน่งใดก็ได้ แต่ถ้าสถิตอยู่ในตำแหน่งของตนเองในผังดวง(ผังจักรวาล) ก็จะมีพลังมากขึ้นอีกเท่าตัว ชื่อของไพ่เหล่านั้นก็ดูได้ที่ตารางด้านบนของช่องที่เป็นเลขไทย ๐ – ๙
๒) ต่อมาพิจารณาว่ามีชื่อไพ่อะไร(มีทั้งไพ่แทนดาวและราศี)อยู่ด้านล่างของช่องที่เป็นเลขไทย ๐ – ๙ ซึ่งถ้าปรากฏชื่อไพ่ใบนั้นขึ้นมาในชุดดวงด้วยจึงจะนำวิชานี้มาใช้ได้ โดยไพ่ที่อยู่ในช่องด้านล่างช่องเลขไทย(เลขแทนดาวพระเคราะห์แบบโหราศาสตร์สยาม) จะมีได้สูงสุด ๓ ใบ แต่ส่วนใหญ่ จะมีแค่ ๒ ใบ ส่วนตารางใต้ช่องเลข ๐ (ดาวมฤตยู) นั้น ไม่มีชื่อไพ่อะไรทั้งนั้น (นอกจากความว่างเปล่า)
๓) เมื่อเข้าเงื่อนไขข้างต้นหมดแล้ว ที่เหลือก็คือคำแนะนำ ซึ่งข้าพเจ้าจะผูกเป็นร้อยกรองไว้ ทั้งนี้ก็เพื่อให้รู้จักตีความและคิดวิเคราะตามตรรกะด้วมสมองซีกซ้าย และรู้จักใช้จินตนาการด้วยสมองซีกขวา หากอธิบายเป็นร้อยแก้วเกรงจะยืดยาว ไม่กระชับ และคงจะไม่กระตุ้นเซลล์ใดๆในสมองเท่าใดนัก
(๐)
“ รู้จักปลงปลดวางความหวังวาด ไม่ประมาทคือพระธรรมล้ำเลอค่า
สิ่งใดมีเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นหนาย่อมมีดับกำกับตาม ”
(๑)
“ วาสนาของเรานั้นแม้ไม่เที่ยง แต่ถ้ารู้หลบเลี่ยงบาปเคราะห์หาม
รู้ชะตาฟ้าดินรู้ฤกษ์ยาม ย่อมช่วยค้ำวาสนายั่งยืนทน ”
(๒)
“ อันความคิดเรานั้นสำคัญนัก คิดแช่งชักดวงจักได้อกุศล
คิดแต่ดีพูดแต่ดีบุญจะดล ให้บังเกิดลาภผลได้ดั่งใจ ”
(๓)
“ ตนเท่านั้นเป็นที่พึ่งแห่งตนแท้ มีปัญญาเหลือแหล่อาจยากไร้
หากไม่รู้อดทนบ่นเป็นไฟ ใครต่อใครไม่หนีหายก็จองเวร ”
(๔)
“ ได้รับพรแห่งศิลป์ศาสตร์การสื่อสาร ดั่งได้ดาบจากสวรรค์มาถือเล่น
ต้องรู้จักใช้สิ่งที่มีให้เป็น วาจานั้นเท่าที่เห็นมีสองคม ”
(๕)
“ สั่งสมสรรพวิทยาทั้งแหล่หลาย ก็เพื่อใช้ประพฤติตนให้เหมาะสม
รู้เท่าทันเพื่อพอเพียงเลี่ยงอาจม แม้นทุกข์ตรมเหลือแสนก็รอดตาย ”
(๖)
“ สมกับที่ตัณหาพามาเกิด ใจจึงเปิดอ้ารับกามทั้งหลาย
มีรสรูปเสียงกลิ่นสัมผัสกาย ยามจะตายให้ระวังนรกจอง ”
(๗)
“ มาถึงทางที่ขวางกั้นด้วยขุนเขา จะอ้อมเอาหรือจะปีนมีแค่สอง
แม้มีปัญ-ญามาก-มายก่ายกอง ถึงครานี้มันสมองแพ้แรงใจ ”
(๘)
“ ดีและเลวบุญและบาปของคู่โลก เป็นสิ่งที่เราพกติดตัวได้
หากชาตินี้พกดีไว้ไปสบาย ถ้าพกเลวอยู่ที่ไหนตายทั้งเป็น ”
(๙)
“ แล้วแต่บุญบารมีที่สะสม ถ้าปัจจัยมีอุดมย่อมได้เห็น
แม้นในสิ่งที่บรรยายได้ยากเย็น จะรู้เช่นเห็นชาติอย่างง่ายดาย ”
อ.ดำเกิง บุญรับ www.ztarot.net
Tags: เรียนไพ่ยิปซี, ไพ่ทาโรต์, ไพ่ยิปซี
Posted in: เรียนไพ่ยิปซี
เมื่อได้ดาวพระเคราะห์ทั้ง ๑๐ ดวงตามสายวิชาโหราศาสตร์สยามแล้ว ก็ให้จดจำไว้ว่าถ้าจะ
ใช้วิชาระบบพลังงานเบ็ดเตล็ด : ภาคพลังงานเลขศาสตร์ประจำดาวพระเคราะห์ ไพ่ดาวพระเคราะห์ ๐ – ๙ นี้จะต้องปรากฏอยู่ในชุดดวงนั้นถึงจะเข้าสู่การพิจารณาในขั้นต่อไป
๒) รวมพลังแห่งเลข(โรมัน) ของไพ่ชุดเมเจอร์ อาร์คาน่า แต่ละใบให้เป็นเลขเดี่ยว จากนั้นก็จัดให้ไปอยู่ในกลุ่มของเลขดาวพระเคราะห์(เลขไทย)
หลักเกณฑ์ในการรวมพลังแห่งเลขนี้ อาจจะต้องย้อนไปดูเทคนิคเลขซ้ำ(แต่เป็นไพ่ชุดไมเนอร์ อาร์คาน่า) ที่ข้าพเจ้าเคยอธิบายไปแล้วเพื่อเป็นการปูพื้นด้านแนวคิดพอสังเขปดังนี้
เทคนิคเลขซ้ำ
ธรรมชาติปกติของธาตุ ๔ นั้น มีวงจรดูดมารวมกัน(เสริม) และผลักกัน(พิฆาต) อยู่แล้ว ซึ่งถ้าพิจารณาเงื่อนไขของการรวมพลังแค่มิติเดียว อย่างเช่น เฉพาะมิติที่เป็นธาตุเสริมกัน อาทิ ดิน-น้ำ หรือ ลม-ไฟ เท่านั้นถึงจะรวมตัวรวมพลังกันได้ โดยในหลักวิชาได้ระบุไว้ทำนองว่า
ถ้าถามเรื่องงานได้ไพ่ 3 ไม้เท้า กับ 3 ถ้วย
ไพ่ทั้งคู่มีกำลัง(เลข)เท่ากัน รวมพลังทางความหมายเรื่องงาน ทายในทางดี แต่พอมาพิจารณาเรื่องธาตุกลับพิฆาตกัน จึงทายในทางมีอุปสรรค ความขัดแย้งซ่อนแฝงอยู่ด้วย..นี่เป็นหลักพื้นฐานในการพิจารณา
ทีนี้ถ้ายกตัวอย่างใหม่เป็นไพ่ 2 เหรียญ กับ 2 ไม้เท้า บ้าง โดยเป็นคำถามเรื่องความรัก จะพบว่าตามหลักพื้นฐานนั้น ธาตุของไพ่ทั้งสองตีกันเอง รวมกันไม่ได้ แต่ในกรณีวิชาเลขซ้ำนั้นกลับต่างออกไป ดังนี้
พลังของเลขที่เหมือนกัน ก็เหมือนกับเราเป็นพวกเดียวกัน เป็นครอบครัวเดียวกัน เลขเหมือนกันก็ย่อมพยายามที่จะรวมกลุ่มของตัวเองเช่นกัน(เช่นเดียวกับธาตุเดียวกันที่ต้องการรวมตัวกัน) แต่ถ้าเลขมันยังเป็นส่วนหนึ่งของธาตุในไพ่แบบเดิมนั้นย่อมไม่อาจรวมกันได้ มันจึงได้ดีดตัวเองออกมา ออกมาเฉพาะพลังแห่งเลข ไม่เอาพลังธาตุมาด้วย ทำให้ไม่ว่าไพ่เลขซ้ำจะอยู่ตำแหน่งใดของผังเซลติก ครอส มันก็รวมกันได้โดยมาสนใจตำแหน่งหรือปัจจัยอื่นใดทั้งนั้น …ลองคิดตามดูว่า ถ้าไพ่เลขซ้ำ ๒ ใบอยู่ตำแหน่งที่ 10 กับ ตำแหน่งที่ 7 และอาจเป็นธาตุเสริมกันได้ด้วยเช่น 2 เหรียญ กับ 2 ถ้วยก็ตาม แต่ระยะทางไกลกันย่อมไม่อาจเชื่อมพลังรวมกันได้ตามระบบพลังงาน(ภาคธาตุ) เพราะติดที่ตำแหน่งมันบังคับไว้ไม่ให้มาเจอกันนั่นเอง แต่ถ้าพลังของเลขแยกตัวออกมาย่อมให้ผลต่างออกไปคือ
เมื่อพลังของเลขดีดตัวออกมาจากแรงบังคับของตำแหน่ง พลังความหมาย และพลังธาตุแล้ว มันก็จะเป็นอิสระ จากนั้นก็เกิดการรวมพลังเลข ดังตัวอย่างเช่น
2 เหรียญ + 2ไม้ เท่ากับ 4
ถามเรื่องความรัก เท่ากับเป็น 4 ถ้วย
จากนั้นก็ดูองค์รวมว่าจะออกคำทำนายไปในแนวใด และ 4 ถ้วยนั้นสอดคล้องสนับสนุนได้หรือไม่ ซึ่งต้องสอดคล้องกันจึงจะทำนายได้
กรณีที่มีไพ่เลขซ้ำ 2 ชุด เช่นมีเลขซ้ำเพิ่มมาเช่น 3 ไม้เท้า + 3 ถ้วย เท่ากับ 6 ถ้วย ดังนั้น เอาความหมายของผลลัพธ์ คือ 4 ถ้วย กับ 6 ถ้วย มาพิจารณาทิศทางการเดินพลังได้ดังนี้
