Posted in: เรียนไพ่ยิปซี
เรียนไพ่ยิปซีทำนายรักแบบญี่ปุ่น สอนไพ่ยิปซีทำนายรักในหน้านี้ เราได้คัดลอกและปรับปรุงเนื้อหาจากตำราไพ่ยิปซีเมื่อหลาย 10 ปีก่อน จากหนังสือชื่อ “ยิปซีทำนายรัก” ของสำนักพิมพ์ กังหัน จุดประสงค์ของการนำเสนอเรื่องราว ทางหมอดูไทยเพียงต้องการให้ผู้ที่สนใจ ได้ศึกษาความรู้ใหม่ๆ หรือ ต้องการดูดวงความรักด้วยตนเอง เพียงมีไพ่ยิปซีในมือ 22 ใบเท่านั้น แม้เราจะไม่ได้เอาเนื้อหาทั้งหมดจากหนังสือมานำเสนอในเว็บ เนื่องจาก การใช้ไพ่ยิปซีแบบญี่ปุ่น จะมีไพ่เพิ่มเข้ามาอีก 2 ใบ คือ ไพ่นางฟ้า และ ไพ่กามเทพ เราจึงตัดเหลือเฉพาะรูปแบบการทำนายที่ใช้ไพ่ยิปซีเพียงแค่ 22 ใบเท่านั้น
ทางหมอดูไทยก็หวังว่าเรื่องราว และบทความในหน้านี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจไม่มากก็น้อย การใช้ไพ่ยิปซี จะเป็นเพียงการเสี่ยงทายเท่านั้น และทุกอย่างไม่ได้ขึ้นกับดวงอย่างเดียว ผลของการกระทำมากกว่าที่จะชี้อนาคต หากแต่การทำนายดวง เป็นการช่วยให้คุณมองเป็นทิศทางที่ควรก้าวไปไม่ให้พลาด
ในหน้านี้ เราได้บรรจุความหมายไพ่ยิปซีทำนายรัก 22 ใบ แบบคร่าวๆไว้ประยุกต์ใช้ในโอกาสอื่นๆ หากอยากอ่านความหมายไพ่ยิปซีเพิ่มเติม ให้เข้าไปอ่านได้ในหน้าหลัก บทความที่เรานำมาลง ขอสงวนในการเผยแพร่ หากต้องการคัดลอกไปเผยแพร่ต่อ กรุณาใส่ลิ้งค์กลับหาเราด้วยทุกครั้ง เพราะถือเป็นมารยาทต่อผู้เขียนบทความ
เอาละ อย่างไรก็ดี ขอให้ทุกท่านสนุกกับการเรียนไพ่ยิปซีทำนายรักแบบญี่ปุ่นกันนะคับ และฝากเว็บหมอดูไทยไว้ด้วยเช่นกัน
ความหมายไพ่ยิปซีทำนายรักทั้ง 22 ใบ
The Magician / The high priestess / The Empress / The Emperor / The Hierophant / The Lovers / The Chariot / Strength/ The Hermit / Wheel of Fortune / Justice / The Hanged Man / Death / Temperance / The Devil / The Tower / The Star / The Moon / The Sun / Judgment / The World / The Fool /
รูปแบบการทำนายไพ่ยิปซีทำนายรักฉบับญี่ปุ่น
การทำนายที่จะใช้ เป็นแบบ set เดียว แต่ทางแยกย่อยมา 4 หัวข้อ โดยจะระบุคำถามเฉพาะไว้ตามหัวข้อ พร้อมความหมายไพ่ยิปซีอธิบายไว้แล้วในแต่ละหัวข้อ ดังนั้น การเรียงไพ่ คือ เรียงทีเดียวแล้วเปิดไล่จากบทที่ 1-4ไปเลย จะดีที่สุด อีกทั้งไม่ต้องยุ่งยากในการแปลความไพ่ยิปซี
ย้ำอีกครั้งนะคับ ต้องการเผยแพร่บทความ ให้ใส่ลิ้งค์กลับหมอดูไทยทุกครั้ง เพราะ เนื้อหาที่เราใส่ เราพิมพ์เองทั้งสิ้น และใช้เวลาในการพิมพ์ เพื่อเป็นมารยาทในการคัดลอกข้อมูลช่วยใส่ที่มาให้ด้วยนะคับ
Tags: ดูดวง, ดูดวงความรัก, เรียนไพ่ยิปซี, ไพ่ทาโรต์, ไพ่ยิปซี
Posted in: เรียนไพ่ยิปซี
ดังนั้น ด้วยหลักการคล้ายๆกัน ไพ่ในชุดเมเจอร์ อาคาน่าแต่ละใบที่มีผลรวมเลขเดี่ยว (จากเลขโรมัน)ออกมาเหมือนกันย่อมจับคู่กันเอง ทำให้พลังแห่งเลขนั้นเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว จากนั้นเลขเหล่านี้ก็จะ วิ่งไปเสริมพลังให้กับไพ่ดาวพระเคราะห์ที่เป็นเลขไทยที่มีจำนวนเลขเท่ากัน ตัวอย่างเช่น
ไพ่ The Hermit มีเลขโรมันประจำไพ่ คือ เลข 9
ไพ่ The Moon มีเลขโรมันประจำไพ่ คือ เลข 18 ดังนั้นเอา 1 + 8 = 9
จะพบว่าได้ผลของเลขเดี่ยวออกมาเหมือนกัน ส่งผลให้พลังแห่งเลขของไพ่สองใบนี้จึงรวมตัวหรือภาคีกัน จากนั้นก็วิ่งไปเสริมพลังให้ไพ่ดาวพระเคราะห์ เลข ๙ ซึ่งก็คือ ดาวเกตุ นั่นเอง
เมื่อเลข ๙ ของดาวเกตุได้รับพลังแห่งเลขเพิ่ม (อาจจะได้พลังแห่งเลขมาแค่ตัวเดียวจากไพ่ใบใดใบหนึ่งก็ได้ แต่พลังก็จะน้อยกกว่าการได้มาครบทั้งสองใบ) ย่อมส่งผลให้ ความหมายของดาวเกตุ (๙) ตามสายวิชาหาราศาตร์สยามทวีความโดดเด่นขึ้นอย่างมาก
ความหมายของดาวเกตุ (๙) ที่ถูกทำให้โดดเด่นมีพลังขึ้นนั้น สามารถเป็นได้ทั้งในทางดี และทางเสื่อม ก็คือ
ดาวเกตุ เด่น ความวิเศษ ความแปลกใหม่ ความวิจิตรพิสดาร ความแปลกประหลาดมหัศจรรย์ ความศักดิ์สิทธิ์ อภินิหาร ความขลังลึกลับ ลัทธิศาสนา มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยคุ้มครองรักษา สลับซับซ้อน ซิกแซ็ก ไม่เป็นไปตามปกติ ผิดธรรมดากับที่เห็นที่เป็นอยู่จริง การเคลื่อนไหว เคลื่อนที่ โยกย้ายต่างประเทศ ต่างถิ่น
ดาวเกตุ เสื่อม มักมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดไม่คาดฝัน ยุ่งยาก วุ่นวาย สับสน ความอาถรรพณ์นำความทุกข์มาสู่ มีวิญญาณร้ายคอยรบกวนรังควาน การอวดอุตริมนุษยชนของตนเองซึ่งนำผลร้ายมาสู่ชะตาชีวิต
ส่วนการพิจารณาว่าจะเด่นดีหรือเด่นเสื่อมนั้น ก็ต้องอาศัยวิชาระบบพลังงานในการพิจารณา ซึ่งข้าพเจ้าไม่อาจอธิบายได้ ณ ทีนี้ เพราะต้องร่ำเรียนเพียรศึกษากันอย่างเป็นจริงเป็นจังและต้องอาศัยเวลาอยู่บ้างพอสมควร ดังนั้นข้าพเจ้าจึงเลือกเฉพาะความหมายที่มีอิทธิพลต่อดวงชะตาในแบบกว้างๆ ซึ่งมักใช้เป็นคำแนะนำได้ดีทีเดียว กล่าวคือ แม้ไม่รู้วิชาระบบพลังงาน ก็สามารถเอาวิชาระบบพลังงานเบ็ดเตล็ด : ภาคพลังงานเลขศาสตร์ประจำดาวพระเคราะห์นี้ เพื่อเป็นคำแนะนำให้กับเจ้าชะตาได้ โดยจะต้องพิจารณาเงื่อนไขดังต่อไปนี้
๑) ต้องมีไพ่แทนดาวพระเคราะห์แบบโหราศาสตร์สยามปรากฏอยู่ในชุดดวง อาจจะไปอยู่ในตำแหน่งใดก็ได้ แต่ถ้าสถิตอยู่ในตำแหน่งของตนเองในผังดวง(ผังจักรวาล) ก็จะมีพลังมากขึ้นอีกเท่าตัว ชื่อของไพ่เหล่านั้นก็ดูได้ที่ตารางด้านบนของช่องที่เป็นเลขไทย ๐ – ๙
๒) ต่อมาพิจารณาว่ามีชื่อไพ่อะไร(มีทั้งไพ่แทนดาวและราศี)อยู่ด้านล่างของช่องที่เป็นเลขไทย ๐ – ๙ ซึ่งถ้าปรากฏชื่อไพ่ใบนั้นขึ้นมาในชุดดวงด้วยจึงจะนำวิชานี้มาใช้ได้ โดยไพ่ที่อยู่ในช่องด้านล่างช่องเลขไทย(เลขแทนดาวพระเคราะห์แบบโหราศาสตร์สยาม) จะมีได้สูงสุด ๓ ใบ แต่ส่วนใหญ่ จะมีแค่ ๒ ใบ ส่วนตารางใต้ช่องเลข ๐ (ดาวมฤตยู) นั้น ไม่มีชื่อไพ่อะไรทั้งนั้น (นอกจากความว่างเปล่า)
๓) เมื่อเข้าเงื่อนไขข้างต้นหมดแล้ว ที่เหลือก็คือคำแนะนำ ซึ่งข้าพเจ้าจะผูกเป็นร้อยกรองไว้ ทั้งนี้ก็เพื่อให้รู้จักตีความและคิดวิเคราะตามตรรกะด้วมสมองซีกซ้าย และรู้จักใช้จินตนาการด้วยสมองซีกขวา หากอธิบายเป็นร้อยแก้วเกรงจะยืดยาว ไม่กระชับ และคงจะไม่กระตุ้นเซลล์ใดๆในสมองเท่าใดนัก
(๐)
“ รู้จักปลงปลดวางความหวังวาด ไม่ประมาทคือพระธรรมล้ำเลอค่า
สิ่งใดมีเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นหนาย่อมมีดับกำกับตาม ”
(๑)
“ วาสนาของเรานั้นแม้ไม่เที่ยง แต่ถ้ารู้หลบเลี่ยงบาปเคราะห์หาม
รู้ชะตาฟ้าดินรู้ฤกษ์ยาม ย่อมช่วยค้ำวาสนายั่งยืนทน ”
(๒)
“ อันความคิดเรานั้นสำคัญนัก คิดแช่งชักดวงจักได้อกุศล
คิดแต่ดีพูดแต่ดีบุญจะดล ให้บังเกิดลาภผลได้ดั่งใจ ”
(๓)
“ ตนเท่านั้นเป็นที่พึ่งแห่งตนแท้ มีปัญญาเหลือแหล่อาจยากไร้
หากไม่รู้อดทนบ่นเป็นไฟ ใครต่อใครไม่หนีหายก็จองเวร ”
(๔)
“ ได้รับพรแห่งศิลป์ศาสตร์การสื่อสาร ดั่งได้ดาบจากสวรรค์มาถือเล่น
ต้องรู้จักใช้สิ่งที่มีให้เป็น วาจานั้นเท่าที่เห็นมีสองคม ”
(๕)
“ สั่งสมสรรพวิทยาทั้งแหล่หลาย ก็เพื่อใช้ประพฤติตนให้เหมาะสม
รู้เท่าทันเพื่อพอเพียงเลี่ยงอาจม แม้นทุกข์ตรมเหลือแสนก็รอดตาย ”
(๖)
“ สมกับที่ตัณหาพามาเกิด ใจจึงเปิดอ้ารับกามทั้งหลาย
มีรสรูปเสียงกลิ่นสัมผัสกาย ยามจะตายให้ระวังนรกจอง ”
(๗)
“ มาถึงทางที่ขวางกั้นด้วยขุนเขา จะอ้อมเอาหรือจะปีนมีแค่สอง
แม้มีปัญ-ญามาก-มายก่ายกอง ถึงครานี้มันสมองแพ้แรงใจ ”
(๘)
