หมอดูไทย สังคมออนไลน์ของหมอดูแม่นๆ
มีนาคม 21st, 2010 at 19:46
Posted By: fiatza
Posted in: ดูดวงความรัก

1375194981.img

รักไม่จำเป็นต้องเติมให้เต็ม

หลายๆครั้งที่เรามองคู่รักอื่นๆ มองแฟนของคนอื่น และเกิดความคิดว่า เขาดีอย่างนั้น ทำไมไม่เหมือนแฟนของเราบ้างนะ….. อดน้อยใจไม่ได้กับโชคชะตา มัวแต่คิดว่า  ทำไมแฟนเราขี้เอาแต่ใจ ขี้โมโหแบบนี้  ทำไมกันนะ? » Read The Rest

Tags: , , ,




กุมภาพันธ์ 26th, 2010 at 08:08
Posted By: Tewadatarot
Posted in: อ.จิตปราโมทย์

ผิดศีลข้อ 1 ( ฆ่าสัตว์,เบียดเบียนทำร้ายสัตว์,กักขังทรมาณสัตว์) ผลกรรมคือ

1. มักมีปัญหาสุขภาพ ขี้โรค มีโรคเรื้อรัง รักษาไม่หาย รักษายุ่งยาก
2. มีอุบัติเหตุบ่อยๆ อาจมีอุปฆาตกรรม คือกรรมตัดรอน ทำให้ตายก่อนอายุขัย
3. อาจพิกลพิการ มีปัญหาร่างกายไม่สมส่วน ไม่สมประกอบ
4. กำพร้าพ่อแม่ คนใกล้ตัวโดนฆ่า
5.อายุสั้น ตายทรมาณ ตายแบบเดียวกับที่ไปฆ่าไปทรมาณสัตว์ไว้
6. อัปลักษณ์ มีปมด้อยด้านสังขาร

แนะนำหนทางทุเลา — ตั้งสัจจะว่าจะพยายามไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ทำร้ายหรือเบียดเบียน ไม่แกล้ง ไม่กักขัง ว่างๆก็ไถ่ชีวิตสัตว์ เช่นไปตลาดซื้อปลาที่เค้ากำลังจะขายให้คนไปทำกิน ให้เราซื้อไปปล่อยในเขตอภัยทาน (ท่าน้ำของวัด) หรือ ซื้อยาสมุนไพร ยาแผนปัจจุบันไปให้ถวายพระที่วัด หรือไปตามโรงพยาบาลทั้งของคนปกติและ ของสงฆ์เพื่อบริจาคค่ารักษา หรือรับอุปถัมภ์ค่ารักษาพยาบาล บริจาคเลือดและร่างกายให้สภากาชาดไทยหรือตามโรงพยาบาลต่างๆ และอื่นๆตามแต่ท่านจะสะดวกและตามกำลัง

ผิดศีลข้อที่ 2 (ลักทรัพย์ ขโมย ฉ้อโกง ยักยอก ทำลายทรัพย์) ผลกรรมคือ


1.
ธุรกิจไม่เจริญก้าวหน้า เจ๊ง ขาดทุน ฝืดเคือง โดนโกง
2. มีแต่อุบัติเหตุให้เสียทรัพย์สิน ต้องชดใช้ให้คนอื่นอย่างไร้เหตุผล
3. ทรัพย์หายบ่อยๆหลงลืมทรัพย์วางไว้ไม่เป็นที่ หาก็ไม่เจอ
4. มีคนมาผลาญทรัพย์เรื่อยๆทั้งคนใกล้ตัวและคนทั่วไป
5. ลูกหลานแย่งชิงมรดก โดนลักขโมยบ่อยๆ
6.ตระกูลอับจนไม่มีที่สิ้นสุด มีแต่คนมาทำลายทรัพย์

แนะนำหนทางทุเลา — ตั้งสัจจะไม่ยุ่งกับทรัพย์สินของคนอื่น หากอยากได้ให้ขอเสียก่อน จนกว่าเจ้าของจะอนุญาตด้วยความเต็มใจ หมั่นทำบุญสังฆทาน บริจาคค่าน้ำค่าไฟวัด เพื่อที่ศาสนาจะได้ไม่ขาดแคลนปัจจัยส่งผลบุญให้เราไม่ขัดสน มอบทุนการศึกษาแด่ผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ผลบุญทำให้เรามีปัญญาที่จะหาทรัพย์อย่างสุจริต รวม ทั้งต้องตั้งสัจจะที่จะมีสัมมาอาชีพไม่ฉ้อโกงใครแม้แต่สลึงเดียว และอื่นๆตามแต่ท่านจะสะดวกและตามกำลัง