4 ถ้วย กับ 6 ถ้วย เป็นพลังธาตุเดียวกัน(น้ำ) กำลังน้อยย่อมไปหากำลังมาก
4 ถ้วย à 6 ถ้วย หมายถึง 4 ถ้วยไปเสริมความหมาย 6 ถ้วยที่เป็นหลัก แบบนี้ทายว่า มีคนเข้ามา มีความรักเข้ามาหา
จากนั้น ธาตุเดียวกันย่อมเสริมรวมกันได้จึงเอาเลขผลลัพธ์มารวมกันอีกทอดหนึ่ง คือ 6+4 จึงเท่ากับ 10 ถ้วย(หรือจะใช้เป็น 1 ถ้วยก็ได้ แต่ต้องพิจารณาทิศทางไพ่เป็นองค์รวม) หมายถึง การสนิทสนมมากขึ้น การได้มีคนรัก การมีครอบครัว (กรณีนี้เป็นคำตอบของคำถามที่ ๑ ข้างล่างครับ)
ตามตัวอย่างที่ยกมาข้างต้นนั้น ยังมีความจำเป็นที่จะต้องพิจารณาความหมายองค์รวมก่อนด้วย เช่น ถ้ามีแนวโน้มบอกว่าเป็นรักซ้อน รักคนมีเจ้าของ แสดงว่ารักครั้งนี้อาจจะผิดศีลธรรม ก่อบาปเวร เป็นต้น
อ.ดำเกิง บุญรับ www.ztarot.net
Tags: ไพ่ยิปซี
Posted in: เรียนไพ่ยิปซี
วิชาระบบพลังงานเบ็ดเตล็ด : ภาคพลังงานเลขศาสตร์ประจำดาวพระเคราะห์
|
The Fool (0) |
The Sun (19)
|
The High Priestess (2)
|
The Tower (16) |
The Magician (1) |
Wheel of Fortune (10) |
The Empress (3) |
The World (21) |
Judgement (20) |
The Hanged Man (12) |
|
๐ |
๑ |
๒ |
๓ |
๔ |
๕ |
๖ |
๗ |
๘ |
๙ |
|
Wheel of Fortune (10) |
Justice (11) |
The World (21) |
The Emperor (4) |
The Hierophant (5) |
The Lovers (6) |
The Chariot (7) |
Strength (8) |
The Hermit (9)
|
|
|
The Magician (1) |
Judgement (20) |
The Hanged Man (12) |
Death (13) |
Temperance (14) |
The Devil (15) |
The Tower (16)
|
The Star (17) |
The Moon (18) |
|
|
|
The Empress (3) |
|
|||||||
ตารางข้างบนนี้เป็นการจัดกลุ่มของพลังงานโดยอาศัยพลังแห่งเลขศาสตร์เป็นเกณฑ์ทั้งสิ้น ซึ่งมีแนวคิดดังนี้
๑) ค้นหาดาวพระเคราะห์ทั้ง ๑๐ ดวงในสายวิชาโหราศาสตร์สยามที่ซ่อนอยู่ในไพ่ดาวเคราะห์(ทั้ง ๑๐ ใบ) ในชุดไพ่เมเจอร์ อาร์คาน่าของสายวิชาไพ่ทาโร่ต์
ซึ่งโดยส่วนใหญ่มีการจัดไว้แล้วตรงกัน ๗ ดวง เพราะเป็นดาวที่ค้นพบมาตั้งแต่โบราณกาล ได้แก่ อาทิตย์(๑) จันทร์(๒) อังคาร(๓) พุธ(๔) พฤหัส(๕) ศุกร์(๖) และ เสาร์(๗) ส่วนดาวอีกสามดวงที่เหลือ คือ มฤตยู(๐) ราหู(๘) และ เกตุ(๙) นั้นยังมีข้อถกเถียงกันอยู่ เพราะใช่หลักเกณฑ์ในการค้นหาแตกต่างกัน
อย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้าก็จัดตามความเข้าใจของข้าพเจ้า ดังนั้นขอให้ท่านผู้อ่านตีดสินใจด้วยตนเองว่าหลักเกณฑ์ใดมีความน่าเชื่อถือมากกว่ากัน และที่สำคัญคือ เมื่อนำไปใช้จริงแล้วได้ผลที่ชัดเจนและดีกว่ากัน โดยข้าพเจ้าเอาบทความ (ฉบับปรับปรุง) ในประเด็นนี้มาลงไว้ให้อ่านเพื่อการพิจารณา ดังนี้
บทวิจารณ์เรื่อง “สามเทพไตรลักษณ์”
ข้อมูลที่รับรู้กันโดยทั่วไปเกี่ยวกับไพ่ ๓ ใบในชุดเมเจอร์ อาร์คานา คือ The Fool, The Hanged Man และ Judgment แทนถึง ดาวยูเรนัส เนปจูน พลูโต ตามลำดับ แต่เมื่อข้าพเจ้าต้องการจะค้นหาว่า ดาวมฤตยู ๐ เกตุ ๙ และราหู ๘(ดาวฉายาทางโหราศาสตร์) ตามแบบฉบับของสยามนั้นคือไพ่ใบใดกันแน่ ซึ่งจากการค้นคว้าก็พบข้อมูลที่เป็นเหมือนไกด์นำทางว่า ดาวยูเรนัสที่มีการใช้ชื่อว่ามฤตยู ดาวเนปจูนใช้ชื่อว่าดาวเกตุ และดาวพลูโตใช้ชื่อว่าดาวยม ชื่อสองดาวแรกคือ มฤตยูและเกตุนั้น มีชื่อตรงกันในวิชาโหราศาสตร์สยามที่มีการใช้กันอยู่มาจนปัจจุบัน ส่วนดาวยมนั้นไม่มีการใช้ในมาแต่ดั้งเดิม แต่จริงๆแล้วความเข้าใจของมฤตยูและเกตุของศาสตร์ทาโร่ต์นั้นไม่ตรงกันกับของสยามซะทีเดียว(แม้จะใช้ชื่อตรงกัน) เพราะของสยามจัดสองดาวนี้เป็นดาวเคราะห์ฉายา คือไม่มีตัวตนอยู่จริง แต่ทางศาสตร์ทาโรต์จัดให้เป็นดาวเคราะห์ที่มีการค้นพบจริงๆในระบบสุริยะ จึงได้ข้อสรุปว่า ชื่อแบบสยามของดาวเคราะห์ซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าทั้ง ๓ ดวงนี้ ได้มีการใส่สวมเข้าไปภายหลังจากที่นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบดวงดาวเหล่านี้ในชั้นหลัง
“มฤตยู” ในความหมายของสยามหมายถึง การที่ทุกสิ่งต้องกลับคืนสู่ความว่างเปล่า หรือ ความเป็นอนัตตานั่นเอง และเมื่อเปรียบเทียบในทางปรัชญาของทาโร่ต์ ก็พบจุดร่วมตรงกันหลายประการ คือ
ดาวยูเรนัสที่รับอิทธิพลทางความเชื่อมาจากกรีก โดยชาวกรีกเชื่อว่า ดาวยูเรนัสเป็นชื่อที่มีสัญลักษณ์แทนสวรรค์ และเทพยูเรนัสเป็นเทพเจ้าแห่งท้องฟ้าของกรีก มนุษย์มีความเชื่อมานานแล้วว่าการขึ้นสวรรค์ก็ต้องขึ้นไปสู่ท้องฟ้า หรือพระเจ้ามองดูเราจากบนฟ้า ดังนั้น ถ้าสวรรค์ของชาวกรีกคือการได้ขึ้นไปหาพระเจ้าที่อยู่บนฟ้า ซึ่งแทนด้วยสัญลักษณ์ของดาวยูเรนัสที่เป็นเสมือนดาวนำทาง หรือเป็นตัวแทนความฝันใฝ่ของมนุษย์ สวรรค์ของชาวพุทธก็ย่อมหมายถึงดินแดนนิพพาน เป็นที่ที่มีความหมายเป็นศูนย์(๐) คือความว่างจากตัวตน – ของตน หยุดการเวียนว่ายตายเกิดอย่างถาวร ซึ่งนั่นก็คือ ความเป็นอนัตตานั่นเอง อนัตตาจึงเป็นเสมือนดาวนำทางไปสู่สวรรค์เช่นเดียวกับดาวยูเรนัส (ของกรีก) เพราะเมื่อผู้ในเข้าถึงอนัตตา ผู้นั้นย่อมพบเส้นทางไปสู่นิพพานได้โดยอัตโนมัติ ผู้นั้นย่อมหาทางไปอยู่ร่วมกับพระพุทธเจ้าได้ในแดนนิพพาน ดั่งคำพระพุทธองค์ที่ว่า “ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นย่อมเห็นเรา(ตถาคต)”