“ ดีและเลวบุญและบาปของคู่โลก เป็นสิ่งที่เราพกติดตัวได้
หากชาตินี้พกดีไว้ไปสบาย ถ้าพกเลวอยู่ที่ไหนตายทั้งเป็น ”
(๙)
“ แล้วแต่บุญบารมีที่สะสม ถ้าปัจจัยมีอุดมย่อมได้เห็น
แม้นในสิ่งที่บรรยายได้ยากเย็น จะรู้เช่นเห็นชาติอย่างง่ายดาย ”
อ.ดำเกิง บุญรับ www.ztarot.net
Tags: เรียนไพ่ยิปซี, ไพ่ทาโรต์, ไพ่ยิปซี
Posted in: เรียนไพ่ยิปซี
เมื่อได้ดาวพระเคราะห์ทั้ง ๑๐ ดวงตามสายวิชาโหราศาสตร์สยามแล้ว ก็ให้จดจำไว้ว่าถ้าจะ
ใช้วิชาระบบพลังงานเบ็ดเตล็ด : ภาคพลังงานเลขศาสตร์ประจำดาวพระเคราะห์ ไพ่ดาวพระเคราะห์ ๐ – ๙ นี้จะต้องปรากฏอยู่ในชุดดวงนั้นถึงจะเข้าสู่การพิจารณาในขั้นต่อไป
๒) รวมพลังแห่งเลข(โรมัน) ของไพ่ชุดเมเจอร์ อาร์คาน่า แต่ละใบให้เป็นเลขเดี่ยว จากนั้นก็จัดให้ไปอยู่ในกลุ่มของเลขดาวพระเคราะห์(เลขไทย)
หลักเกณฑ์ในการรวมพลังแห่งเลขนี้ อาจจะต้องย้อนไปดูเทคนิคเลขซ้ำ(แต่เป็นไพ่ชุดไมเนอร์ อาร์คาน่า) ที่ข้าพเจ้าเคยอธิบายไปแล้วเพื่อเป็นการปูพื้นด้านแนวคิดพอสังเขปดังนี้
เทคนิคเลขซ้ำ
ธรรมชาติปกติของธาตุ ๔ นั้น มีวงจรดูดมารวมกัน(เสริม) และผลักกัน(พิฆาต) อยู่แล้ว ซึ่งถ้าพิจารณาเงื่อนไขของการรวมพลังแค่มิติเดียว อย่างเช่น เฉพาะมิติที่เป็นธาตุเสริมกัน อาทิ ดิน-น้ำ หรือ ลม-ไฟ เท่านั้นถึงจะรวมตัวรวมพลังกันได้ โดยในหลักวิชาได้ระบุไว้ทำนองว่า
ถ้าถามเรื่องงานได้ไพ่ 3 ไม้เท้า กับ 3 ถ้วย
ไพ่ทั้งคู่มีกำลัง(เลข)เท่ากัน รวมพลังทางความหมายเรื่องงาน ทายในทางดี แต่พอมาพิจารณาเรื่องธาตุกลับพิฆาตกัน จึงทายในทางมีอุปสรรค ความขัดแย้งซ่อนแฝงอยู่ด้วย..นี่เป็นหลักพื้นฐานในการพิจารณา
ทีนี้ถ้ายกตัวอย่างใหม่เป็นไพ่ 2 เหรียญ กับ 2 ไม้เท้า บ้าง โดยเป็นคำถามเรื่องความรัก จะพบว่าตามหลักพื้นฐานนั้น ธาตุของไพ่ทั้งสองตีกันเอง รวมกันไม่ได้ แต่ในกรณีวิชาเลขซ้ำนั้นกลับต่างออกไป ดังนี้
พลังของเลขที่เหมือนกัน ก็เหมือนกับเราเป็นพวกเดียวกัน เป็นครอบครัวเดียวกัน เลขเหมือนกันก็ย่อมพยายามที่จะรวมกลุ่มของตัวเองเช่นกัน(เช่นเดียวกับธาตุเดียวกันที่ต้องการรวมตัวกัน) แต่ถ้าเลขมันยังเป็นส่วนหนึ่งของธาตุในไพ่แบบเดิมนั้นย่อมไม่อาจรวมกันได้ มันจึงได้ดีดตัวเองออกมา ออกมาเฉพาะพลังแห่งเลข ไม่เอาพลังธาตุมาด้วย ทำให้ไม่ว่าไพ่เลขซ้ำจะอยู่ตำแหน่งใดของผังเซลติก ครอส มันก็รวมกันได้โดยมาสนใจตำแหน่งหรือปัจจัยอื่นใดทั้งนั้น …ลองคิดตามดูว่า ถ้าไพ่เลขซ้ำ ๒ ใบอยู่ตำแหน่งที่ 10 กับ ตำแหน่งที่ 7 และอาจเป็นธาตุเสริมกันได้ด้วยเช่น 2 เหรียญ กับ 2 ถ้วยก็ตาม แต่ระยะทางไกลกันย่อมไม่อาจเชื่อมพลังรวมกันได้ตามระบบพลังงาน(ภาคธาตุ) เพราะติดที่ตำแหน่งมันบังคับไว้ไม่ให้มาเจอกันนั่นเอง แต่ถ้าพลังของเลขแยกตัวออกมาย่อมให้ผลต่างออกไปคือ
เมื่อพลังของเลขดีดตัวออกมาจากแรงบังคับของตำแหน่ง พลังความหมาย และพลังธาตุแล้ว มันก็จะเป็นอิสระ จากนั้นก็เกิดการรวมพลังเลข ดังตัวอย่างเช่น
2 เหรียญ + 2ไม้ เท่ากับ 4
ถามเรื่องความรัก เท่ากับเป็น 4 ถ้วย
จากนั้นก็ดูองค์รวมว่าจะออกคำทำนายไปในแนวใด และ 4 ถ้วยนั้นสอดคล้องสนับสนุนได้หรือไม่ ซึ่งต้องสอดคล้องกันจึงจะทำนายได้
กรณีที่มีไพ่เลขซ้ำ 2 ชุด เช่นมีเลขซ้ำเพิ่มมาเช่น 3 ไม้เท้า + 3 ถ้วย เท่ากับ 6 ถ้วย ดังนั้น เอาความหมายของผลลัพธ์ คือ 4 ถ้วย กับ 6 ถ้วย มาพิจารณาทิศทางการเดินพลังได้ดังนี้
4 ถ้วย กับ 6 ถ้วย เป็นพลังธาตุเดียวกัน(น้ำ) กำลังน้อยย่อมไปหากำลังมาก
4 ถ้วย à 6 ถ้วย หมายถึง 4 ถ้วยไปเสริมความหมาย 6 ถ้วยที่เป็นหลัก แบบนี้ทายว่า มีคนเข้ามา มีความรักเข้ามาหา
จากนั้น ธาตุเดียวกันย่อมเสริมรวมกันได้จึงเอาเลขผลลัพธ์มารวมกันอีกทอดหนึ่ง คือ 6+4 จึงเท่ากับ 10 ถ้วย(หรือจะใช้เป็น 1 ถ้วยก็ได้ แต่ต้องพิจารณาทิศทางไพ่เป็นองค์รวม) หมายถึง การสนิทสนมมากขึ้น การได้มีคนรัก การมีครอบครัว (กรณีนี้เป็นคำตอบของคำถามที่ ๑ ข้างล่างครับ)
ตามตัวอย่างที่ยกมาข้างต้นนั้น ยังมีความจำเป็นที่จะต้องพิจารณาความหมายองค์รวมก่อนด้วย เช่น ถ้ามีแนวโน้มบอกว่าเป็นรักซ้อน รักคนมีเจ้าของ แสดงว่ารักครั้งนี้อาจจะผิดศีลธรรม ก่อบาปเวร เป็นต้น
อ.ดำเกิง บุญรับ www.ztarot.net
Tags: ไพ่ยิปซี
Posted in: เรียนไพ่ยิปซี
วิชาระบบพลังงานเบ็ดเตล็ด : ภาคพลังงานเลขศาสตร์ประจำดาวพระเคราะห์
|
The Fool (0) |
The Sun (19)
|
The High Priestess (2)
|
The Tower (16) |
The Magician (1) |
Wheel of Fortune (10) |
The Empress (3) |
The World (21) |
Judgement (20) |
The Hanged Man (12) |
|
๐ |
๑ |
๒ |
๓ |
๔ |
๕ |
๖ |
๗ |
๘ |
๙ |
|
Wheel of Fortune (10) |
Justice (11) |
The World (21) |
The Emperor (4) |
The Hierophant (5) |
The Lovers (6) |
The Chariot (7) |
Strength (8) |
The Hermit (9)
|
|
|
The Magician (1) |
Judgement (20) |
The Hanged Man (12) |
Death (13) |
Temperance (14) |
The Devil (15) |
The Tower (16)
|
The Star (17) |
The Moon (18) |
|
|
|
The Empress (3) |
|
|||||||
ตารางข้างบนนี้เป็นการจัดกลุ่มของพลังงานโดยอาศัยพลังแห่งเลขศาสตร์เป็นเกณฑ์ทั้งสิ้น ซึ่งมีแนวคิดดังนี้
๑) ค้นหาดาวพระเคราะห์ทั้ง ๑๐ ดวงในสายวิชาโหราศาสตร์สยามที่ซ่อนอยู่ในไพ่ดาวเคราะห์(ทั้ง ๑๐ ใบ) ในชุดไพ่เมเจอร์ อาร์คาน่าของสายวิชาไพ่ทาโร่ต์
ซึ่งโดยส่วนใหญ่มีการจัดไว้แล้วตรงกัน ๗ ดวง เพราะเป็นดาวที่ค้นพบมาตั้งแต่โบราณกาล ได้แก่ อาทิตย์(๑) จันทร์(๒) อังคาร(๓) พุธ(๔) พฤหัส(๕) ศุกร์(๖) และ เสาร์(๗) ส่วนดาวอีกสามดวงที่เหลือ คือ มฤตยู(๐) ราหู(๘) และ เกตุ(๙) นั้นยังมีข้อถกเถียงกันอยู่ เพราะใช่หลักเกณฑ์ในการค้นหาแตกต่างกัน
อย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้าก็จัดตามความเข้าใจของข้าพเจ้า ดังนั้นขอให้ท่านผู้อ่านตีดสินใจด้วยตนเองว่าหลักเกณฑ์ใดมีความน่าเชื่อถือมากกว่ากัน และที่สำคัญคือ เมื่อนำไปใช้จริงแล้วได้ผลที่ชัดเจนและดีกว่ากัน โดยข้าพเจ้าเอาบทความ (ฉบับปรับปรุง) ในประเด็นนี้มาลงไว้ให้อ่านเพื่อการพิจารณา ดังนี้
บทวิจารณ์เรื่อง “สามเทพไตรลักษณ์”
ข้อมูลที่รับรู้กันโดยทั่วไปเกี่ยวกับไพ่ ๓ ใบในชุดเมเจอร์ อาร์คานา คือ The Fool, The Hanged Man และ Judgment แทนถึง ดาวยูเรนัส เนปจูน พลูโต ตามลำดับ แต่เมื่อข้าพเจ้าต้องการจะค้นหาว่า ดาวมฤตยู ๐ เกตุ ๙ และราหู ๘(ดาวฉายาทางโหราศาสตร์) ตามแบบฉบับของสยามนั้นคือไพ่ใบใดกันแน่ ซึ่งจากการค้นคว้าก็พบข้อมูลที่เป็นเหมือนไกด์นำทางว่า ดาวยูเรนัสที่มีการใช้ชื่อว่ามฤตยู ดาวเนปจูนใช้ชื่อว่าดาวเกตุ และดาวพลูโตใช้ชื่อว่าดาวยม ชื่อสองดาวแรกคือ มฤตยูและเกตุนั้น มีชื่อตรงกันในวิชาโหราศาสตร์สยามที่มีการใช้กันอยู่มาจนปัจจุบัน ส่วนดาวยมนั้นไม่มีการใช้ในมาแต่ดั้งเดิม แต่จริงๆแล้วความเข้าใจของมฤตยูและเกตุของศาสตร์ทาโร่ต์นั้นไม่ตรงกันกับของสยามซะทีเดียว(แม้จะใช้ชื่อตรงกัน) เพราะของสยามจัดสองดาวนี้เป็นดาวเคราะห์ฉายา คือไม่มีตัวตนอยู่จริง แต่ทางศาสตร์ทาโรต์จัดให้เป็นดาวเคราะห์ที่มีการค้นพบจริงๆในระบบสุริยะ จึงได้ข้อสรุปว่า ชื่อแบบสยามของดาวเคราะห์ซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าทั้ง ๓ ดวงนี้ ได้มีการใส่สวมเข้าไปภายหลังจากที่นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบดวงดาวเหล่านี้ในชั้นหลัง
“มฤตยู” ในความหมายของสยามหมายถึง การที่ทุกสิ่งต้องกลับคืนสู่ความว่างเปล่า หรือ ความเป็นอนัตตานั่นเอง และเมื่อเปรียบเทียบในทางปรัชญาของทาโร่ต์ ก็พบจุดร่วมตรงกันหลายประการ คือ
ดาวยูเรนัสที่รับอิทธิพลทางความเชื่อมาจากกรีก โดยชาวกรีกเชื่อว่า ดาวยูเรนัสเป็นชื่อที่มีสัญลักษณ์แทนสวรรค์ และเทพยูเรนัสเป็นเทพเจ้าแห่งท้องฟ้าของกรีก มนุษย์มีความเชื่อมานานแล้วว่าการขึ้นสวรรค์ก็ต้องขึ้นไปสู่ท้องฟ้า หรือพระเจ้ามองดูเราจากบนฟ้า ดังนั้น ถ้าสวรรค์ของชาวกรีกคือการได้ขึ้นไปหาพระเจ้าที่อยู่บนฟ้า ซึ่งแทนด้วยสัญลักษณ์ของดาวยูเรนัสที่เป็นเสมือนดาวนำทาง หรือเป็นตัวแทนความฝันใฝ่ของมนุษย์ สวรรค์ของชาวพุทธก็ย่อมหมายถึงดินแดนนิพพาน เป็นที่ที่มีความหมายเป็นศูนย์(๐) คือความว่างจากตัวตน – ของตน หยุดการเวียนว่ายตายเกิดอย่างถาวร ซึ่งนั่นก็คือ ความเป็นอนัตตานั่นเอง อนัตตาจึงเป็นเสมือนดาวนำทางไปสู่สวรรค์เช่นเดียวกับดาวยูเรนัส (ของกรีก) เพราะเมื่อผู้ในเข้าถึงอนัตตา ผู้นั้นย่อมพบเส้นทางไปสู่นิพพานได้โดยอัตโนมัติ ผู้นั้นย่อมหาทางไปอยู่ร่วมกับพระพุทธเจ้าได้ในแดนนิพพาน ดั่งคำพระพุทธองค์ที่ว่า “ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นย่อมเห็นเรา(ตถาคต)”
กระนั้นผู้รู้หลายท่านก็ทราบกันดีถึงนัยยะแฝงของไพ่ The Fool เพราะตามเลขของฮิบบรูแล้วไพ่ใบนี้แทนถึงไพ่เลข 0 ซึ่งหมายถึงการกลับมาสู่ความว่างเปล่าได้เช่นกัน จึงพอสรุปลงได้ว่าแม้จะไม่มีการอธิบายไว้เป็นเชิงปรัชญาในไพ่ใบนี้ แต่สามารถคาดคะเนได้ว่า การที่โบราณจารกำหนดให้ไพ่ The Fool อยู่ประจำหมายเลข 0 ก็คงมีความตั้งใจให้เป็นไปอย่างที่ข้าพเจ้าเข้าใจ
ปัญหาต่อมาคือ ไพ่ใบใดกันแน่สามารถแทนถึงดาวราหู (๘) และดาวเกตุ (๙)ได้ เพราะไม่มีการระบุไว้ในตำราเล่มใดอย่างมั่นใจแบบฟันธงเลย เนื่องจากเป็นการผสมผสานของศาสตร์ทาโร่ต์กับโหราศาสตร์สยาม ซึ่งเป็นสิ่งที่คิดค้นกันขึ้นมาใหม่มิใช่มีมาแต่ดั้งเดิม
อย่างไรก็ตาม มีนักพยากรณ์ไพ่ทาโร่ต์บางท่านที่มีความรู้เรื่องโหราศาสตร์สยาม ได้จัดให้ดาวราหู (๘ )คือ The Devil และ The Star เนื่องจากอ้างอิงตำราโหรสยามที่ว่า เดิมดาวเสาร์ ๗ มีเรือน (เกษตร) ของตนเองอยู่ที่ราศีมังกร (The Devil) และกุมภ์ (The Star) และราหู (๘) ได้ไปขอเช่าเรือนของเสาร์ (๗) ที่ราศีกุมภ์ ราหูจึงสถิตตัวเองอยู่ที่ไพ่ราศีอย่าง The Devil และ The Star การจัดเช่นนี้นั้นพอเข้าใจได้ และอีกประการคือ ดาวราหู (๘) เองก็มีความหมายที่ใกล้เคียงกับความหมายของไพ่ The Devil ด้วยส่วนหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม ไพ่ The Star กลับไม่พบความหมายร่วมกับดาวราหู (๘) แต่อย่างใด เหตุผลที่เขาจัดไพ่ The Star เป็นไพ่ราหูด้วย ก็อาจเพราะมีการใช้วิชาเลขศาสตร์เข้ามาจับ โดยใช้เลขโรมันประจำของไพ่นี้คือเลข 17 เอามาบวกกันเพื่อหาเลขตัวเดียว 1 + 7 = เลข 8 ซึ่งแทนเลขของดาวราหูก็เป็นได้ แต่ข้อสงสัยก็ตามมาอีกว่าถ้าจัดแบบนี้ ไพ่ Strength ที่มีเลขโรมันประจำไพ่คือเลข 8 จะไม่ควรเป็นดาวราหูมากกว่าอย่างนั้นหรือ
ข้างต้นคือการเสาะหาดาวราหู (๘) โดยใช้เรือนราศีที่ดาวไปสถิตอยู่ผนวกกับใช้วิชาเลขศาตร์เป็นเกณฑ์ และมาพิจารณากันต่อในประเด็นที่บางท่านจัดให้ดาวเกตุ (๙) เป็น ไพ่ The Magician และ The Hermit ซึ่งข้าพเจ้าไม่สามารถยอมรับได้เลยอีกเช่นกัน แม้จะรู้ว่าดาวพุธ (๔) (The Magician)เข้าเรือนตนเอง(เกษตร)ที่ราศีกันย์(The Hermit) และไพ่ The Hermit จะมีเลขโรมันประจำไพ่คือ เลข 9 ที่แทนถึงดาวเกตุได้ แต่ก็หาคำอธิบายที่สมเหตุสมผลต่อไปไม่ได้ว่า ไพ่ The Moon ที่มีเลขโรมัน คือเลข 18 ที่ผลรวมเป็นเลขตัวเดียว 1 + 8 = เลข 9 นั้นทำไมไม่จัดเป็นไพ่ดาวเกตุไปด้วยเลย
อย่างนี้แสดงว่าการใช้เกณฑ์ของเลขศาสตร์ร่วมกับวิชาโหราศาสตร์สยามนั้นใช้เป็นหลักในการหาดาวราหู(๘)และดาวเกตุ(๙)ไม่ได้ ยกตัวอย่างที่ชัดเจนกว่านี้ก็เช่น ไพ่ The Empress แทนดาวศุกร์ ซึ่งเลขไทยคือเลข ๖ แต่เลขโรมันของไพ่ใบนี้คือ เลข 3 ถ้าเป็นอย่างนี้ทำไมจึงจัดไพ่ The Empress ให้เป็นดาวศุกร์(๖) แทนที่จะเป็นดาวอังคาร ซึ่งมีเลขไทยคือ เลข ๓ ที่ตรงกับเลขโรมัน คือเลข 3 เหมือนกัน
เป็นที่รู้กันดีว่าในตำราที่ใช้ร่วมกันอยู่ในทุกวันนี้ระบุไว้ว่า ดาวเกตุ (๙)นั้นในเบื้องต้นถือว่าไม่มีเรือนราศีให้สถิตเป็นเกษตรหรือดาวเจ้าเรือนเกษตร (เช่นเดียวกับมฤตยู ๐ ) อันเนื่องมาจากดาวเกตุเป็นวิญญาณธาตุที่มองไม่เห็น ดังนั้นเรื่องการจัดดาวเกตุ(รวมถึงดาวราหู)เช่นนี้ ข้าพเจ้าไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน และถ้าเราลองตั้งข้อสังเกตอีกสักหน่อยจะพบว่า การจัดไพ่ที่แทนถึงราศี (มี ๑๒ ราศี) ให้กลายมาเป็นตัวแทนของดวงดาวนั้นชั่งดูไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย เพราะดาวก็ส่วนดาว ราศีก็ควรจะอยู่ในส่วนของราศี เอามาผสมปนเปกันแบบนี้ก็ไม่รู้จะใช้ยังไงถึงจะไม่สับสน
ด้วยเหตุแห่งความสับสนในการตีความเหล่านี้เองทำให้ผู้เขียนต้องทำความเข้าใจกับผู้อ่านก่อนว่า เนื้อหาต่างๆในหนังสือเล่มนี้ ก็ให้ถือเสียว่าผู้เขียนจัดตามเหตุผลของตนเองที่เข้าใจและเห็นควรเองว่าควรเป็นอย่างนี้อย่างนั้นโดยอิงอาศัยประสบการณ์จากการใช้ในการทำนายจริงและใช้หลักเกณฑ์ที่ต่างออกไปจากที่กล่าวมาซึ่งจะได้กล่าวถึงในเนื้อหาต่อไป ผู้เขียนยินดีให้พิสูจน์สมมติฐานทั้งหลายด้วยการทดลองนำไปใช้จริงเป็นหลัก ซึ่งถ้าพบว่าความคิดแบบของผู้เขียนนี้เป็นเรื่องไร้สาระ ก็ขอให้ท่านทิ้งตำราเล่มนี้ไปเสียได้เลย
อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนตั้งข้อสังเกตว่าการจัดดาวเช่นนี้ (รวมถึงบางท่านจัดไพ่ทั้ง ๗๘ ใบให้มีเรือนเป็นของตนเองก็มี)อาจอนุโลมให้เหมาะสมเฉพาะการเรียงไพ่แบบจักรราศีหรือในแบบเฉพาะตัวตามหลักวิชาของเขาเท่านั้นก็ได้ แต่ไม่อาจนำมาใช้ได้กับการเรียงไพ่แบบเซลติก ครอส ที่มีความซับซ้อนกว่ามากในการทำนาย และโดยเฉพาะประเด็นเรื่องของดวงดาวและราศีนั้น ทางศาสตร์ไพ่ทาโร่ต์มิได้สนใจเรื่องการเข้าเรือนราศีอะไรของดาวเคราะห์อะไร ชนิดที่ว่ากำหนดตำแหน่งไว้เสร็จสรรพนั้นไม่มี เนื่องจากไพ่ทาโร่ต์มีความพลิกแพลงและไม่มีกฎตายตัวซึ่งเป็นเอกลักษณ์มาเนิ่นนานแล้วนั่นเอง กระนั้นก็ใช่ว่าจะไม่มีหลักการเลย ในหลักวิชาของผู้เขียนสามารถแสดงการจัดดาวเคราะห์เข้าราศีในแบบฉบับของศาสตร์ทาโร่ต์ได้ เรียกว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ก็คงไม่เกินจริงนัก
สาเหตุที่มีปัญหาในการจัดดาวราหู (๘) และดาวเกตุ (๙) ไม่ลงตัวนั้น น่าจะเกิดจากการที่เราพยายามเอาโหราศาสตร์สยามที่มีกลิ่นอายตะวันออก(เฉียงใต้)เป็นตัวตั้งมากเกินไป จนบิดเบือนศาสตร์แห่งไพ่ที่มีกลิ่นอายจากต่างถิ่นที่กัน(โดยเฉพาะตะวันตก)เพื่อให้ลงกันได้กับทางโหราศาสตร์สยาม ดังนั้นข้าพเจ้าจึงหันมาใช้วิชาไพ่ทาโร่ต์เป็นตัวตั้ง และให้โหราศาสตร์สยามเป็นตัวเสริมหรือเครื่องมือในการตรวจสอบสมมติฐานแทน โดยผู้เขียนใช้ความระมัดระวังในเรื่องดาวและราศีต่างๆเป็นพิเศษ เพราะในเรื่องนี้นั้นของทางศาสตร์ทาโร่ต์ไม่ได้มีความหมายเหมือนกับของทางโหราศาสตร์สยามไปเสียทั้งหมด จึงต้องพิจารณากันโดยรอบคอบ ยิ่งในแง่ของการใช้งานจริงยิ่งต้องรอบคอบ