กระนั้นผู้รู้หลายท่านก็ทราบกันดีถึงนัยยะแฝงของไพ่ The Fool เพราะตามเลขของฮิบบรูแล้วไพ่ใบนี้แทนถึงไพ่เลข 0 ซึ่งหมายถึงการกลับมาสู่ความว่างเปล่าได้เช่นกัน จึงพอสรุปลงได้ว่าแม้จะไม่มีการอธิบายไว้เป็นเชิงปรัชญาในไพ่ใบนี้ แต่สามารถคาดคะเนได้ว่า การที่โบราณจารกำหนดให้ไพ่ The Fool อยู่ประจำหมายเลข 0 ก็คงมีความตั้งใจให้เป็นไปอย่างที่ข้าพเจ้าเข้าใจ
ปัญหาต่อมาคือ ไพ่ใบใดกันแน่สามารถแทนถึงดาวราหู (๘) และดาวเกตุ (๙)ได้ เพราะไม่มีการระบุไว้ในตำราเล่มใดอย่างมั่นใจแบบฟันธงเลย เนื่องจากเป็นการผสมผสานของศาสตร์ทาโร่ต์กับโหราศาสตร์สยาม ซึ่งเป็นสิ่งที่คิดค้นกันขึ้นมาใหม่มิใช่มีมาแต่ดั้งเดิม
อย่างไรก็ตาม มีนักพยากรณ์ไพ่ทาโร่ต์บางท่านที่มีความรู้เรื่องโหราศาสตร์สยาม ได้จัดให้ดาวราหู (๘ )คือ The Devil และ The Star เนื่องจากอ้างอิงตำราโหรสยามที่ว่า เดิมดาวเสาร์ ๗ มีเรือน (เกษตร) ของตนเองอยู่ที่ราศีมังกร (The Devil) และกุมภ์ (The Star) และราหู (๘) ได้ไปขอเช่าเรือนของเสาร์ (๗) ที่ราศีกุมภ์ ราหูจึงสถิตตัวเองอยู่ที่ไพ่ราศีอย่าง The Devil และ The Star การจัดเช่นนี้นั้นพอเข้าใจได้ และอีกประการคือ ดาวราหู (๘) เองก็มีความหมายที่ใกล้เคียงกับความหมายของไพ่ The Devil ด้วยส่วนหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม ไพ่ The Star กลับไม่พบความหมายร่วมกับดาวราหู (๘) แต่อย่างใด เหตุผลที่เขาจัดไพ่ The Star เป็นไพ่ราหูด้วย ก็อาจเพราะมีการใช้วิชาเลขศาสตร์เข้ามาจับ โดยใช้เลขโรมันประจำของไพ่นี้คือเลข 17 เอามาบวกกันเพื่อหาเลขตัวเดียว 1 + 7 = เลข 8 ซึ่งแทนเลขของดาวราหูก็เป็นได้ แต่ข้อสงสัยก็ตามมาอีกว่าถ้าจัดแบบนี้ ไพ่ Strength ที่มีเลขโรมันประจำไพ่คือเลข 8 จะไม่ควรเป็นดาวราหูมากกว่าอย่างนั้นหรือ
ข้างต้นคือการเสาะหาดาวราหู (๘) โดยใช้เรือนราศีที่ดาวไปสถิตอยู่ผนวกกับใช้วิชาเลขศาตร์เป็นเกณฑ์ และมาพิจารณากันต่อในประเด็นที่บางท่านจัดให้ดาวเกตุ (๙) เป็น ไพ่ The Magician และ The Hermit ซึ่งข้าพเจ้าไม่สามารถยอมรับได้เลยอีกเช่นกัน แม้จะรู้ว่าดาวพุธ (๔) (The Magician)เข้าเรือนตนเอง(เกษตร)ที่ราศีกันย์(The Hermit) และไพ่ The Hermit จะมีเลขโรมันประจำไพ่คือ เลข 9 ที่แทนถึงดาวเกตุได้ แต่ก็หาคำอธิบายที่สมเหตุสมผลต่อไปไม่ได้ว่า ไพ่ The Moon ที่มีเลขโรมัน คือเลข 18 ที่ผลรวมเป็นเลขตัวเดียว 1 + 8 = เลข 9 นั้นทำไมไม่จัดเป็นไพ่ดาวเกตุไปด้วยเลย
อย่างนี้แสดงว่าการใช้เกณฑ์ของเลขศาสตร์ร่วมกับวิชาโหราศาสตร์สยามนั้นใช้เป็นหลักในการหาดาวราหู(๘)และดาวเกตุ(๙)ไม่ได้ ยกตัวอย่างที่ชัดเจนกว่านี้ก็เช่น ไพ่ The Empress แทนดาวศุกร์ ซึ่งเลขไทยคือเลข ๖ แต่เลขโรมันของไพ่ใบนี้คือ เลข 3 ถ้าเป็นอย่างนี้ทำไมจึงจัดไพ่ The Empress ให้เป็นดาวศุกร์(๖) แทนที่จะเป็นดาวอังคาร ซึ่งมีเลขไทยคือ เลข ๓ ที่ตรงกับเลขโรมัน คือเลข 3 เหมือนกัน
เป็นที่รู้กันดีว่าในตำราที่ใช้ร่วมกันอยู่ในทุกวันนี้ระบุไว้ว่า ดาวเกตุ (๙)นั้นในเบื้องต้นถือว่าไม่มีเรือนราศีให้สถิตเป็นเกษตรหรือดาวเจ้าเรือนเกษตร (เช่นเดียวกับมฤตยู ๐ ) อันเนื่องมาจากดาวเกตุเป็นวิญญาณธาตุที่มองไม่เห็น ดังนั้นเรื่องการจัดดาวเกตุ(รวมถึงดาวราหู)เช่นนี้ ข้าพเจ้าไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน และถ้าเราลองตั้งข้อสังเกตอีกสักหน่อยจะพบว่า การจัดไพ่ที่แทนถึงราศี (มี ๑๒ ราศี) ให้กลายมาเป็นตัวแทนของดวงดาวนั้นชั่งดูไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย เพราะดาวก็ส่วนดาว ราศีก็ควรจะอยู่ในส่วนของราศี เอามาผสมปนเปกันแบบนี้ก็ไม่รู้จะใช้ยังไงถึงจะไม่สับสน
ด้วยเหตุแห่งความสับสนในการตีความเหล่านี้เองทำให้ผู้เขียนต้องทำความเข้าใจกับผู้อ่านก่อนว่า เนื้อหาต่างๆในหนังสือเล่มนี้ ก็ให้ถือเสียว่าผู้เขียนจัดตามเหตุผลของตนเองที่เข้าใจและเห็นควรเองว่าควรเป็นอย่างนี้อย่างนั้นโดยอิงอาศัยประสบการณ์จากการใช้ในการทำนายจริงและใช้หลักเกณฑ์ที่ต่างออกไปจากที่กล่าวมาซึ่งจะได้กล่าวถึงในเนื้อหาต่อไป ผู้เขียนยินดีให้พิสูจน์สมมติฐานทั้งหลายด้วยการทดลองนำไปใช้จริงเป็นหลัก ซึ่งถ้าพบว่าความคิดแบบของผู้เขียนนี้เป็นเรื่องไร้สาระ ก็ขอให้ท่านทิ้งตำราเล่มนี้ไปเสียได้เลย
อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนตั้งข้อสังเกตว่าการจัดดาวเช่นนี้ (รวมถึงบางท่านจัดไพ่ทั้ง ๗๘ ใบให้มีเรือนเป็นของตนเองก็มี)อาจอนุโลมให้เหมาะสมเฉพาะการเรียงไพ่แบบจักรราศีหรือในแบบเฉพาะตัวตามหลักวิชาของเขาเท่านั้นก็ได้ แต่ไม่อาจนำมาใช้ได้กับการเรียงไพ่แบบเซลติก ครอส ที่มีความซับซ้อนกว่ามากในการทำนาย และโดยเฉพาะประเด็นเรื่องของดวงดาวและราศีนั้น ทางศาสตร์ไพ่ทาโร่ต์มิได้สนใจเรื่องการเข้าเรือนราศีอะไรของดาวเคราะห์อะไร ชนิดที่ว่ากำหนดตำแหน่งไว้เสร็จสรรพนั้นไม่มี เนื่องจากไพ่ทาโร่ต์มีความพลิกแพลงและไม่มีกฎตายตัวซึ่งเป็นเอกลักษณ์มาเนิ่นนานแล้วนั่นเอง กระนั้นก็ใช่ว่าจะไม่มีหลักการเลย ในหลักวิชาของผู้เขียนสามารถแสดงการจัดดาวเคราะห์เข้าราศีในแบบฉบับของศาสตร์ทาโร่ต์ได้ เรียกว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ก็คงไม่เกินจริงนัก
สาเหตุที่มีปัญหาในการจัดดาวราหู (๘) และดาวเกตุ (๙) ไม่ลงตัวนั้น น่าจะเกิดจากการที่เราพยายามเอาโหราศาสตร์สยามที่มีกลิ่นอายตะวันออก(เฉียงใต้)เป็นตัวตั้งมากเกินไป จนบิดเบือนศาสตร์แห่งไพ่ที่มีกลิ่นอายจากต่างถิ่นที่กัน(โดยเฉพาะตะวันตก)เพื่อให้ลงกันได้กับทางโหราศาสตร์สยาม ดังนั้นข้าพเจ้าจึงหันมาใช้วิชาไพ่ทาโร่ต์เป็นตัวตั้ง และให้โหราศาสตร์สยามเป็นตัวเสริมหรือเครื่องมือในการตรวจสอบสมมติฐานแทน โดยผู้เขียนใช้ความระมัดระวังในเรื่องดาวและราศีต่างๆเป็นพิเศษ เพราะในเรื่องนี้นั้นของทางศาสตร์ทาโร่ต์ไม่ได้มีความหมายเหมือนกับของทางโหราศาสตร์สยามไปเสียทั้งหมด จึงต้องพิจารณากันโดยรอบคอบ ยิ่งในแง่ของการใช้งานจริงยิ่งต้องรอบคอบ