เป็นสิ่งที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าองค์ประกอบของไพ่ทาโร่ต์ นอกเหนือจากเรื่องของ ธาตุ ๔, ดาวเคราะห์, จักรราศี รวมถึงตำนานและสัญลักษณ์ต่างๆในรูปไพ่แล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ เลขศาสตร์อันศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮิบบรู ที่เป็นกุญแจสำคัญในการค้นหาดาวที่น่าสงสัยอย่าง ราหูและเกตุ เพราะเลข 0-21 ของฮิบบรูนั้น มีความเป็นไปได้อย่างมากว่าจะถูกกำหนดเป็นสิ่งตายตัวก่อนเพราะแต่ละเลขมีความหมายเฉพาะตัวอยู่ก่อนแล้ว จากนั้นค่อยจับไพ่ที่มีองค์ประกอบต่างๆดังที่กล่าวมา จัดใส่ลงไปตามเลขที่คิดว่าเหมาะสมที่สุด ดังนั้นการจะนำโหราศาสตร์สยามเข้าไปสวมทับ จึงต้องพิจารณาด้านตัวเลข คือ การวางตำแหน่งของตัวเลขและไพ่ย่อมต้องมีความสมดุล เป็นระเบียบชัดเจน สอดคล้องต้องกันได้พอดี
เป็นที่ทราบกันดีอีกเช่นกันว่า ไพ่ ๒๒ ใบในชุด เมเจอร์ อาร์คานานั้น เป็นไพ่แทนดาวเคราะห์ ๑๐ ใบ และไพ่แทนราศี ๑๒ ใบ โดยธาตุของทางไพ่ ๑๒ ใบแทนราศีนั้นตรงกันกับของสยาม ดังนั้นประเด็นเรื่องธาตุของราศีจึงลงกันได้ เพราะจากการศึกษาประวัติที่มาเรื่องธาตุประจำราศีนี้ น่าจะมีที่มาจากองค์ความรู้เดียวกันของคนยุคโบราณแล้วแผ่ขยายไปสู่ดินแดนต่างๆผ่านทางนักเดินทางที่ได้ไปค้าขายตามเส้นทางการพาณิชย์ในสมัยโบราณ ส่วนเรื่องของธาตุประจำดาวเคราะห์นั้นพบว่าของทางไพ่ทาโร่ต์ไม่ตรงกับของทางโหรสยาม แต่เนื่องจากดาวเคราะห์หลัก ๗ ดวงคือ อาทิตย์-จันทร์นั้น สามารถมองเห็นได้บนท้องฟ้าด้วยการสังเกตจึงมีเหมือนกันทุกชนชาติ ดังนั้นผู้เขียนใช้หลักของดาวนพเคราะห์ของสยามเขาไปจับได้เลย โดยไม่ต้องสนใจธาตุในไพ่ทาโร่ต์ เช่น ของสยามดาวศุกร์(๖)เป็นธาตุน้ำ แต่ของทางทาโร่ต์เป็นธาตุดิน เป็นต้น ทั้งนี้เนื่องจากศาสตร์แห่งทาโร่ต์ได้มีการแตกตัวของธาตุใหม่เพิ่มขึ้นจากธาตุตั้งต้นเดิม เพราะแต่เดิมมีธาตุประจำดาว ๗ ดวงที่มองเห็นบนท้องฟ้าแต่ได้เพิ่มมาใหม่อีก ๓ ดวง(ที่มองไม่เห็นต้องใช้กล้องส่อง)จึงต้องเล่นแร่แปรธาตุกันใหม่ให้เกิดความสมดุล ดาวใหม่ที่เพิ่มเข้ามาคือ ยูเรนัส เนปจูน และพลูโต คล้ายกับว่า เดิมมีธาตุ ๔ อยู่ในปริมาณเท่ากับ ๗ ต่อมาเอาธาตุ ๔ มาเพิ่มเข้าไปอีก ๓ กลายเป็น ๑๐ แน่นอนว่าการเอาธาตุ ๔ มาเฉลี่ยๆให้สมดุลแล้วจัดลงใน ๗ ส่วนกับจัดลงใน ๑๐ ส่วนแต่ละส่วนย่อมมีปริมาณธาตุ ๔ ต่างกัน(โดยสมดุล) แต่ยังซะก็หนีไม่พ้นธาตุ ๔ คือไม่มีธาตุอะไรเกินนี้ไปได้ อีกตัวอย่างหนึ่งคือ มีน้ำ +เกลือ เอามาผสมกัน แต่ถ้าเพิ่มน้ำหรือเกลือเข้าไปย่อมเกิดรสชาติที่แตกต่างแล้วแต่สัดส่วนของสิ่งที่เพิ่มเข้าไป แต่ทั้งหมดนั้นก็มีแค่เกลือและน้ำเท่านั้น หมายถึง ยังคงแปรธาตุใหม่จากธาตุตั้งต้นอยู่ในที่เดิมนั้นเอง สรุปได้ว่าธาตุในดาวเคราะห์แม้ดูต่างกันก็จริง แต่เวลาผสมแปรธาตุระหว่างดวงดาว เช่น พุธ(The Magician) ธาตุน้ำ กับ ศุกร์ (The Empress) ธาตุดิน เมื่อมารวมกันแล้วก็จะแปรเป็นธาตุน้ำอยู่ดี กล่าวคือ ก็จะได้ธาตุที่แปรตามหลักของสยามอยู่เหมือนเดิม
ดังนั้นไพ่ที่แทนดาวยูเรนัส (The Fool) เนปจูน (The Hanged Man) และ พลูโต (Judgment) ที่ไม่สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่าหรือวิทยาการทางกล้องในสมัยก่อนที่พัฒนาไม่ถึงขั้นปัจจุบันจึงน่าสงสัยที่สุดว่าดาวที่เรากำลังค้นหาต้องอยู่ใน ๓ ดาวเคราะห์นี้อย่างแน่นอน แต่เราได้ค้นพบดาวมฤตยู (๐) (The Fool) แล้ว จึงเหลือแค่ ไพ่ Judgment และ ไพ่ The Hanged Man เท่านั้นที่ต้องพิจารณาต่อไป ดังต่อไปนี้
เมื่อแยกกลุ่มของไพ่ออกเป็นกลุ่มไพ่ดาวเคราะห์และกลุ่มไพ่ราศีได้แล้ว ก็ถึงเวลาตรวจสอบสมมติฐานเพื่อหาดาวราหูและเกตุของสยามให้พบ โดยใช้เกณฑ์เรื่องของการจัดตำแหน่งอย่างสมดุล เป็นเครื่องวินิจฉัยสำคัญ ดังนี้
๑) จับไพ่ทั้งสองกลุ่มแยกกันแล้วเรียงตามลำดับว่าไพ่ของแต่ละกลุ่มว่าไพ่ใดมาก่อนมาหลังตามลำดับไปเรื่อยๆ ได้ดังนี้
๑) The Emperor (ราศีเมษ)
๑) The Magician (พุธ) ๒) The Hierophant (ราศีพฤษภ)
๒) The High P. (จันทร์) ๓) The Lovers (ราศีเมถุน)
๓) The Empress (ศุกร์) ๔) The Chariot (ราศีกรกฏ)
๔) Wheel of F. (พฤหัส) ๕) The Strength (ราศีสิงห์)
๕) The Hanged Man ( ? ) ๖) The Hermit (ราศีกันย์)
๖) The Tower (อังคาร) ๗) Justice (ราศีตุลย์)
๗) The Sun (อาทิตย์) ๘) Death (ราศีพิจิก)
๘) Judgment ( ? ) ๙) Temperance (ราศีธนู)
๙) The World (เสาร์) ๑๐) Devil (ราศีมังกร)
๑๑) The Star (ราศีกุมภ์)
๑๒) The Moon (ราศีมีน)
๒) จากนั้นก็เอาดาวเคราะห์มาจับคู่กัน ตามหลักการของโหรสยามเรื่อง “พระเคราะห์คู่ธาตุ” (ไม่นับไพ่ The Fool เพราะเป็นเลข 0/๐ ดาวมฤตยู และเข้าคู่ใดไม่ได้อยู่แล้ว) ได้ดังนี้
๑) The Magician (พุธ) —————-
๒) The High P. (จันทร์)———–
๓) The Empress (ศุกร์)—————–
๔) Wheel of F. (พฤหัส)————
๕) The Hanged Man ( ? )
๖) The Tower (อังคาร) ————–
๗) The Sun (อาทิตย์)————
๘) Judgment ( ? )———————–
๙) The World (เสาร์)————
ดังนั้น จับคู่อย่างสมดุลและเป็นระเบียบแล้วจะได้ ๔ คู่ธาตุ แต่ไม่รู้ชื่อ ๑ ตัวคือ Judgment และไม่มีคู่ (และไม่รู้ชื่อ) ๑ ตัว คือ The Hanged Man
๓) จับเอาราศีมาพิจารณาตามหลักของโหรสยามเรื่อง “ต้นธาตุ กลางธาตุ และปลายธาตุ” (ทวารราศี หรือ จรราศี, สถิรราศี และ ทวิภาวราศี) แบ่งได้เป็น 4 กลุ่มใหญ่ ดังนี้
๑) The Emperor (ราศีเมษ) ต้นธาตุไฟ
๒) The Hierophant (ราศีพฤษภ) กลางธาตุดิน
๓) The Lovers (ราศีเมถุน) ปลายธาตุลม
๔) The Chariot (ราศีกรกฏ) ต้นธาตุน้ำ
๕) The Strength (ราศีสิงห์) กลางธาตุไฟ
๖) The Hermit (ราศีกันย์) ปลายธาตุดิน
๗) Justice (ราศีตุลย์) ต้นธาตุลม
๘) Death (ราศีพิจิก) กลางธาตุน้ำ
๙) Temperance (ราศีธนู) ปลายธาตุไฟ
๑๐) Devil (ราศีมังกร) ต้นธาตุดิน
๑๑) The Star (ราศีกุมภ์) กลางธาตุลม
๑๒) The Moon (ราศีมีน) ปลายธาตุน้ำ
สังเกตได้ว่าจะมีการเรียงเป็น ต้น-กลาง-ปลาย ของธาตุต่างๆอย่างสมดุลและเป็นระเบียบ
๔) ใช้หลักการของโหรสยามเรื่อง “พระเคราะห์คู่อสีติธาตุ” คือ พระเคราะห์คู่ธาตุ เข้า เรือนราศีใดบ้าง จะได้ดังนี้
|
คู่ดาวเคราะห์ |
เรือนราศี ต้น-กลาง-ปลาย |
ธาตุแปร |
|
เสาร์ ๗ คู่ อาทิตย์ ๑ The World คู่ The Sun (ลม ) (ไฟ ) |
เมษ สิงห์ ธนู The Emperor The Strength Temperance |
ไฟ |
|
จันทร์ ๒ คู่ พฤหัส ๕ The High P. คู่ Wheel of Fortune (ดิน ) ( ไฟ) |
มังกร พฤษภ กันย์ Devil The Hierophant The Hermit |
ดิน |
|
อังคาร ๓ คู่ ราหู ๘ The Tower คู่ Judgment* (ลม ) (น้ำ ) |
ตุลย์ กุมภ์ เมถุน Justice The Star The Lovers |
ลม |
|
พุธ ๔ คู่ ศุกร์ ๖ The Magician คู่ The Empress ( น้ำ) (ดิน ) |
กรกฏ พิจิก มีน The Chariot Death The Moon |
น้ำ |
|
ดวงพระเคราะห์คู่ธาตุ |
(เข้าราศี) ดวงพระเคราะห์คู่อสีติธาตุ |