เป็นสิ่งที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าองค์ประกอบของไพ่ทาโร่ต์ นอกเหนือจากเรื่องของ ธาตุ ๔, ดาวเคราะห์, จักรราศี รวมถึงตำนานและสัญลักษณ์ต่างๆในรูปไพ่แล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ เลขศาสตร์อันศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮิบบรู ที่เป็นกุญแจสำคัญในการค้นหาดาวที่น่าสงสัยอย่าง ราหูและเกตุ เพราะเลข 0-21 ของฮิบบรูนั้น มีความเป็นไปได้อย่างมากว่าจะถูกกำหนดเป็นสิ่งตายตัวก่อนเพราะแต่ละเลขมีความหมายเฉพาะตัวอยู่ก่อนแล้ว จากนั้นค่อยจับไพ่ที่มีองค์ประกอบต่างๆดังที่กล่าวมา จัดใส่ลงไปตามเลขที่คิดว่าเหมาะสมที่สุด ดังนั้นการจะนำโหราศาสตร์สยามเข้าไปสวมทับ จึงต้องพิจารณาด้านตัวเลข คือ การวางตำแหน่งของตัวเลขและไพ่ย่อมต้องมีความสมดุล เป็นระเบียบชัดเจน สอดคล้องต้องกันได้พอดี
เป็นที่ทราบกันดีอีกเช่นกันว่า ไพ่ ๒๒ ใบในชุด เมเจอร์ อาร์คานานั้น เป็นไพ่แทนดาวเคราะห์ ๑๐ ใบ และไพ่แทนราศี ๑๒ ใบ โดยธาตุของทางไพ่ ๑๒ ใบแทนราศีนั้นตรงกันกับของสยาม ดังนั้นประเด็นเรื่องธาตุของราศีจึงลงกันได้ เพราะจากการศึกษาประวัติที่มาเรื่องธาตุประจำราศีนี้ น่าจะมีที่มาจากองค์ความรู้เดียวกันของคนยุคโบราณแล้วแผ่ขยายไปสู่ดินแดนต่างๆผ่านทางนักเดินทางที่ได้ไปค้าขายตามเส้นทางการพาณิชย์ในสมัยโบราณ ส่วนเรื่องของธาตุประจำดาวเคราะห์นั้นพบว่าของทางไพ่ทาโร่ต์ไม่ตรงกับของทางโหรสยาม แต่เนื่องจากดาวเคราะห์หลัก ๗ ดวงคือ อาทิตย์-จันทร์นั้น สามารถมองเห็นได้บนท้องฟ้าด้วยการสังเกตจึงมีเหมือนกันทุกชนชาติ ดังนั้นผู้เขียนใช้หลักของดาวนพเคราะห์ของสยามเขาไปจับได้เลย โดยไม่ต้องสนใจธาตุในไพ่ทาโร่ต์ เช่น ของสยามดาวศุกร์(๖)เป็นธาตุน้ำ แต่ของทางทาโร่ต์เป็นธาตุดิน เป็นต้น ทั้งนี้เนื่องจากศาสตร์แห่งทาโร่ต์ได้มีการแตกตัวของธาตุใหม่เพิ่มขึ้นจากธาตุตั้งต้นเดิม เพราะแต่เดิมมีธาตุประจำดาว ๗ ดวงที่มองเห็นบนท้องฟ้าแต่ได้เพิ่มมาใหม่อีก ๓ ดวง(ที่มองไม่เห็นต้องใช้กล้องส่อง)จึงต้องเล่นแร่แปรธาตุกันใหม่ให้เกิดความสมดุล ดาวใหม่ที่เพิ่มเข้ามาคือ ยูเรนัส เนปจูน และพลูโต คล้ายกับว่า เดิมมีธาตุ ๔ อยู่ในปริมาณเท่ากับ ๗ ต่อมาเอาธาตุ ๔ มาเพิ่มเข้าไปอีก ๓ กลายเป็น ๑๐ แน่นอนว่าการเอาธาตุ ๔ มาเฉลี่ยๆให้สมดุลแล้วจัดลงใน ๗ ส่วนกับจัดลงใน ๑๐ ส่วนแต่ละส่วนย่อมมีปริมาณธาตุ ๔ ต่างกัน(โดยสมดุล) แต่ยังซะก็หนีไม่พ้นธาตุ ๔ คือไม่มีธาตุอะไรเกินนี้ไปได้ อีกตัวอย่างหนึ่งคือ มีน้ำ +เกลือ เอามาผสมกัน แต่ถ้าเพิ่มน้ำหรือเกลือเข้าไปย่อมเกิดรสชาติที่แตกต่างแล้วแต่สัดส่วนของสิ่งที่เพิ่มเข้าไป แต่ทั้งหมดนั้นก็มีแค่เกลือและน้ำเท่านั้น หมายถึง ยังคงแปรธาตุใหม่จากธาตุตั้งต้นอยู่ในที่เดิมนั้นเอง สรุปได้ว่าธาตุในดาวเคราะห์แม้ดูต่างกันก็จริง แต่เวลาผสมแปรธาตุระหว่างดวงดาว เช่น พุธ(The Magician) ธาตุน้ำ กับ ศุกร์ (The Empress) ธาตุดิน เมื่อมารวมกันแล้วก็จะแปรเป็นธาตุน้ำอยู่ดี กล่าวคือ ก็จะได้ธาตุที่แปรตามหลักของสยามอยู่เหมือนเดิม
ดังนั้นไพ่ที่แทนดาวยูเรนัส (The Fool) เนปจูน (The Hanged Man) และ พลูโต (Judgment) ที่ไม่สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่าหรือวิทยาการทางกล้องในสมัยก่อนที่พัฒนาไม่ถึงขั้นปัจจุบันจึงน่าสงสัยที่สุดว่าดาวที่เรากำลังค้นหาต้องอยู่ใน ๓ ดาวเคราะห์นี้อย่างแน่นอน แต่เราได้ค้นพบดาวมฤตยู (๐) (The Fool) แล้ว จึงเหลือแค่ ไพ่ Judgment และ ไพ่ The Hanged Man เท่านั้นที่ต้องพิจารณาต่อไป ดังต่อไปนี้
เมื่อแยกกลุ่มของไพ่ออกเป็นกลุ่มไพ่ดาวเคราะห์และกลุ่มไพ่ราศีได้แล้ว ก็ถึงเวลาตรวจสอบสมมติฐานเพื่อหาดาวราหูและเกตุของสยามให้พบ โดยใช้เกณฑ์เรื่องของการจัดตำแหน่งอย่างสมดุล เป็นเครื่องวินิจฉัยสำคัญ ดังนี้
๑) จับไพ่ทั้งสองกลุ่มแยกกันแล้วเรียงตามลำดับว่าไพ่ของแต่ละกลุ่มว่าไพ่ใดมาก่อนมาหลังตามลำดับไปเรื่อยๆ ได้ดังนี้
๑) The Emperor (ราศีเมษ)
๑) The Magician (พุธ) ๒) The Hierophant (ราศีพฤษภ)
๒) The High P. (จันทร์) ๓) The Lovers (ราศีเมถุน)
๓) The Empress (ศุกร์) ๔) The Chariot (ราศีกรกฏ)
๔) Wheel of F. (พฤหัส) ๕) The Strength (ราศีสิงห์)
๕) The Hanged Man ( ? ) ๖) The Hermit (ราศีกันย์)
๖) The Tower (อังคาร) ๗) Justice (ราศีตุลย์)
๗) The Sun (อาทิตย์) ๘) Death (ราศีพิจิก)
๘) Judgment ( ? ) ๙) Temperance (ราศีธนู)
๙) The World (เสาร์) ๑๐) Devil (ราศีมังกร)
๑๑) The Star (ราศีกุมภ์)
๑๒) The Moon (ราศีมีน)
๒) จากนั้นก็เอาดาวเคราะห์มาจับคู่กัน ตามหลักการของโหรสยามเรื่อง “พระเคราะห์คู่ธาตุ” (ไม่นับไพ่ The Fool เพราะเป็นเลข 0/๐ ดาวมฤตยู และเข้าคู่ใดไม่ได้อยู่แล้ว) ได้ดังนี้
๑) The Magician (พุธ) —————-
๒) The High P. (จันทร์)———–
๓) The Empress (ศุกร์)—————–
๔) Wheel of F. (พฤหัส)————
๕) The Hanged Man ( ? )
๖) The Tower (อังคาร) ————–
๗) The Sun (อาทิตย์)————
๘) Judgment ( ? )———————–
๙) The World (เสาร์)————
ดังนั้น จับคู่อย่างสมดุลและเป็นระเบียบแล้วจะได้ ๔ คู่ธาตุ แต่ไม่รู้ชื่อ ๑ ตัวคือ Judgment และไม่มีคู่ (และไม่รู้ชื่อ) ๑ ตัว คือ The Hanged Man
๓) จับเอาราศีมาพิจารณาตามหลักของโหรสยามเรื่อง “ต้นธาตุ กลางธาตุ และปลายธาตุ” (ทวารราศี หรือ จรราศี, สถิรราศี และ ทวิภาวราศี) แบ่งได้เป็น 4 กลุ่มใหญ่ ดังนี้
๑) The Emperor (ราศีเมษ) ต้นธาตุไฟ
๒) The Hierophant (ราศีพฤษภ) กลางธาตุดิน
๓) The Lovers (ราศีเมถุน) ปลายธาตุลม
๔) The Chariot (ราศีกรกฏ) ต้นธาตุน้ำ
๕) The Strength (ราศีสิงห์) กลางธาตุไฟ
๖) The Hermit (ราศีกันย์) ปลายธาตุดิน
๗) Justice (ราศีตุลย์) ต้นธาตุลม
๘) Death (ราศีพิจิก) กลางธาตุน้ำ
๙) Temperance (ราศีธนู) ปลายธาตุไฟ
๑๐) Devil (ราศีมังกร) ต้นธาตุดิน
๑๑) The Star (ราศีกุมภ์) กลางธาตุลม
๑๒) The Moon (ราศีมีน) ปลายธาตุน้ำ
สังเกตได้ว่าจะมีการเรียงเป็น ต้น-กลาง-ปลาย ของธาตุต่างๆอย่างสมดุลและเป็นระเบียบ
๔) ใช้หลักการของโหรสยามเรื่อง “พระเคราะห์คู่อสีติธาตุ” คือ พระเคราะห์คู่ธาตุ เข้า เรือนราศีใดบ้าง จะได้ดังนี้
|
คู่ดาวเคราะห์ |
เรือนราศี ต้น-กลาง-ปลาย |
ธาตุแปร |
|
เสาร์ ๗ คู่ อาทิตย์ ๑ The World คู่ The Sun (ลม ) (ไฟ ) |
เมษ สิงห์ ธนู The Emperor The Strength Temperance |
ไฟ |
|
จันทร์ ๒ คู่ พฤหัส ๕ The High P. คู่ Wheel of Fortune (ดิน ) ( ไฟ) |
มังกร พฤษภ กันย์ Devil The Hierophant The Hermit |
ดิน |
|
อังคาร ๓ คู่ ราหู ๘ The Tower คู่ Judgment* (ลม ) (น้ำ ) |
ตุลย์ กุมภ์ เมถุน Justice The Star The Lovers |
ลม |
|
พุธ ๔ คู่ ศุกร์ ๖ The Magician คู่ The Empress ( น้ำ) (ดิน ) |
กรกฏ พิจิก มีน The Chariot Death The Moon |
น้ำ |
|
ดวงพระเคราะห์คู่ธาตุ |
(เข้าราศี) ดวงพระเคราะห์คู่อสีติธาตุ |
- * สังเกตพบว่า ไพ่ Judgment ถูกจัดให้เป็นดาวราหู (๘) โดยอัตโนมัติ ไพ่ที่แทนดาวราหูจึงค้นพบได้ฉะนี้ และการที่ราหูสามารถเข้าเรือนราศีได้นั้นก็เนื่องมาจากมันเป็นสิ่งที่ก้ำกึ่งระหว่างมองเห็นได้(รูปธรรม)และมองเห็นไม่ได้(นามธรรม)ในโลก จึงจัดไว้เป็นเทพประจำราศีกุมภ์ ซึ่งแต่เดิมราศีกุมภ์มีเจ้าของคือ เทพดาวเสาร์ที่มีกรรมสิทธิ์ในราศีมังกรและกุมภ์ แต่เสาร์ใจดีแบ่งให้ราหูเช่าราศีกุมภ์ไป ดังนั้น ราหูจึงไม่ใช่เจ้าของราศีกุมภ์ แต่แค่มาขอเช่าอาศัยทำพันธกิจของตนเท่านั้น เนื่องจากตนเองกึ่งนามธรรมกึ่งรูปธรรม เรียกว่า “กึ่งเทพกึ่งมาร” ก็ได้ (ศึกษาตำนานเทพดาวนพเคราะห์ก็จะเข้าใจดียิ่งขึ้น) แต่เนื่องจากครึ่งหนึ่งเป็นเทพ จึงได้รับอนุญาตให้ร่วมในทำเทียบเทพสภา โดยได้รับอนุญาตให้มีวิมานไว้สถิตได้(ที่เรือนราศีกุมภ์) ราหูจึงมีสองลักษณะนั่นคือ สิ่งที่มากระทบกายและใจแล้วทำให้เกิดสภาวะทุกข์ เช่น รถมาชนเรา เราบาดเจ็บทางกาย สิ่งนี้คือ มองเห็นได้ทางกายภาพที่เปลี่ยนแปลงไปเพราะถูกกระทำเรียกว่า เป็นสภาวะทุกข์ทางกาย และเรามีอาการเจ็บ รู้สึกทรมาน สิ่งนี้มองไม่เห็นแต่รู้สึกได้ เรียกว่าเป็นสภาวะทุกข์ทางใจ สภาวะทุกข์ก็คือ“ทุกขัง” หมายถึง การไม่สามารถดำรงอยู่ในสภาพเดิมได้ ทนอยู่ในคุณลักษณะหรือคุณสมบัติเดิมไม่ได้ เช่น ทำให้ร่างกายเป็นเช่นเดิมไม่ได้ รถชนแล้วก็อาจต้องพิการไปตามเหตุปัจจัย และ ทำให้จิตใจคงสภาพอารมณ์เดิมไว้ไม่ได้ คือ รถชนก็เกิดทุกข์ทางกาย ทำให้แต่เดิมกำลังมีความสุขหรือเฉยๆ กลับต้องมารู้สึกทุกข์ หรือเจ็บปวดไปตามการปรุงแต่งแห่งจิต เป็นต้น
- ไพ่ The Hanged Man เข้าราศีใดไม่ได้เลยจึงเป็นไพ่แทนดาวเกตุ (๙)โดยอัตโนมัติ ไพ่ที่แทนดาวเกตุจึงค้นพบได้ฉะนี้ ส่วนไพ่ The Fool ทราบอยู่ก่อนแล้วว่าแทนดาวมฤตยู(๐)
ดาวเกตุ (๙) และมฤตยู (๐)ไม่สามารถเข้าเรือนราศีได้ เพราะเป็นนามธรรม เป็นสิ่งที่มองไม่เห็นได้ด้วยตา จับต้องก็ไม่ได้ ต้องสัมผัสรู้ด้วยจิตวิญญาณเท่านั้น เกตุแทนถึงอนิจจัง มฤตยูแทนถึง อนัตตา ทั้งสองไม่สามารถอธิบายได้อย่างรูปธรรม
อนิจจัง คือ ความไม่เที่ยง ไม่หยุดอยู่นิ่ง การเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การที่เราจะชี้ว่านี่คืออนิจจังก็ทำไม่ได้ เพราะวินาทีที่เราชี้ให้มองดูสิ่งทั้งหลาย เช่น คนเกิด คนแก่ คนเจ็บ คนตาย ว่านี่คืออนิจจัง แต่จริงๆแล้วสิ่งที่เราเห็นนั้นไม่สามารถแทนถึงอนิจจังได้โดยแท้ เพราะเมื่อเราชี้ให้เห็นว่านี่คือการเกิด แต่ที่จริงมันเลยความเกิดไปเสียแล้ว กล่าวคือ อนิจจังที่ไม่เคยหยุดนิ่งได้นำความแก่เข้ามาแทนที่แล้วนับจากวินาทีที่เราเห็นการเกิด เมื่อเราชี้ให้เห็นความแก่ อนิจจังก็ทำให้ความแก่ไม่มีแล้ว เพราะความเจ็บและตายเข้ามาแทนที่แล้วในทันที ในเมื่ออนิจจังเป็นสิ่งที่จับไม่ได้ไล่ไม่ทันเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่รูปธรรม จึงไม่อาจจัดใส่ไว้ในราศีใดได้เลย
อนัตตา คือ การสูญสิ้นสภาพอย่างที่สุด ไม่มีตัวตน(จึงเข้าราศีใดไม่ได้) เช่น ไม่มีเรา ไม่มีคน สัตว์ หรือสิ่งใดๆทั้งสิ้น เป็นความว่าง แต่คำว่าว่างก็เป็นโวหารในโลกที่ใช้อธิบาย ดังนั้นความว่างที่แท้นั้นกลับไม่สามารถอธิบายได้ด้วยคำใดๆ ไม่ยึดติดแม้แต่คำว่า “ว่าง” จึงเป็นว่างอย่างที่สุด อาจเรียกใหม่ให้แยกกันไปอีกว่า “สุญตา” หรือ นิพพาน ก็ได้ (ก็ยังต้องใช้โวหาร ไม่เช่นนั้นคงไม่รู้เรื่องกัน) ดังนั้นผู้ใดน้อมจิตให้รู้สภาวะแห่งทุกขัง มองเห็นอนิจจังด้วยจิตสัมผัสรู้ และปลงจิตต่อเพื่อไปสู่ความว่าง ว่างจากการยึดมั่นสิ่งทั้งปวง (แม้แต่ความว่าง) ผู้นั้นย่อมได้ชื่อว่า เป็นผู้บริสุทธิ์โดยแท้ (ท่านจึงว่าพระสงฆ์เป็นผู้ประพฤติพรหมจรรย์ คือ การทำตนให้บริสุทธิ์ถึงที่สุด) แม้ยังมีชีวิตอยู่ก็มีเพียงกาย เท่านั้นที่ถูกทุกขังและอนิจจัง(คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย )กระทำให้เป็นไป แต่เมื่อกายดับสูญ จิตวิญญาณจะเข้าสู่แดนสุญตา:นิพพาน สถิตยังดินแดนบรมสุขอย่างแท้จริง