- * สังเกตพบว่า ไพ่ Judgment ถูกจัดให้เป็นดาวราหู (๘) โดยอัตโนมัติ ไพ่ที่แทนดาวราหูจึงค้นพบได้ฉะนี้ และการที่ราหูสามารถเข้าเรือนราศีได้นั้นก็เนื่องมาจากมันเป็นสิ่งที่ก้ำกึ่งระหว่างมองเห็นได้(รูปธรรม)และมองเห็นไม่ได้(นามธรรม)ในโลก จึงจัดไว้เป็นเทพประจำราศีกุมภ์ ซึ่งแต่เดิมราศีกุมภ์มีเจ้าของคือ เทพดาวเสาร์ที่มีกรรมสิทธิ์ในราศีมังกรและกุมภ์ แต่เสาร์ใจดีแบ่งให้ราหูเช่าราศีกุมภ์ไป ดังนั้น ราหูจึงไม่ใช่เจ้าของราศีกุมภ์ แต่แค่มาขอเช่าอาศัยทำพันธกิจของตนเท่านั้น เนื่องจากตนเองกึ่งนามธรรมกึ่งรูปธรรม เรียกว่า “กึ่งเทพกึ่งมาร” ก็ได้ (ศึกษาตำนานเทพดาวนพเคราะห์ก็จะเข้าใจดียิ่งขึ้น) แต่เนื่องจากครึ่งหนึ่งเป็นเทพ จึงได้รับอนุญาตให้ร่วมในทำเทียบเทพสภา โดยได้รับอนุญาตให้มีวิมานไว้สถิตได้(ที่เรือนราศีกุมภ์) ราหูจึงมีสองลักษณะนั่นคือ สิ่งที่มากระทบกายและใจแล้วทำให้เกิดสภาวะทุกข์ เช่น รถมาชนเรา เราบาดเจ็บทางกาย สิ่งนี้คือ มองเห็นได้ทางกายภาพที่เปลี่ยนแปลงไปเพราะถูกกระทำเรียกว่า เป็นสภาวะทุกข์ทางกาย และเรามีอาการเจ็บ รู้สึกทรมาน สิ่งนี้มองไม่เห็นแต่รู้สึกได้ เรียกว่าเป็นสภาวะทุกข์ทางใจ สภาวะทุกข์ก็คือ“ทุกขัง” หมายถึง การไม่สามารถดำรงอยู่ในสภาพเดิมได้ ทนอยู่ในคุณลักษณะหรือคุณสมบัติเดิมไม่ได้ เช่น ทำให้ร่างกายเป็นเช่นเดิมไม่ได้ รถชนแล้วก็อาจต้องพิการไปตามเหตุปัจจัย และ ทำให้จิตใจคงสภาพอารมณ์เดิมไว้ไม่ได้ คือ รถชนก็เกิดทุกข์ทางกาย ทำให้แต่เดิมกำลังมีความสุขหรือเฉยๆ กลับต้องมารู้สึกทุกข์ หรือเจ็บปวดไปตามการปรุงแต่งแห่งจิต เป็นต้น
- ไพ่ The Hanged Man เข้าราศีใดไม่ได้เลยจึงเป็นไพ่แทนดาวเกตุ (๙)โดยอัตโนมัติ ไพ่ที่แทนดาวเกตุจึงค้นพบได้ฉะนี้ ส่วนไพ่ The Fool ทราบอยู่ก่อนแล้วว่าแทนดาวมฤตยู(๐)
ดาวเกตุ (๙) และมฤตยู (๐)ไม่สามารถเข้าเรือนราศีได้ เพราะเป็นนามธรรม เป็นสิ่งที่มองไม่เห็นได้ด้วยตา จับต้องก็ไม่ได้ ต้องสัมผัสรู้ด้วยจิตวิญญาณเท่านั้น เกตุแทนถึงอนิจจัง มฤตยูแทนถึง อนัตตา ทั้งสองไม่สามารถอธิบายได้อย่างรูปธรรม
อนิจจัง คือ ความไม่เที่ยง ไม่หยุดอยู่นิ่ง การเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การที่เราจะชี้ว่านี่คืออนิจจังก็ทำไม่ได้ เพราะวินาทีที่เราชี้ให้มองดูสิ่งทั้งหลาย เช่น คนเกิด คนแก่ คนเจ็บ คนตาย ว่านี่คืออนิจจัง แต่จริงๆแล้วสิ่งที่เราเห็นนั้นไม่สามารถแทนถึงอนิจจังได้โดยแท้ เพราะเมื่อเราชี้ให้เห็นว่านี่คือการเกิด แต่ที่จริงมันเลยความเกิดไปเสียแล้ว กล่าวคือ อนิจจังที่ไม่เคยหยุดนิ่งได้นำความแก่เข้ามาแทนที่แล้วนับจากวินาทีที่เราเห็นการเกิด เมื่อเราชี้ให้เห็นความแก่ อนิจจังก็ทำให้ความแก่ไม่มีแล้ว เพราะความเจ็บและตายเข้ามาแทนที่แล้วในทันที ในเมื่ออนิจจังเป็นสิ่งที่จับไม่ได้ไล่ไม่ทันเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่รูปธรรม จึงไม่อาจจัดใส่ไว้ในราศีใดได้เลย
อนัตตา คือ การสูญสิ้นสภาพอย่างที่สุด ไม่มีตัวตน(จึงเข้าราศีใดไม่ได้) เช่น ไม่มีเรา ไม่มีคน สัตว์ หรือสิ่งใดๆทั้งสิ้น เป็นความว่าง แต่คำว่าว่างก็เป็นโวหารในโลกที่ใช้อธิบาย ดังนั้นความว่างที่แท้นั้นกลับไม่สามารถอธิบายได้ด้วยคำใดๆ ไม่ยึดติดแม้แต่คำว่า “ว่าง” จึงเป็นว่างอย่างที่สุด อาจเรียกใหม่ให้แยกกันไปอีกว่า “สุญตา” หรือ นิพพาน ก็ได้ (ก็ยังต้องใช้โวหาร ไม่เช่นนั้นคงไม่รู้เรื่องกัน) ดังนั้นผู้ใดน้อมจิตให้รู้สภาวะแห่งทุกขัง มองเห็นอนิจจังด้วยจิตสัมผัสรู้ และปลงจิตต่อเพื่อไปสู่ความว่าง ว่างจากการยึดมั่นสิ่งทั้งปวง (แม้แต่ความว่าง) ผู้นั้นย่อมได้ชื่อว่า เป็นผู้บริสุทธิ์โดยแท้ (ท่านจึงว่าพระสงฆ์เป็นผู้ประพฤติพรหมจรรย์ คือ การทำตนให้บริสุทธิ์ถึงที่สุด) แม้ยังมีชีวิตอยู่ก็มีเพียงกาย เท่านั้นที่ถูกทุกขังและอนิจจัง(คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย )กระทำให้เป็นไป แต่เมื่อกายดับสูญ จิตวิญญาณจะเข้าสู่แดนสุญตา:นิพพาน สถิตยังดินแดนบรมสุขอย่างแท้จริง
“ทุกขัง”เป็นสิ่งที่พระเจ้าซึ่งมีพระนามว่า “ธรรมชาติ หรือ ธรรม”หย่อนหยอดลงมาไว้ในโลกธาตุนี้ เพื่อเป็นเครื่องมือสื่อสารหรือสะพานเชื่อมระหว่างมนุษย์กับพระองค์ สำหรับผู้ที่ต้องการกลับไปเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ หรือ กลับไปหาพระองค์ ไปสู่ดินแดนของพระเจ้า ผู้นั้นต้องมองสรรพสิ่งทั้งหลายว่าเป็นที่มาของทุกข์ทั้งสิ้นให้ได้เสียก่อน เรียกว่าผู้นั้นเห็นทุกข์ในแบบที่ทุกข์มันเป็น เมื่อมองเห็นทุกข์แบบมีความเห็นที่ถูกต้องต่อมัน (สัมมาทิฐิ) ผู้นั้นก็จะมองเห็นอนิจจัง และอาจพาตนไปสู่อนัตตาและสุญตาได้ในที่สุด
- ไพ่ The Hanged Man (ดาวเกตุ ๙) มีคุณสมบัติแทรกซึมไปได้ในทุกเรือนราศี และไม่ปรากฏว่าจะประจำที่ราศีใดอย่างโดดเด่น จึงคล้ายกับว่ามองไม่เห็นนั่นเอง แต่ในบางสภาวะบางเหตุปัจจัย กล่าวคือ ในบางเรือนราศี ก็สามารถทำให้ดาวทั้งสองนี้ปรากฏตัวขึ้นได้ และส่งผลให้คุณสมบัติพิเศษและฤทธิ์อำนาจของดวงดาวทั้งสองนี้เผยตัวออกมาแบบกึ่งนามกึ่งรูปอย่างดาวราหูได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น ดาวเกตุ (๙) สามารถเป็นมหาอุจได้ในราศี เมถุน(The Lovers) ,สิงห์(The Strength ) , ธนู(Temperance) และ กุมภ์(The Star) เพราะราศีเหล่านี้มีสภาวะธาตุที่เข้ากันได้กับดาวทั้งสองนี้แบบเฉพาะเจาะจงนั่นเอง เปรียบได้กับคนฝึกสมาธิจนถึงพร้อม ทำให้สามารถแสดงอภินิหารต่างๆที่คนธรรมดาทำไม่ได้ เป็นต้น
The Hanged Man, Judgment และ The Fool ความหมายแฝงเชิงปรัชญาของไพ่ทั้งสามใบนี้ ยังสามารถตรวจสอบได้จากข้อสังเกตที่พบในตำนานของไพ่ทั้งสาม ซึ่งมีความพิเศษแตกต่างจากไพ่ใบอื่นๆในสำรับของ เมเจอร์ อาร์คานาอย่างชัดเจน
The Fool หรือ มฤตยู (๐) นั้นเป็นตัวแทนของเทพแบกคัส หรือ ไดโอนิซัส ซึ่งเป็นเทพเพียงองค์เดียวที่มีภาวะอมตะ กล่าวคือตายแล้วฟื้นหรือเกิดใหม่ได้อย่างอัศจรรย์ ภาวะอมตะเช่นนี้แม้แต่เทพชั้นสูงสุดอย่างเทพซุส (และเทพองค์อื่นๆ) ก็หาได้มีเช่นนี้ไม่ เทพทุกองค์นั้นมีกายที่เป็นอมฤตภาพแต่ก็มีเงื่อนไขที่ทำให้ตายได้ทุกองค์ และเมื่อตายแล้วก็ไม่อาจคืนกลับมามีชีวิตดุจเทพได้อีก แต่ไดโอนิซัสคือข้อยกเว้น ความสามารถนี้เป็นสุดยอดปรารถนาของผู้คนรวมทั้งทวยเทพ เปรียบเทียบเคียงได้กับแดนนิพพานอันเป็นนิรันดรสภาพตามคติของพุทธศาสนา หรือ ที่เรียกว่าอนัตตาหรือสุญตา คือเป็นภาวะที่การเกิดดับจะไม่มีผลหรือไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่เรารับรู้ถ้าอยู่ในดินแดนนี้ เป็นต้น
Judgment หรือ ราหู (๘) นั้นค่อนข้างที่จะทำความเข้าใจได้ไม่ยากนัก เพราะไพ่ใบนี้มีตำนานเกี่ยวกับวันพิพากษาโลกตามความเชื่อของชนชาวคริสต์ เพราะเมื่อนึกถึงความหมายของ“ทุกขัง”ก็คือ การทนอยู่ในสภาพเดิมได้ยาก เพราะมีความไม่เที่ยงแท้คืออนิจจังเข้าครอบงำทุกสิ่งอยู่ตลอดเวลา ผู้ที่ไม่ยอมรับสภาพความจริงนี้ย่อมได้รับความทุกข์ ก็สอดคล้องกับเหตุการณ์ในคำทำนายในวันพิพากษาซึ่งมีลักษณะของการถูกกระทำให้ต้องเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ดังนี้
ในวันพิพากษา หรือวันล้างโลกนี้ ผู้ที่ทำชั่วและไม่สำนึกในบาปจะได้รับทุกข์เวทนาอย่างแสนสาหัส ส่วนผู้กระทำความดีและเชื่อถือในคำสอนของพระเจ้าแม้จะได้รับความทุกขเวทนาจากการทำร้ายกลั่นแกล้งและหรือถูกฆ่าโดยคนชั่วเพียงเพราะพวกเขายึดคำสอนของพระเจ้าและความดีงามเป็นสรณะ แต่สุดท้ายพวกเขาก็จะได้ไปอยู่ในดินแดนใหม่ของพระผู้เป็นเจ้า วันพิพากษานี้จึงเป็นการทำให้ทุกสิ่งไม่อาจดำรงสภาพอยู่ได้ ทั้งกายภาพของโลกและผู้คนบนโลกจะต้องถูกกระทำให้เปลี่ยนผ่านไปสู่การเปลี่ยนแปลงทั้งสิ้น เปรียบได้กับนัยยะของคำว่าทุกขังอย่างชัดเจน คือ การไม่สามารถดำรงอยู่ในสภาพเดิมได้ จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง โดยผลของเปลี่ยนแปลงจะเป็นไปในทางใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับการกระทำของตนอันเป็นเหตุและปัจจัยหลัก เรียกว่ากฎแห่งกรรม คือ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