“ทุกขัง”เป็นสิ่งที่พระเจ้าซึ่งมีพระนามว่า “ธรรมชาติ หรือ ธรรม”หย่อนหยอดลงมาไว้ในโลกธาตุนี้ เพื่อเป็นเครื่องมือสื่อสารหรือสะพานเชื่อมระหว่างมนุษย์กับพระองค์ สำหรับผู้ที่ต้องการกลับไปเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ หรือ กลับไปหาพระองค์ ไปสู่ดินแดนของพระเจ้า ผู้นั้นต้องมองสรรพสิ่งทั้งหลายว่าเป็นที่มาของทุกข์ทั้งสิ้นให้ได้เสียก่อน เรียกว่าผู้นั้นเห็นทุกข์ในแบบที่ทุกข์มันเป็น เมื่อมองเห็นทุกข์แบบมีความเห็นที่ถูกต้องต่อมัน (สัมมาทิฐิ) ผู้นั้นก็จะมองเห็นอนิจจัง และอาจพาตนไปสู่อนัตตาและสุญตาได้ในที่สุด
- ไพ่ The Hanged Man (ดาวเกตุ ๙) มีคุณสมบัติแทรกซึมไปได้ในทุกเรือนราศี และไม่ปรากฏว่าจะประจำที่ราศีใดอย่างโดดเด่น จึงคล้ายกับว่ามองไม่เห็นนั่นเอง แต่ในบางสภาวะบางเหตุปัจจัย กล่าวคือ ในบางเรือนราศี ก็สามารถทำให้ดาวทั้งสองนี้ปรากฏตัวขึ้นได้ และส่งผลให้คุณสมบัติพิเศษและฤทธิ์อำนาจของดวงดาวทั้งสองนี้เผยตัวออกมาแบบกึ่งนามกึ่งรูปอย่างดาวราหูได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น ดาวเกตุ (๙) สามารถเป็นมหาอุจได้ในราศี เมถุน(The Lovers) ,สิงห์(The Strength ) , ธนู(Temperance) และ กุมภ์(The Star) เพราะราศีเหล่านี้มีสภาวะธาตุที่เข้ากันได้กับดาวทั้งสองนี้แบบเฉพาะเจาะจงนั่นเอง เปรียบได้กับคนฝึกสมาธิจนถึงพร้อม ทำให้สามารถแสดงอภินิหารต่างๆที่คนธรรมดาทำไม่ได้ เป็นต้น
The Hanged Man, Judgment และ The Fool ความหมายแฝงเชิงปรัชญาของไพ่ทั้งสามใบนี้ ยังสามารถตรวจสอบได้จากข้อสังเกตที่พบในตำนานของไพ่ทั้งสาม ซึ่งมีความพิเศษแตกต่างจากไพ่ใบอื่นๆในสำรับของ เมเจอร์ อาร์คานาอย่างชัดเจน
The Fool หรือ มฤตยู (๐) นั้นเป็นตัวแทนของเทพแบกคัส หรือ ไดโอนิซัส ซึ่งเป็นเทพเพียงองค์เดียวที่มีภาวะอมตะ กล่าวคือตายแล้วฟื้นหรือเกิดใหม่ได้อย่างอัศจรรย์ ภาวะอมตะเช่นนี้แม้แต่เทพชั้นสูงสุดอย่างเทพซุส (และเทพองค์อื่นๆ) ก็หาได้มีเช่นนี้ไม่ เทพทุกองค์นั้นมีกายที่เป็นอมฤตภาพแต่ก็มีเงื่อนไขที่ทำให้ตายได้ทุกองค์ และเมื่อตายแล้วก็ไม่อาจคืนกลับมามีชีวิตดุจเทพได้อีก แต่ไดโอนิซัสคือข้อยกเว้น ความสามารถนี้เป็นสุดยอดปรารถนาของผู้คนรวมทั้งทวยเทพ เปรียบเทียบเคียงได้กับแดนนิพพานอันเป็นนิรันดรสภาพตามคติของพุทธศาสนา หรือ ที่เรียกว่าอนัตตาหรือสุญตา คือเป็นภาวะที่การเกิดดับจะไม่มีผลหรือไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่เรารับรู้ถ้าอยู่ในดินแดนนี้ เป็นต้น
Judgment หรือ ราหู (๘) นั้นค่อนข้างที่จะทำความเข้าใจได้ไม่ยากนัก เพราะไพ่ใบนี้มีตำนานเกี่ยวกับวันพิพากษาโลกตามความเชื่อของชนชาวคริสต์ เพราะเมื่อนึกถึงความหมายของ“ทุกขัง”ก็คือ การทนอยู่ในสภาพเดิมได้ยาก เพราะมีความไม่เที่ยงแท้คืออนิจจังเข้าครอบงำทุกสิ่งอยู่ตลอดเวลา ผู้ที่ไม่ยอมรับสภาพความจริงนี้ย่อมได้รับความทุกข์ ก็สอดคล้องกับเหตุการณ์ในคำทำนายในวันพิพากษาซึ่งมีลักษณะของการถูกกระทำให้ต้องเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ดังนี้
ในวันพิพากษา หรือวันล้างโลกนี้ ผู้ที่ทำชั่วและไม่สำนึกในบาปจะได้รับทุกข์เวทนาอย่างแสนสาหัส ส่วนผู้กระทำความดีและเชื่อถือในคำสอนของพระเจ้าแม้จะได้รับความทุกขเวทนาจากการทำร้ายกลั่นแกล้งและหรือถูกฆ่าโดยคนชั่วเพียงเพราะพวกเขายึดคำสอนของพระเจ้าและความดีงามเป็นสรณะ แต่สุดท้ายพวกเขาก็จะได้ไปอยู่ในดินแดนใหม่ของพระผู้เป็นเจ้า วันพิพากษานี้จึงเป็นการทำให้ทุกสิ่งไม่อาจดำรงสภาพอยู่ได้ ทั้งกายภาพของโลกและผู้คนบนโลกจะต้องถูกกระทำให้เปลี่ยนผ่านไปสู่การเปลี่ยนแปลงทั้งสิ้น เปรียบได้กับนัยยะของคำว่าทุกขังอย่างชัดเจน คือ การไม่สามารถดำรงอยู่ในสภาพเดิมได้ จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง โดยผลของเปลี่ยนแปลงจะเป็นไปในทางใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับการกระทำของตนอันเป็นเหตุและปัจจัยหลัก เรียกว่ากฎแห่งกรรม คือ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
The Hanged Man หรือ เกตุ (๙) เป็นตัวแทนมหาเทพของชาวไวกิ้งนามว่าโอดิน ที่ยอมเสียสละพระเนตรข้างหนึ่งเพื่อที่จะได้ดื่มน้ำแห่งความรอบรู้เพียงอึกเดียว โดยพระองค์ต้องการที่จะรู้ในสรรพสิ่งเพื่อมาใช้ในการปกครองบริหารเหล่าเทพบริวารทั้งหลาย แต่การแลกในครั้งนี้กลับทำให้รอยยิ้มและความสุขในจิตใจของพระองค์หายไปตลอดกาล เพราะสิ่งที่ได้รู้กลับมีแต่ภาพของความดับสูญของทุกสิ่งอันเป็นที่รัก โดยเฉพาะภาพการตายของบุตรชายอันเป็นที่รักยิ่งนั้นได้ตอกย้ำความรู้สึกของพระองค์อยู่ตลอดเวลา ทำให้พระองค์ต้องหันไปพึ่งฤทธิ์ของสุราเพื่อจะได้ลืมภาพอันโหดร้ายเหล่านั้นไปจากความคิด ใครที่ช่างสังเกตอยู่สักหน่อยจะพบว่า ไพ่ที่อยู่ถัดมาจากไพ่ The Hanged Man ก็คือ ไพ่ Death ก็หมายความว่า การที่เทพโอดินยอมทรมานตนเองเพื่อให้ได้ล่วงรู้สัจธรรมนั้น ก็จะพบว่ามีเพียงความดับสูญ การพลัดพราก คือ สัจธรรมที่รอพระองค์อยู่ข้างหน้าเท่านั้นเอง ซึ่งก็เป็นภาวะที่เรียกว่า อนิจจัง ที่ไม่ว่าใครที่ยังติดอยู่ในโลกจะไม่มีวันหนีพ้นอย่างแน่นอน