The Hanged Man หรือ เกตุ (๙) เป็นตัวแทนมหาเทพของชาวไวกิ้งนามว่าโอดิน ที่ยอมเสียสละพระเนตรข้างหนึ่งเพื่อที่จะได้ดื่มน้ำแห่งความรอบรู้เพียงอึกเดียว โดยพระองค์ต้องการที่จะรู้ในสรรพสิ่งเพื่อมาใช้ในการปกครองบริหารเหล่าเทพบริวารทั้งหลาย แต่การแลกในครั้งนี้กลับทำให้รอยยิ้มและความสุขในจิตใจของพระองค์หายไปตลอดกาล เพราะสิ่งที่ได้รู้กลับมีแต่ภาพของความดับสูญของทุกสิ่งอันเป็นที่รัก โดยเฉพาะภาพการตายของบุตรชายอันเป็นที่รักยิ่งนั้นได้ตอกย้ำความรู้สึกของพระองค์อยู่ตลอดเวลา ทำให้พระองค์ต้องหันไปพึ่งฤทธิ์ของสุราเพื่อจะได้ลืมภาพอันโหดร้ายเหล่านั้นไปจากความคิด ใครที่ช่างสังเกตอยู่สักหน่อยจะพบว่า ไพ่ที่อยู่ถัดมาจากไพ่ The Hanged Man ก็คือ ไพ่ Death ก็หมายความว่า การที่เทพโอดินยอมทรมานตนเองเพื่อให้ได้ล่วงรู้สัจธรรมนั้น ก็จะพบว่ามีเพียงความดับสูญ การพลัดพราก คือ สัจธรรมที่รอพระองค์อยู่ข้างหน้าเท่านั้นเอง ซึ่งก็เป็นภาวะที่เรียกว่า อนิจจัง ที่ไม่ว่าใครที่ยังติดอยู่ในโลกจะไม่มีวันหนีพ้นอย่างแน่นอน
ในความเห็นของข้าพเจ้านั้น ไพ่สามใบนี้เป็นตัวแทนของกฎไตรลักษณ์ที่พระพุทธองค์ทรงแถลงไว้ให้เราได้พิจารณา เพื่อนำไปสู่การปล่อยวาง เพื่อนำไปสู่การพ้นทุกข์อย่างแท้จริง ด้วยเหตุนี้เองข้าพเจ้าจึงเรียกไพ่สามใบนี้ว่า ไพ่สามเทพไตรลักษณ์ อันมีความหมายลึกซึ้งดังที่ได้อธิบายไว้อย่างยืดยาวพอสมควรแล้วข้างต้น เอวัง
ที่มา อ.ดำเกิง บุญรับ www.ztarot.net
Tags: ไพ่ยิปซี
Posted in: เรียนไพ่ยิปซี

ตำแหน่งที่ 1 (Present position)
-เหตุการณ์ในปัจจุบันนี้เป็นอย่างไร หรือตัวเราเองคิดอย่างไรกับคนคนนี้
ตำแหน่งที่ 2 (Immediate In Fluence)
-สิ่งแวดล้อมรอบข้างเป็นอย่างไร หรือคนคนนั้นคิดอย่างไรกับเรา
ตำแหน่งที่ 3 (Environment Factors)
-อิทธิพลภายนอกเป็นอย่างไร หรือความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเราเป็นอย่างไร
ตำแหน่งที่ 4 (Final Result)
-บทสรุปของเรื่องราวทั้งหมด
ที่มา ztarot.com
Tags: ไพ่ยิปซี
Posted in: เรียนไพ่ยิปซี
Cards Structure
1.การเลือกไพ่ 1 ใบ
สามารถที่จะเลือกใช้เฉพาะไพ่ชุด Major Acana เพียงอย่างเดียวหรือจะใช้ทั้งสำรับก็ได้ เป็นการทำนายแบบไม่ต้องใช้ส่วนขยาย เหมาะสำรับการทำนายแบบเร่งด่วน หรือผู้ที่มีสามารถในการทำนายได้ลึกซึ้งแล้ว สามารถทำนายได้ทุกเรื่อง
2.การเลือกไพ่ 3 ใบ
2.1) ทำนายชะตาใน 1 เดือน ใบที่1สถานการณ์ชะตาชีวิต ใบที่2เหตุการณ์ในอนาคตระยะ 1 สัปดาห์ ใบที่3เหตุการณ์ในอนาคตระยะ 2-3 สัปดาห์
2.2) ทำนายชะตาใน 3 เดือน ใบที่1ชะตาอนาคตในเดือนแรก ใบที่2ชะตาอนาคตในเดือนที่สอง ใบที่3ชะตาอนาคตในเดือนที่สาม
2.3) ทำนายชะตารายเดือนหรือรายปีแบบสั้น ใบที่1เดือนที่ผ่านมาหรือปีที่ผ่านมา ใบที่2เดือนปัจจุบันหรือปีปัจจุบัน ใบที่3เดือนถัดไปหรือชะตาปีถัดไป
2.4) ทำนายคำถามเฉพาะ ใบที่1อดีต สภาวะของเรื่อง ใบที่2ปัจจุบัน สิ่งแวดล้อม ความเป็นไปได้ อุปสรรค ใบที่3อนาคต คำแนะนำ สรุป
*หากมีข้อสงสัยหรือคำถามเพิ่มเติมให้เลือกไพ่มาทำนายเพิ่ม
2.5) ทำนายชะตาฟ้าดินบุคคล ใบที่1ชะตาที่ฟ้าพรหมลิขิต ใบที่2ชะตาแวดล้อมที่เป็นอยู่ ใบที่3ชะตาชีวิตการกระทำตนเอง
2.6) ทำนายสัตว์เลี้ยง ใบที่1ลักษณะนิสัยสัตว์เลี้ยง ใบที่2ผลต่อเจ้าของ การแสดงออกของสัตว์เลี้ยง ใบที่3ภาพรวมของสัตว์เลี้ยง ชะตาในอนาคต
3.การเลือกไพ่ 4 ใบ
3.1) ทำนายชะตาใน 1 เดือน ใบที่1ชะตาในสัปดาห์ที่หนึ่ง ใบที่2ชะตาในสัปดาห์ที่สอง ใบที่3ชะตาในสัปดาห์ที่สาม ใบที่4ชะตาในสัปดาห์ที่สี่
3.2) ทำนายคำถามเฉพาะ ใบที่1เหตุการณ์ ชะตา สภาวะของเรื่อง ใบที่2สถานการณ์ แวดล้อม ใบที่3อิทธิพล คำแนะนำ ใบที่4สรุป ผลลัพธ์
3.3) ทำนายธาตุทั้งสี่ ใบที่1ธาตุดิน สถานการณ์ทั่วไป การเงิน ทรัพย์สิน โชคลาภ ผลประโยชน์ ความมั่นคง
ใบที่2ธาตุน้ำ อารมณ์ ความรัก ญาติมิตร บุตรบริวาร
ใบที่3ธาตุลม อุปสรรค คำแนะนำ สติ สุขภาพ การเดินทาง
ใบที่4ธาตุไฟ การงาน การเรียน หน้าที่ ตำแหน่ง ความก้าวหน้า
3.4) ทำนายความรู้สึกผู้อื่น ใบที่1ชะตาสภาวะเจ้าชะตา ใบที่2ชะตาสภาวะบุคคลที่ถามถึง ใบที่3ความสัมพันธ์ คำแนะนำ ใบที่4สรุป
4.การเลือกไพ่ 5 ใบ
4.1) ทำนายคำถามเฉพาะเรื่องต่างๆ
ใบที่1ชะตา เหตุการณ์ ประเด็นคำถามหรือคำตอบ
ใบที่2สถานการณ์ ความเป็นไปได้ สิ่งที่ส่งผล อิทธิพลเรื่องราว
ใบที่3คำแนะนำ แวดล้อม ปัญหาและการแก้ไข
ใบที่4แนวโน้ม เหตุการณ์และโอกาสในข้างหน้า
ใบที่5 สรุป ผลลัพธ์ วิเคราะห์ทั้งหมด
หรืออธิบายง่ายๆคือ ใบที่1และ2ส่วนสำคัญของประเด็นและเรื่องราวคำถามหรือคำตอบ
ใบที่3และ4ส่วนขยาย รายละเอียดของเรื่องราว คำแนะนำ
ใบที่5 สรุป ผลวิเคราะห์
4.2) ทำนายแบบต้นไม้(วางให้เป็นต้นไม้เองนะ) ใบที่1ชะตาชีวิตปัจจุบัน ใบที่2อดีตที่ผ่านมา อิทธิพลในอดีต ใบที่3สภาวะปัจจุบัน ใบที่4อนาคต ใบที่5แวดล้อม สิ่งซ่อนเร้น
4.3) ทำนายความรู้สึกความสัมพันธ์กับผู้อื่น
ใบที่1และ2ฝ่ายเขาทั้งหมด ใบที่3และ4ผ่ายเราทั้งหมด ใบที่5สรุปวิเคราะห์โดยรวม
4.4) ทำนายเปรียบเทียบ
ใบที่1และ2ทำนายสิ่งที่หนึ่งหรือบุคคลที่หนึ่ง ใบที่3และ4ทำนายสิ่งที่สองหรือบุคคลที่สอง
ใบที่5สรุปวิเคราะห์โดยรวม
5.การเลือกไพ่ 6 ใบ
5.1) ทำนายชะตาในระยะเวลา 6 เดือน ใบที่1ชะตาอนาคตในเดือนที่หนึ่ง ใบที่2ชะตาอนาคตในเดือนที่สอง
ใบที่3ชะตาอนาคตในเดือนที่สาม ใบที่4ชะตาอนาคตในเดือนที่สี่
ใบที่5ชะตาอนาคตในเดือนที่ห้า ใบที่6ชะตาอนาคตในเดือนที่หก
5.2) ทำนายคำถามเฉพาะ ใบที่1-2อดีต เหตุการณ์ สภาวะของเรื่อง ประเด็นคำถาม ชะตา
ใบที่3-4ปัจจุบัน คำแนะนำ แวดล้อม ความเป็นไปได้ อุปสรรคและวิธีการ
ใบที่5-6อนาคต แนวโน้มข้างหน้า สรุป
5.3) ทำนายชะตาทั่วไป1 ใบที่1ชะตาเหตุการณ์ปัจจุบัน ใบที่2แวดล้อม บุคคลรอบด้าน
ใบที่3การเงิน โชคลาภ ทรัพย์สิน
ใบที่4การงาน การเรียน ใบที่5สุขภาพ ใบที่6การเดินทาง
5.4) ทำนายชะตาทั่วไป2 ใบที่1ชะตาโดยทั่วไป ใบที่2การเงิน ใบที่3การงาน
ใบที่4ความรัก ใบที่5สุขภาพ ใบที่6สรุปชะตาชีวิตทั้งหมด
5.5) ทำนายชะตาและธาตุทั้ง4 ใบที่1ชะตาทั่วไปโดยรวม ใบที่2ธาตุไฟ การงานการเรียน
ใบที่3ธาตุน้ำ ความรัก อารมณ์ความรู้สึก
ใบที่4ธาตุลม ปัญหาอุปสรรค สุขภาพ ความคิด
ใบที่5ธาตุดิน การเงิน โชคลาภ ทรัพย์ ใบที่6คำแนะนำ สรุป
6.การเลือกไพ่ 7 ใบ
6.1)ทำนายชะตารายสัปดาห์ ใบที่1-7ชะตาอนาคตที่จะเป็นในแต่ละวันจากวันปัจจุบัน
6.2)ทำนายกางเขนแห่งชีวิต
1
2 3 4 5 6
7
ใบที่1ชะตาเหตุการณ์ปัจจุบัน ใบที่2การเงินโชคลาภ ทรัพย์สิน ใบที่3ครอบครัว ญาติพี่น้อง ใบที่4เพื่อนฝูง คนรอบข้าง
ใบที่5การงานการเรียน ใบที่6คนรัก หุ้นส่วน ความรัก ใบที่7ลูกหลาน ลูกน้อง สรุป
*สามารถทำนายชะตาใน1ปีโดยเริ่มจากใบที่2-7แบ่งระยะเวลาเป็นใบละ2เดือน
6.3)ทำนายกางเขนแห่งรัก
1
2 3 6 4 5
7
ใบที่1สถานการณ์ สภาวะความรักความสัมพันธ์ ความรู้สึก
ใบที่2-3ความรู้สึก การกระทำที่เจ้าชะตามีต่ออีกฝ่าย
ใบที่4-5ความรู้สึก การกระทำที่อีกฝ่ายมีต่อเจ้าชะตา
ใบที่6-7อนาคต คำแนะนำ สรุป
7.การเลือกไพ่ 8 ใบ
1 4 7
2 5 8
3 6
7.1) ทำนายเปรียบเทียบ
ใบที่1-3ทำนายสิ่งที่หนึ่งหรือบุคคลที่หนึ่ง ใบที่4-6ทำนายสิ่งที่สองหรือบุคคลที่สอง
ใบที่7-8ทำนายวิเคราะห์สรุปโดยรวม คำแนะนำ (จะไม่หยิบทำนายก็ได้)
7.2) ทำนายความสัมพันธ์และความรู้สึก
ใบที่1-3ทำนายความรู้สึกของเขา ใบที่4-6ทำนายความรู้สึกของเรา
ใบที่7-8ความสัมพันธ์ความรู้สึกต่อกัน สรุปวิเคราะห์โดยรวม
8.การเลือกไพ่ 10 ใบ
8.1)The Celtic Cross 10 ใบ 3 10
6 1-2 4 9
5 8
7
การทำนายชะตาชีวิตและคำถาม
(สามารถทำนายได้ทั้งพื้นฐานกำหนดชะตาชีวิต,ชะตาชีวิตปัจุบันทั่วไป และรายละเอียดคำถามเฉพาะเรื่อง)
ใบที่1สถานการณ์ ชะตาชีวิต เจ้าชะตา นิสัย
ใบที่2สภาพชะตาชีวิต เหตุการณ์ แวดล้อมชีวิต สื่งที่ส่งผลต่อชีวิต
ใบที่3สิ่งที่คิดหวังตั้งใจ เหตุการณ์สภาวะอนาคต ผู้ใหญ่ เจ้านาย ผู้สำคัญในครอบครัว
ใบที่4สิ่งใกล้ชิดหรือผู้ใกล้ชิด การงานการเรียน อิทธิพลสภาวะปัจจุบัน พื้นฐานชะตาชีวิต สิ่งต่อเนื่องจากอิทธิพลอดีต
ใบที่5อิทธิพลในอดีต บุตรบริวาร ความทรงจำ บุคคลหรือสิ่งสนับสนุน
ใบที่6อนาคตอันใกล้ ผู้ใหญ่ เจ้านาย ผู้สำคัญในครอบครัว
ใบที่7บุคลิก ปัญหาและวิธีการแก้ไข ข้อควรระวัง คำถามที่สงสัย
ใบที่8อิทธิพลแวดล้อม วิธีการแนะนำ การกระทำ ที่อยู่ที่ทำงาน
ใบที่9ความคิดและความรู้สึก การคาดการ จิตใจ จิตใต้สำนึก สติปัญญา การบริหารจัดการ พฤติกรรม ความหวัง
ใบที่10ชะตาโดยรวมทั้งหมด สรุป ผลลัพธ์ กรอบชะตาชีวิต
กำหนดช่วงวันและเวลา
ใบที่1วันอาทิตย์ ใบที่6วันจันทร์ ใบที่3วันอังคาร ใบที่7วันพุธ ใบที่8วันพฤหัสบดี ใบที่9วันศุกร์ ใบที่10วันเสาร์
ใบที่6มกราคม ใบที่3กุมภาพันธ์ ใบที่7มีนาคม,กรกฎาคม ใบที่8เมษายน,สิงหาคม ใบที่9พฤษภาคม,กันยายน-ตุลาคม ใบที่10มิถุนายน,พฤศจิกายน-ธันวาคม
กำหนดช่วงอายุ
ใบที่5อายุ20-23(ระยะ4ปี) ใบที่4อายุ24(ระยะ1ปี) ใบที่1-2อายุ25-26(ระยะ2ปี) ใบที่6อายุ27(ระยะ1ปี) ใบที่3อายุ28-29(ระยะ2ปี) ใบที่7อายุ30-33,46-49(ระยะ4ปี) ใบที่8อายุ34-34,50-53(ระยะ4ปี) ใบที่9อายุ38-41,54-57(ระยะ4ปี) ใบที่10อายุ42-45,58-61(ระยะ4ปี)
*หากอายุน้อยกว่า20ให้เริ่มนับจากใบที่5 และหากอายุมากกว่า61ให้เริ่มนับจากใบที่7 โดยนับเป็นช่วงระยะเวลาอายุ
8.2) ทำนายชีวิตในอนาคต
1 2 3
4 5 6 10
4 8 9
ใบที่ 1-3 ชะตาชีวิตและเหตุการณ์ในช่วงอายุ 20-30 ปี
ใบที่ 4-6 ชะตาชีวิตและเหตุการณ์ในช่วงอายุ 31-40 ปี
ใบที่ 7-9 ชะตาชีวิตและเหตุการณ์ในช่วงอายุ 41-50 ปี
ใบที่10 คำทำนายโดยสรุปและวิเคราะห์ชะตาชีวิตโดยรวม
*หากมีอายุน้อยกว่า 20 ปีหรือมากกว่า 50 ปีให้เริ่มนับตั้งแต่แถวที่หนึ่ง
การทำนายแต่ละใบ
ใบที่1ตัวตนเจ้าชะตา ใบที่2นิสัย อุปนิสัย จิตใจ ใบที่3เหตุการณ์แวดลอมของจ้าชะตา กิจกรรม การกระทำ
ใบที่4คู่ครอง อาชีพการงาน การเรียน ใบที่5บุคคลและสิ่งที่ส่งเสริมเจ้าชะตา ใบที่6อนาคตในชีวิต
ใบที่7อุปสรรคปัญหา ข้อแนะนำ ใบที่8ที่อยู่อาศัย ที่ทำงาน บุคคลและสิ่งแวดล้อม ใบที่9บั้นปลายชีวิต ความคิดความรู้สึก
ใบที่10สรุป
*สามารถนำการทำนาย The Celtic Cross 10 ใบ ในรอบที่ทำนายพื้นฐานชะตาชีวิตมาผสมผสานร่วมกันได้
8.3) ทำนายฮวงจุ้ย 1
6 3 9
2 1 8 10
5 4 7
ใบที่1บริเวณแวดล้อมส่วนกลางด้านขวา ใบที่2บริเวณแวดล้อมส่วนกลางด้านซ้าย
ใบที่3บริเวณแวดล้อมส่วนหน้าด้านขวา ใบที่4บริเวณแวดล้อมส่วนหลังด้านขวา
ใบที่5บริเวณแวดล้อมส่วนหลังด้านซ้าย ใบที่6บริเวณแวดล้อมส่วนหน้าด้านซ้าย
ใบที่7ปัญหาที่ต้องแก้ไข ใบที่8สภาวะแวดล้อม อิทธิพลโดยรอบ
ใบที่9ปัญหาที่ต้องแก้ไข ใบที่10ผลสรุป สภาพโดยรวม
8.4) ทำนายบุคลิกภาพจิตวิทยา (S.W.O.T)
1
2 3
4 5 6
7 8 9 10
ใบที่1(Strengths) จุดเด่น จุดดี
ใบที่2-3(Weakness) จุดด้อย จุดอ่อน ข้อเสีย
ใบที่4-6(Opportunities) การค้นหาโอกาส การพัฒนา ความสามารถ
ใบที่7-10(Treats) การวิเคราะห์ปัญหา การแก้ไข
9.การเลือกไพ่ 11 ใบ
9.1) The Celtic Cross 11 ใบ
6 11
5 1-2-3 7 10
4 9
8
ใบที่1เจ้าชะตา สถานการณ์ชะตาชีวิต เหตุการณ์
ใบที่2ความน่าจะเป็นของปัญหา สิ่งที่ส่งผลต่อชะตาชีวิต
ใบที่3ข้อแนะนำ สิ่งที่ควรกระทำ การกระทำ
ใบที่4อิทธิพลจากอดีตส่งผลถึงปัจจุบัน
ใบที่5บรรยากาศปัจจุบัน
ใบที่6ชะตาชีวิตในอนาคตอันใกล้
ใบที่7สภาวะอิทธิพลปัจจุบัน
ใบที่8สภาวะอิทธิพลจากภายนอก
ใบที่9สภาพชะตาชิวิตแวดล้อม
ใบที่10ความรู้สึก จิตใต้สำนึก ความคิด
ใบที่11อนาคตระยะไกล ผลสรุป
*สามารถนำวิธีการทำนายแบบ The Celtic Cross 10 ใบ มาใช้งานร่วมกันได้ทุกวิธี
9.2) ทำนายฮวงจุ้ย 2
ให้แยกไพ่ออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วน Major Acana และ Minor Acana (ไพ่ชุดใหญ่22ใบและไพ่ชุดเล็ก56ใบ) ซึ่งใช้ทำนายทั้งสำรับแต่แยกกันวิเคราะห์เป็น 2 ส่วน ห้ามสลับล้างไพ่ตัดไพ่ปนกัน หากจะทำนายในส่วนนี้
1 2 3 {(Major)
1 2 3 4
5 6 7 8 {(Minor)
ใบที่1-3(ส่วนของไพ่ชุดใหญ่ Major Acana) ทำนายบรรยากาศ สภาพ สภาวะ อิทธิพล สถานที่
ใบที่1-8(ส่วนของไพ่ชุดเล็ก Minor Acana) ทำนายพลังงาน สภาวะแวดล้อม กระแส ความแรงของธาตุ
10.การเลือกไพ่ 12 ใบ
10.1) ทำนายชะตาใน 12 เดือน
ใบที่1-12ชะตาอนาคตในแต่ละเดือนจากเดือนปัจจุบัน
10.2)ทำนายแบบโหราศาสตร์ไทย
*สามารถใช้ไพ่ทำนายร่วมกัน2ชุดวางซ้อนกันโดยใบบนเป็นปัจจุบันใบล่างเป็นอนาคต
ใบที่1ตนุ การเกิด บุคลิกภาพพื้นฐาน สุขภาพร่างกาย วิธีที่คุณเปิดเผยกับคนรอบข้างและรูปร่างภายนอก
ชะตาชีวิต วาสนา นิสัย พฤติกรรม บรรยากาศรอบตัว
ใบที่2กดุมภะ การเป็นเจ้าของ การเป็นส่วนตัว ความรู้สึก ความมั่นคง การครอบครอง
การเงิน ทรัพย์สิน ลงทุน ฐานะ ธุรกิจ ผลประโยชน์
ใบที่3สหัชชะ จิตใจ การจัดการ การสื่อสารด้านความคิด วิธีที่คุณแสดงตัว วิธีที่คุณคิดกับสิ่งต่างๆ
เพื่อน สังคม เดินทางใกล้ๆ เจรจา หุ้นส่วน
ใบที่4พันธุ บ้าน สถานที่ ครอบครัว บรรพบุรุษ
ญาติพี่น้อง ครอบครัว บ้าน ตำแหน่ง ผู้สนับสนุน ที่ทำงาน
ใบที่5ปุตตะ การสร้าง ความรื่นรมย์ ความสบาย การเข้าสังคม
บุตรหลาน บริวาร ความสนุก ความเสี่ยง ความถูกใจ โชคลาภ ความรัก
ใบที่6อริ การทำงาน การว่าจ้าง ธุรกิจ โอกาส ความสัมพันธ์
ศัตรู อุปสรรค คู่แข่ง อุบัติเหตุ คดี หนี้สิน เจ็บป่วย ธุรกิจ
ใบที่7ปัตนิ หัวใจ สายสัมพันธ์ ความรัก คู่ครอง
คู่ครอง หุ้นส่วน ครอบครัว เพศตรงข้าม ความรัก ความในใจ
ใบที่8มรณะ การแบ่งปัน ทัศนคติ การเปิดเผยความในใจ ความใจกว้าง
ภัย ความจบสิ้น เจ็บป่วย มรดก เดินทางไกล ความลึกลับ โบราณ
ใบที่9ศุภะ ความมีปัญญา การเรียนรู้ การศึกษา เลี้ยงดู ประสบการณ์
ความดีงาม ความสุข การช่วยเหลือ การศึกษา ทำบุญ ศาสนา ชื่อเสียง ผู้ใหญ่
ใบที่10กัมมะ ความทะเยอทะยาน ความใฝ่ฝัน เป้าหมาย แรงปรารถนา
การงาน การเรียน อาชีพ ภาระ การกระทำ จุดหมาย
ใบที่11ลาภะ มิตรภาพ การคุ้นเคยสังคม วิธีตามใจตัวเอง
ความหวัง ความสำเร็จ โชคลาภ ชัยชนะ กำเนิด การเสี่ยง พนัน
ใบที่12วินาศ การหลุดพ้น การแยกตัว ความเหงา ความกลัว ความไม่รู้ตัว การโดดเดี่ยว
ล้มเหลวผิดหวัง สูญเสีย หลบหนี สูญหาย คดีความ บุญกรรม เดินทางไกล เคราะห์
*สามารถหยิบไพ่ทำนายได้ 13 ใบ โดยใบที่ 13 เป็นใบสรุปวิเคราะห์ทั้งหมด จะมีหรือไม่มีก็ได้
การทำนายเป็นช่วงเวลาอายุ
ใบที่1อายุ1,13,25,37,49 ใบที่2อายุ2,14,26,38,50