ในความเห็นของข้าพเจ้านั้น ไพ่สามใบนี้เป็นตัวแทนของกฎไตรลักษณ์ที่พระพุทธองค์ทรงแถลงไว้ให้เราได้พิจารณา เพื่อนำไปสู่การปล่อยวาง เพื่อนำไปสู่การพ้นทุกข์อย่างแท้จริง ด้วยเหตุนี้เองข้าพเจ้าจึงเรียกไพ่สามใบนี้ว่า ไพ่สามเทพไตรลักษณ์ อันมีความหมายลึกซึ้งดังที่ได้อธิบายไว้อย่างยืดยาวพอสมควรแล้วข้างต้น เอวัง
ที่มา อ.ดำเกิง บุญรับ www.ztarot.net
Tags: ไพ่ยิปซี
Posted in: ดูดวงทายนิสัย
๑. พระอาทิตย์ ทรงพญาราชสีห์เป็นพาหนะ
สิทธิการิยะ ผู้ใดเกิดวันอาทิตย์ ๑ เป็นอัตะ ทายว่าผู้นั้นจะมีวาสนา เมื่อคลอดมีแต่พี่น้องมาประชุมกันมากมาย เป็นคนเจรจาดี จะได้ดีเพราะตัวเอง ๒ เป็นหินะ ทายว่าผู้นั้นได้ข้าวของมักรักแต่ต้นมือ นานไปมักแหนงหน่าย ๓ เป็นธะนัง ทายว่าผู้นั้นเก็บทรัพย์ไว้กับตัวไม่ค่อยอยู่ มักจะมีคนคอยเบียดเบียน ๔ เป็นปิตา ทายว่าพ่อตายก่อนแม่ ๕ เป็นมาตา ทายว่าญาติพี่น้องข้างแม่สูงกว่าข้างพ่อ ๖ เป็นโภคา ทายว่าผู้นั้นมีข้าวของมักให้ผู้อื่น เก็บทรัพย์ไว้มิใคร่จะคงที่ ๗ เป็นมัชฌิมา ทายว่าผู้นั้นมิคค่อยสนใจในเรื่องผู้หญิง ชอบแต่ในการทหารแล
๒. พระจันทร์ ทรงอาชาไนย เป็นพาหนะ
ผู้ใดเกิดวันจันทร์ ๒ เป็นอัตตา ผู้นั้นมักไม่ค่อยได้อยู่ร่วมพี่ร่วมน้อง เมื่อน้อยมีผู้เฒ่าผู้แก่ขอไปเลี้ยงท่านจะให้ลาภ แต่ตัวเองมักอาภัพ ทำคุณคนไม่ขึ้น เจรจาชอบใจสมณชีพราหมณ์ ๓ เป็นหินะ ผู้นั้นมักจะไม่รักข้าวของของตน ๔ เป็นธะนัง ผู้นั้นเก็บทรัพย์ไว้กับตนเองมิดี มักมีคนคอยเบียดเบียน ๕ เป็นปิตา แม่ตายก่อนพ่อ บิดานั้นต่อไปกลางคนจะมีบุญ ๖ เป็นมาตา ญาติของมารดามีมากกว่าบิดา และมีข้าทาสมาก ๗ เป็นโภคา ผู้นั้นมิรู้รักษาทรัพย์ได้มาจักแจกจ่ายให้ผู้อื่น ๑ เป็นมัชฌิมา ผู้นั้นไปหาท่านผู้ใด มักดีแต่ต่อหน้า
๓. พระอังคาร ทรงมหิงสาเป็นพาหนะ
ผู้ใดเกิดวันอังคาร ๓ เป็นอัตตะ ผู้นั้นมักมีแผลเป็นตามใบหน้า มีความคิดดี พึ่งญาติพี่น้องเพื่อนฝูงมิได้ มักจะถูกเจ็บตัวเพราะเพื่อน ๔ เป็นหินะ ผู้นั้นมักเห่อทรัพย์ ๕ เป็นธะนัง ผู้นั้นเป็นคนมักได้ จะได้ทรัพย์จากขุนนางท้าวพระยา แต่มักจะมีคนคอยเบียดเบียน ๖ เป็นปิตาผู้นั้นพ่อตายก่อนแม่ มีข้าทาสหญิงชายมาก ภายหน้าจะมีบุญ ๗ เป็นมาตา มีมารดาเป็นคนสันทัด มีพี่น้องพอมัธยม เป็นคนโกรธง่ายหายเร็ว ๑ เป็นโภคา เป็นคนรู้จักรักษาทรัพย์ ๒ เป็นมัชฌิมา ผู้นั้นไปที่ใดๆ เจรจาเป็นที่ถูกใจแก่คนทั้งหลาย เขามักยินดีต้อนรับ
๔. พระพุธ ทรงคชสาร เป็นพาหนะ
ผู้ใดเกิดวันพุธ ๔ เป็นปัตตะ ผู้นั้นเป็นคนมีใบหน้าใหญ่ ผมบาง ทำคุณคนไม่ขึ้น ดีแต่ต่อหน้า เจรจาเป็นที่ชอบใจแก่คนทั้งหลาย ทำราชการต่อไปภายหน้าจะดี ๕ เป็นหินะ ผู้นั้นต่อไปภายหน้าจะมีทรัพย์สินเงินทองมาก ๖ เป็นธะนัง ผู้นั้นรู้จักออมทรัพย์ มักได้ลาภจากขุนนางท้าวพระยา ๗ เป็นปิตา บิดาผู้นั้นผมหยักศก หน้ามน เป็นที่เอ็นดูแก่ขุนนางท้าวพระยา ทำราชการจะได้ดี ๑ เป็นมาตา มารดาผู้นั้นเป็นคนสันทัด เจรจารู้หลักนักปราชญ์ ตัวเองมักอาภัพ แม่ตายก่อนพ่อ ๒ เป็นโภคา ผู้นั้นมิสู้จะรักทรัพย์เท่าใดนัก ๓ เป็นมัชฌิมา ผู้นั้นไปในที่แห่งใดก็ดี จะมีคนยินดีต้อนรับ
๕. พระพฤหัสบดี ทรงมฤคราช เป็นพาหนะ
ผู้ใดเกิดวันพฤหัสบดี ๕ เป็นอัตตะ ผู้นั้นรู้หลักนักปราชญ์ เป็นคนพูดน้อยเจรจาดี ทำราชการจะเป็นที่ชอบใจแก่ขุนนางท้าวพระยา ๖ เป็นหินะ ผู้นั้นรักษาข้าวของดีนัก ๗ เป็นธะนัง ผู้นั้นจะเป็นคนรวยทรัพย์ และมักจะได้ลาภจากขุนนางท้าวพระยา ๑ เป็นปิตา ผู้นั้นรูปร่างสูงใหญ่ โกรธร้าย พ่อตายก่อนแม่ ๒ เป็นมาตา มารดาผู้นั้นเมื่อสาวมีบุญ ญาติพี่น้องมีทรัพย์สมบัติ ๓ เป็นโภคา ผู้นั้นเป็นคนรู้จักเก็บรักษาทรัพย์ แต่ใจมักเป็นนักเลง ๔ เป็นมัชฌิมา เป็นคนเจรจาน้อยแต่ได้ในความดี เจรจาเป็นที่ชอบใจแก่คนทั้งหลาย
๖. พระศุกร์ ทรงอุสุภราช เป็นพาหนะ
ผู้ใดเกิดวันศุกร์ ๖ เป็นอัตตะ ผู้นั้นเมื่อคลอดออกมามีรกพันคอ หรือมิฉะนั้นก็จะตาย หรือตกน้ำอย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้าได้หญิงที่เป็นเจ้านายเอาไปเลี้ยงจะได้ดี เป็นคนซื่อตรง และใจบุญเป็นที่พึ่งแก่คนทั้งหลาย มักจะมีตำหนิในที่ต่าง ๆ เป็นหินะ เป็นคนฉลาด รู้หลักนักปราชญ์ ๑ เป็นธะนัง เก็บทรัพย์ไว้กับตัวไม่ค่อยดี มักจะจับจ่ายใช้สอย และมักถูกเพื่อนเบียดเบียน ๒ เป็นปิตา บิดาผู้นั้นมีรูปร่างสูง เมื่อหนุ่มมีทรัพย์มีพี่น้องมาก แม่ตายก่อนพ่อ ๓ เป็นมาตา มารดาเป็นคนผิวเนื้อดำแดง ถันใหญ่ เมื่อสาวมีบุญ เมื่อแก่ตกยากไร้ญาติ ๕ เป็นโภคา ผู้นั้นรู้จักรักษาทรัพย์ เป็นคนตระหนี่ ๕ เป็นมัชฌิมา ผู้นั้นเจรจาเป็นที่ชอบใจแก่ขุนนางท้าวพระยา และสมณชีพราหมณ์ทั้งหลาย
๗. พระเสาร์ ทรงพยัคฆราช (เสือ) เป็นราชพาหนะ
ผู้ใดเกิดวันเสาร์ ๗ เป็นอัตตะ ผู้นั้นเมื่อน้อยเลี้ยงยาก มีผู้ขอเอาไปเลี้ยง เป็นคนมีสติปัญญาดี เล่าเรียนสิ่งใด ๆ ก็ดีมักจะเป็นครูเขา จะตั้งตัวได้เพราะตัวของตัวเอง ทำราชการจะปรากฏชื่อเสียง จะได้เป็นขุนนางท้าวพระยา ๑ เป็นหินะ ผู้นั้นมิรู้ที่จะตกยากเลย ๒ เป็นธะนัง ผู้นั้นได้ทรัพย์สินเงินทองข้าวของมักมีตำหนิ เป็นคนตระหนี่ทรัพย์ ๓ เป็นปิตา บิดาของผู้นั้นผิวเนื้อดำแดง ผมหยักศก มีญาติพี่น้องพึ่งมิได้ เป็นคนปากเบา ต่อภายแก่จะมีทรัพย์พอปานกลาง แม่ตายก่อนพ่อ ๕ เป็นมาตา มารดาของผู้นั้นผิวขาว เป็นคนมีบุญ ญาติพี่น้องเป็นคนรวยสมบัติ เมื่อกลางอายุจะมีทรัพย์พอปานกลาง แต่มักจะมีการเจ็บป่วยอยู่เนือง ๆ ๕ เป็นโภคา ผู้นั้นจะมีทรัพย์สินเงินทองด้วยตัวของตัวเอง ๖ เป็นมัชฌิมา ผู้นั้นเป็นคนเจรจาอ่อนหวาน พูดจาไพเราะ มักเป็นที่ชอบใจแก่หญิงทั้งหลาย