ใบที่3อายุ3,15,27,39,51 ใบที่4อายุ4,16,28,40,52
ใบที่5อายุ5,17,29,41,53 ใบที่6อายุ6,18,30,42,54
ใบที่7อายุ7,19,31,43,55 ใบที่8อายุ8,20,32,44,56
ใบที่9อายุ9,21,33,45,57 ใบที่10อายุ10,22,34,46,58
ใบที่11อายุ11,23,35,47,59 ใบที่12อายุ12,24,36,48,60
*หากอายุมากกว่า60ให้เริ่มนับจากใบที่1
การทำนายเป็นระยะเวลารายเดือน
ใบที่1เมษายน ใบที่2พฤษภาคม ใบที่3มิถุนายน ใบที่4กรกฎาคม
ใบที่5สิงหาคม ใบที่6กันยายน ใบที่7ตุลาคม ใบที่8พฤศจิกายน
ใบที่9ธันวาคม ใบที่10มกราคม ใบที่11กุมภาพันธ์ ใบที่12มีนาคม
หรือจะทำนายในระยะเวลาเดือนถัดไปจากเดือนปัจจุบันก็ได้
11.การเลือกไพ่ 21 ใบ
11.1) ทำนายแบบไทย
3 4 7 10 13 16 19
2 5 8 11 14 17 20
1 6 9 12 15 18 21
ใบที่1-3สถานการณ์ะตาชีวิตปัจจุบัน
ใบที่4-6สถานการณ์ สภาวะอิทธิพล
ใบที่7-9สิ่งที่มุ่งหวัง การกระทำ บรรยากาศปัจจุบัน
ใบที่10-12ความรู้สึก การคาดเดาคาดการณ์ จิตใต้สำนึก
ใบที่13-15ชะตาลิขิต เหตุการณ์ที่ยากคาดเดา
ใบที่16-18ชะตาชีวิตในอนาคตใน1-3เดือน
ใบที่19-21ชะตาชีวิตในอนาคตใน4-6เดือน
11.2) ทำนายแบบโรมัน
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
แถวAใบที่1-3และ5-7 ใบที่1-3อิทธิพลจากอดีตที่ผ่านมาแล้ว ใบที่5-7อิทธิพลจากอดีตส่งผลถึงปัจจุบัน
แถวBใบที่8-10และ12-14 ชะตาชิวิตในปัจจุบัน บรรยากาศ อิทธิพลที่ส่งผลถึงชะตาชีวิต
แถวCใบที่15-17และ19-21 ชะตาชีวิตในอนาคตภายในระยะเวลา 6 เดือนข้างหน้า
แกนDใบที่4,11,18 เจ้าชะตา สภาวะชะตาชีวิต สิ่งที่อยากทราบ
จากพ่อมดพยากรณ์
………………………………
Posted in: เรียนไพ่ยิปซี
พิธีกรรมฟื้นฟูพลังและชำระอุปกรณ์ที่ใช้ในการพยากรณ์
อุปกรณ์
1.อุปกรณ์ที่ใช้พยากรณ์ชะตาอยู่เป็นประจำ เช่น ไพ่ เหรียญ ฯ
2.โต๊ะ
3.ผ้าปูรอง
4.เทียนขาว 1 แท่ง
5.ธูปหอม
6.เกลือ
7.น้ำสะอาด
วิธีการ
1.นำมาอาบแสงอาทิตย์ตามเช้าตรู่ตั้งแต่เวลา 6.00 น. เป็นเวลา 10- 15 นาที ในวันที่เป็นวันขึ้น 15 ค่ำ
2.ต่อมาในช่วงดึกให้จัดตั้งโต๊ะตรงบริเวณที่โล่งแจ้ง มองเห็นพระจันทร์ได้ชัดเจน ซึ่งจะทำพิธีการนี้ได้เฉพาะวันขึ้น 15 ค่ำ และต้องไม่มีอุปสรรคใดๆในการทำพิธี
3.ปูผ้ารอง ซึ่งเป็นผ้าที่เราใช้รองไพ่เวลาทำนายก็ได้
4.วางอุปกรณ์ที่ต้องการฟื้นฟูและชำระพลังงานบนโต๊ะ
5.จุดเทียนและธูป
6.ตั้งสมาธิอธิษฐานสักครู่ ให้เสมือนแสงจันทร์ส่องมาที่สำรับไพ่ของเราหรือรวมถึงตัวเราด้วย
7.นำอุปกรณ์มาวนเหนือเปลวไฟของเทียน เพื่อรับพลังงานธาตุไฟ
8.นำอุปกรณ์มาวนเหนือควันธูป เพื่อรับพลังงานธาตุลม
9.วางสำรับไพ่ลงบนโต๊ะ นำเกลือมาโปรยรอบโต๊ะที่ตั้งทำพิธี เพื่อรับพลังงานธาตุดิน
10.แล้วนำน้ำบริสุทธิ์มาโปรยรอบโต๊ะ เพื่อรับพลังงานธาตุน้ำ
ที่มา http://wizardhoro.spaces.live.com/?lc=1054
Tags: ไพ่ยิปซี
Posted in: เรียนไพ่ยิปซี
จากการแปลคร่าวๆ +อ้างอิงจากตำรา อ.สังคม ฮอหรินทร์
การทำนายไพ่ยิปซีแบบ 7ใบ เป็นการทำนานเสี่ยงเฉพาะเรื่อง วิธีแรกเริ่มให้สับไพ่ก่อน จากนั้นตัดไพ่ และเลือกมา 7ใบ หรือจากอ้างอิงด้านล่างคือสับไพ่ แล้วเลือกไพ่ สับอีกทีแล้ววางตามตำแหน่ง จากนั้นเปิดไพ่ทีละใบ แล้วแต่จะเลือกตำราไหนนะคับ มาดูความหมายทีละตำแหน่งเลย
1) อดีตที่ผ่านมาแล้ว
2) เหตุการณ์ปัจจุบัน
3) เหตุการณ์ในอนาคต สิ่งที่กำลังเริ่มต้น แต่ในตำราไทยบอกว่า สิ่งที่ซ่อนอยู่ในใจ
4) อะไรที่ต้องทำ แต่ตำราไทยกล่าวว่า อุปสรรคที่ขัดขวาง
5) สิ่งที่ช่วยเหลือ หรืออันตราย จากรอบข้าง ตำราไทยคือ ทัศนะคติ จากคนรอบข้าง
6) หมายถึงความหวังและความกล้ว ส่วนตำราไทยคือ วิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง
7) บทสรุป
The Seven Card Ellipse Spread
|
This spread is good for asking about a project. The basic question that will be answered is “What is to be done?”
Interpretation
|
Posted in: เรียนไพ่ยิปซี
การวางไพ่แบบ CELTIC CROSS เป็นวิธีที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้ได้หลายแบบ ทั้งดูพื้นฐานชะตา ดูเหตุการณ์ปัจจุบัน และอนาคตดันใกล้ ดูเหตุการณ์ในช่วงอายุต่างๆ และดูในเรื่องความ การงาน และการเงิน ที่บอกได้อย่างชัดเจน
ความหมายของแต่ละตำแหน่ง ตามลำดับ 1- 10
1. เจ้าชะตา มีบุคลิกภาพและวาสนาเป็นอย่างไร สถานการณ์ชีวิตปัจจุบันของเจ้าชะตาเป็นอย่างไร มีสุข มีทุกข์ หรือปัญหาอย่างไร มีโชคมีเคราะห์อย่างไร และใช้ทำนายนิสัยใจคอของเจ้าชะตา
2. สถานการณ์ที่เป็นแรงผลักดัน สิ่งแวดล้อมหรือปัญหาอุปสรรคที่เข้ามาเป็นผลกระทบต่อเจ้าชะตา เหตุการณ์รอบๆตัวเป็นอย่างไร สามารถนำมาใช้ทำนายถึงนิสัยใจคอได้เช่นกัน
3. สถานการณ์ความคิด สิ่งที่ตั้งใจเอาไว้ มุ่งหวังเอาไว้ และเป็นเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น ภายในเดือนที่สอง และถ้าเป็นบุคคลจะหมายถึงพ่อและผู้ใหญ่ฝ่ายชาย และเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
4. ฐานส่งเสริมดวงที่เป็นแรงสนับสนุนในการแก้ไขปัญหาของเจ้าชะตา อดีตที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งเป็นเหตุที่ส่งไปยังผลในตำแหน่งที่ห้า ซึ่งจุดนี้สามารถทำนาย อาชีพและฐานะ ทางการเงินได้ ถ้าเป็นบุคคลจะหมายถึงคนรัก เพื่อน ญาติพี่น้อง และทำนายนิสัยใจคอได้
5. ฐานส่งเสริมดวง บุคคลที่สนับสนุนให้การช่วยเหลือสนับสนุน อดีตที่เพิ่งผ่านมาได้ไม่นาน อดีตทีเป็นจุดกำเนิดของปัญหา ถ้าเป็นบุคคลจะหมายถึง บุตร บริวาร ลูกน้อง เพื่อน
6. เหตุการณ์ในอนาคต สิ่งที่มุ่งหวังไว้ในอนาคต หากเป็นบุคคลจะหมายถึงมารดา ผู้ใหญ่ผู้หญิง เจ้านายผู้หญิง และเป็นเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
7. ปัญหาที่มีอยู่ในปัจจุบัน วิธีคิดในการแก้ไขปัญหา ทางออกของปัญหา
8. อิทธิพลของคนรอบข้างเป็นอย่างไร เช่นผู้ร่วมงาน ญาติที่ไม่สนิทนัก คนที่อยู่ไกลกัน คนอื่นที่อยู่รอบนอกเจ้าชะตาคิดต่อเจ้าชะตาอย่างไร ตำแหน่งนี้คือทางออกของการแก้ไขปัญหา
9. จิตใจความรู้สึกที่อยู่ในใจ ความหวาดกลัว ความหวาดวิตก ความรู้สึกที่ซ่อนเร้น อารมณ์จิตใจที่แท้จริงของเจ้าชะตา ความลับที่ปกปิดไว้ภายในใจที่ไม่สามารถบอกใครได้
10. เจ้าชะตาในอนาคต สรุปเรื่องราวทั้งหมด สรุปผลว่าจะออกมาเป็นอย่างไร รวมไปถึงเหตุการณ์ในอนาคตที่จะเกิดขึ้น จะดีร้ายก็ขึ้นอยู่ที่ไพ่ใบนี้ด้วย

Tags: เรียนไพ่ยิปซี, ไพ่ยิปซี
Posted in: เรียนไพ่ยิปซี
ขั้นตอน
1. สับไพ่
2. ตั้งจิตอธิษฐานนึกถึงหน้าคนที่เราต้องการถามถึงว่าคนนั้นเขามีความรู้สึกกับเราอย่างไร
3. กรีดไพ่เป็นครึ่งวงกลม แล้วเลือกหยิบไพ่มาทั้งหมดห้าใบ
4. วางไพ่ตามตำแหน่ง ตามลำดับ ไพ่ใบที่ 1 วางในตำแหน่งที่ 1, ไพ่ใบที่ 2 วางในตำแหน่งที่ 2,ไพ่ใบที่ 3 วางในตำแหน่งที่ 3 ไพ่ใบที่ 4 วางในตำแหน่งที่ 4 ไพ่ใบที่ 5 วางในตำแหน่งที่ 5
การแปลความหมาย
ใบที่ 1 และ 2 เป็นเรื่องราว ความรู้สึก ความเป็นไปของเจ้าชะตาเอง คือบุคคลที่มารับการพยากรณ์
ใบที่3 และ 4 เป็นเรื่องราว ความรู้สึก ความเป็นไปของผู้ที่ถูกถามถึง หรือคนรักของเจ้าชะตา หรือเพื่อนของเจ้าชะตา หรือใครก็ได้ที่เจ้าชะตาต้องการรู้ว่า ฝ่ายนั้นเขาคิดต่อเจ้าชะตาอย่างไร
ใบที่5 นั้น เป็นใบสรุปว่าความรัก ความสัมพันธ์ ระหว่างเจ้าชะตา และ คนที่ถูกถามถึง จะเป็นไปอย่างไร จะลงเอยอย่างไร สถานการณ์จะดีหรือร้ายให้ดูใบนี้เป็นหลัก

ที่มาเว็บ mojum.com