Tags: ดูดวง
Posted in: ดูดวงทายนิสัย
คนเกิดวันอาทิตย์ สิทธิการิยะ ผู้ใดเกิดวัน ๑ คืออาทิตย์ อาทิตย์เป็นบริวาร มีลูกมากเมียหลาย แต่ว่าไปมาเชื่องช้า ๒ จันทร์เป็นอายุ เป็นคนที่เข้ากับพี่น้องมิใคร่ได้ ๓ อังคารเป็นเดช มีเดชังราชสีห์ ๔ พุธเป็นศรีมีทรัพย์ดังมหาเศรษฐี ๗ เสาร์ เป็นมูลละ มีรูปชั่วดำแดงเสมอดังชูชก ๕ พฤหัสบดี เป็นอุตสาหะ มีความรู้ยิ่งกว่าคนทั้งปวง ย่อมเป็นครูคน ๘ ราหูเป็นมนตรี มีลูกเมียข้าไท ย่อมว่าง่ายสอนง่าย ๖ ศุกร์เป็นกาลกิณีร้ายนัก
คนเกิดวันจันทร์ ผู้ใดเกิดวัน ๒ คือวันจันทร์ จันทร์เป็นบริวาร จะได้เป็นเศรษฐี ๓ อังคารเป็นอายุ มีอายุน้อย มักจะเกิดพยาธิ ๔ พุธเป็นเดช มีเดชดังพระราม ๗ เสาร์เป็นศรี รูปไม่งาม ๕ พฤหัสบดีเป็นมูลละ มีรูปงามเป็นที่ชอบใจแก่คนทั้งหลาย ๘ ราหู เป็นอุตสาหะ มีความเพียรน้อย มีคนริษยามาก ทำการนานกว่าจะแล้ว ๖ ศุกร์เป็นมนตรี มีเมียหลายคน ย่อมเป็นเชื้อผู้ดี ๑ อาทิตย์เป็นกาลกิณี ร้ายนักคนเกิดวันอาทิตย์อย่าคบ
คนเกิดวันอังคาร ผู้ใดเกิดวัน ๓ คือวันอังคาร อังคารเป็นบริวาร มีลูกเมียข้าไท ย่อมรู้หลัก ๔ พุธ เป็นอายุ ว่าอายุยืนกว่าญาติกา ๗ เสาร์ เป็นเดชมีเดชดังพระราม ๕ หฤหัสบดีเป็นศรี มีทรัพย์มากและรูปงาม มีความคิดมาก ๘ ราหูเป็นมูลละ มีรูปงาม ๖ ศุกร์เป็นอุตสาหะมีความเพียรมาก มีทรัพย์มาก เป็นชายดี ๑ อาทิตย์เป็นมนตรี มีข้ามักเป็นศัตรู ๓ จันทร์เป็นกาลกิณี มีเมียมักนอกใจ
คนเกิดวันพุธ ผู้ใดเกิดวัน ๔ คือวันพุธ พุธเป็นบริวาร มีเมียย่อมเอาทรัพย์มาสู่ตน ๗ เสาร์เป็นอายุ มีอายุน้อย มักเป็นพยาธิ ๕ พฤหัสบดีเป็นเดช มีเดชดังพระโพธิสัตว์ ๗ ราหูเป็นศรี มีทรัพย์น้อย ๖ เป็นมูลละ มีความเพียรมาก ๑ อาทิตย์เป็นอุตสาหะ ใจร้าย รูปเป็นมัชฌิมา ๒ จันทร์เป็นมนตรี มีลูกเมียข้าไท มักเอาทรัพย์มาสู่เรือน ๓ อังคารเป็นกาลกิณี อาภัพมิตรสหาย ทำคุณคนไม่ขึ้น
คนเกิดวันพฤหัสบดี ผู้ใดเกิดวัน ๕ คือวันพฤหัสบดี พฤหัสบดีเป็นบริวาร ย่อมประกอบด้วยวิชาการงานทุกสิ่งอัน ๘ ราหูเป็นอายุว่าผู้นั้นมีอายุน้อย มักเกิดพยาธิโรคามาก ๖ ศุกร์เป็นเดชมีเดชดี ๑ อาทิตย์เป็นศรี มีทรัพย์ไม่มาก ๒ จันทร์เป็นมูลละ มีลูกเมียมาก แต่มิสู้ยั่งยืน ๓ อังคารเป็นอุตสาหะผู้นั้นมักฉลาด ๔ พุธเป็นมนตรี มีเมียไม่ซื่อตรง ทำตัวมีใจออก***ง ๗ เสาร์เป็นกาลกิณีร้ายนัก ทำคุณคนมักกลับให้โทษ
คนเกิดวันศุกร์ ผู้ใดเกิดวัน ๖ คือวันศุกร์ ศุกร์เป็นบริวาร ผู้นั้นมีความสุขมาก มียศมาก ๑ อาทิตย์เป็นอายุ มีอายุยืน ๒ จันทร์เป็นเดชมีเดชมหึมา ๓ อังคารเป็นศรี มีทรัพย์สินเงินทองมาก ๔ พุธเป็นมูลละ มีรูปงาม ๗ เสาร์เป็นอุตสาหะ ทำการใด ๆ ไม่ใคร่จะแล้วมักค้างอยู่ ๕ พฤหัสบดีเป็นมนตรีดีนัก ๘ ราหูเป็นกาลกิณี ร้ายนัก
คนเกิดวันเสาร์ ผู้เกิดวัน ๗ คือวันเสาร์ เสาร์เป็นบริวาร มีลูกมีข้าไท ว่าสอนยาก ๕ พฤหัสบดีเป็นอายุ มีอายุยืน ๘ ราหูเป็นเดช มีเดชดังราหู ๖ ศุกร์เป็นศรีมีทรัพย์มาก ๑ อาทิตย์เป็นมูลละมีสุขภาพและนรลักษณ์ดี จันทร์เป็นอุตสาหะ ทำการงานไม่สู้ดี ๓ อังคารเป็นมนตรี ร้ายนัก มิซื่อตรงคิดจะทำร้ายเขา ๔ พุธเป็นกาลกิณี ร้ายนัก ไม่ซื่อตรงต่อผู้ใดเลย
Tags: ดูดวง
Posted in: ดูดวงทายนิสัย
ผู้ใดเกิดวันอาทิตย์ ทำชอบได้ผิด ดังไฟตกน้ำดับหาย มักง่ายอาภัพจนตาย มีพงศ์วงศ์ร้าย มักให้เสื่อมสูญรัศมี ชื่อต่างเพิ่มพูน ความคิดเสียศูนย์ มักผิดด้วยเขาหลายครา จะจากที่อยู่สามท่าจึงได้สุขา ธาตุหิน นามครุฑโดยนัย
ถ้าผู้ใดเกิดวันจันทร์ ว่าไว้มีแผลถูกไฟ เป็นไฝสำคัญในกายา จะขึ้นจะโกรธปากกล้า มานะทะท้า ใจมักโอบอ้อมฉุยฉาย เจ็บสองครั้งปางตาย ว่าจะเป็นหม้าย ขวนขวายทำมาหากิน ได้เพื่อนฝูงเขามักสับใช้ พึ่งญาติไม่ได้ พี่น้องไม่เลี้ยงกัน ถ้าผู้ใหญ่ได้ยาก อาธรรม์ สองครั้งผายผัน ธาตุไม้พร้อมนามเตโช
ถ้าผู้ใดเกิดวันอังคาร รกพันกัณโฐ มโนบ่มีที่ยั่งยืน เมื่อโกรธมีความฝ่าฝืน มีปรีชาชื่น อุตสาหะมานะ ทนทาน เจรจาอ่อนหวานเล่ห์กล มีที่ฝากตน เป็นผลยาวยืนได้เห็น มักทุกข์ด้วยญาติขุกเข็ญ ทุกข์อันหนึ่งเป็น ด้วยไร่นาของตนเอง ได้ดีสี่คราครื่นเครง ครั้งหนึ่งยากเอง ธาตุเหล็ก สีหะนามชาตา
ถ้าผู้ใดเกิดวันพุธ ผู้นั้นเจรจา แต่ถ้อยคำพอประมาณ นักเที่ยวพละการ จะเป็นหมอพยาบาล แต่ทำได้ไว้มั่นคง มีญาติเหมือนหนึ่งไร้วงศ์ แม้ถ้าเป็นสงฆ์ จะเลื่องลือปรากฏ แม้เป็นคฤหัสถ์สาโหด เที่ยวเตร่จับจด ทั้งชู้ และเมียมากมี ตกยากห้าคราได้ดี สามครั้งมั่งมี ธาตุเถ้าสุนัขนามชาติ
ถ้าผู้ใดเกิดวันพฤหัสบดีใจใหญ่เป็นศรี ทายว่าไปใหญ่ที่อื่น จะเป็นครูท่านยั่งยืน มีปรีชารื่น จะเป็นที่พึ่งฝูงชน ว่ามักทำถ้อยความคน มิตรมักทุรชน ทำคุณผลกลับกลาย เมียก่อนบ่ยืนมักตาย หาใหม่สืบสาย ว่าเมียหลังจักดี จะได้ความทุกข์หลายที ต้นปลายมั่งมี มุลิกนาม ธาตุน้ำ
ถ้าผู้ใดเกิดวันศุกร์ตกต่ำ เมื่อน้อยฟกช้ำ รู้ซื้อรู้ขาย รู้เก็บรู้จ่ายครบครัน มักง่ายมักตายทุกอัน มักทุกข์เนืองอนันต์ พ่อตายก่อนโดยยล ว่าจะต้องยากสองหน จึงจะได้ดี ธาตุลม อัชชะนามชาโต
ถ้าผู้ใดเกิดวันเสาร์ ใจหยาบโลภ มักจะโอ่โอ้โยสาร โกรธร้ายเสียคิดอ่านการ เจรจาหักหาญ แต่ล้วนจะพาลด่าตี เงินทองข้าคนมากมี นักเลงสตรี ทายว่ามีเมียหลายคน จะมีเพื่อนฝูงทุกตำบล พี่น้องของตน มักมิชอบกันราวี ทายว่าข้าวปลายจักดี โดยชาติอันมี นามธาตุไฟสำเร็จ
Tags: ดูดวง