ผิดศีลข้อ 3 (ประพฤติผิดในกาม ผิดลูกเมียเขา ล่วงเกินบุตรธิดาของผู้อื่นก่อนได้รับอนุญาต แย่งคนรักของคนอื่น,กีดกันความรักคนอื่น,นอกใจคู่ครอง,หลอกลวง, ข่มขืน,ค้าประเวณี, ล่วงเกินทางเพศต่างๆ) ผลกรรมคือ

1. หาคู่ครองไม่ได้ ,ไม่มีใครเอา, หน้าตาอัปลักษณ์ ,โดนเพศตรงข้ามล้อเลียนจนมีปมด้อย
2. เป็นหม้าย ,ผัวเมียตายจาก, ผัวหย่าเมียร้าง,คบใครก็มีเหตุให้หย่าร้างเลิกรา
3. คนรักนอกใจ ,คนรักมีชู้ ,มีเมียน้อย ,คบใครก็เจอแต่คนเจ้าชู้ ,โดนหลอกฟัน, ท้องไม่รับ, เสียตัวฟรี ,โดนข่มขืน
4. ไม่มีมิตรจริงใจ, เพื่อนฝูงไม่รัก, พี่น้องก็ไม่รัก ,พ่อแม่ทอดทิ้ง ,ชีวิต
ขาดความอบอุ่น, มีแฟนก็ไม่มีใครจริงจังด้วย,ครอบครัวไม่อบอุ่น
5.มีความผิดปกติทางเพศทางร่างกาย,ทางจิตใจ,ถูกกีดกันทางความรัก,สังคมไม่ยอมรับความรักของตน,มีความรักหลบๆซ่อนๆ
6. ต้องมีเหตุพลัดพรากจากคนรักและของรักอยู่เสมอ(ก่อนเวลาอันควร)

แนะนำหนทางทุเลา — ตั้งสัจจะว่าจะไม่ทำผิดเรื่องทางเพศ ไม่ทำให้ใครรู้สึกผิดหวังเสียใจในเรื่องความรัก ไม่กีดกัน ไม่คิดแย่งหรือไปรักกับคนรักของใคร ไม่คิด
ทำร้ายความรู้สึกคนรัก ไม่ล่วงเกินบุตรธิดาของใครก่อนได้รับอนุญาต รักเดียวใจ
เดียว ไม่นอกใจไม่มีกิ๊ก พอใจในคู่ครองของตนเอง

หมั่นทำบุญถวายเทียนคู่ให้วัด ถวายธงคู่ประดับวัด ช่วยออกค่าใช้จ่ายงานแต่งงานและอื่นๆตามแต่ท่านจะสะดวกและตามกำลัง หรือให้ธรรมะด้านความรักแก่คู่รักที่รู้จัก เอาใจใส่คู่ครองคนรัก เอาใจใส่พ่อแม่ของตนเอง หากรักพ่อแม่เอาใจใส่พ่อแม่อย่างดีจะได้รับผลบุญทำให้ความรักของเราสดใสไม่เจ็บช้ำ หากทรมาณพ่อแม่ ทำอย่างไรกับพ่อแม่ไว้ ต่อไปชีวิตรักก็จะเลวร้ายพอๆกับความรู้สึกเสียใจของพ่อแม่ที่เราได้กระทำไว้

ผิดศีลข้อ 4 (โกหก ปลิ้นปล้อน กลับคำ ไม่มีสัจจะ หลอกลวงผู้อื่น ใส่ร้ายผู้อื่น ยุแยงให้คนแตกกัน ใช้วาจาดูหมิ่น พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ ขี้โม้ นินทา ด่าทอ ด่าพ่อล้อแม่ ด่าและเถียงผู้มีพระคุณ ผิดสัญญา สาบานแล้วไม่ทำตาม ) ผลกรรมคือ

1.ปากไม่สวย ฟันไม่สวย มีกลิ่นปาก มีปัญหาเรื่องปากเรื่องฟันอยู่เนืองนิจ
2.มีแต่คนพูดให้เสียหาย มีคนซุบซิบนินทาเรื่องของเรา มีคนคอยใส่ร้ายดูหมิ่นและส่อเสียดเราอยู่เสมอ
3.ไม่มีใครจริงใจด้วย มีแต่คนมาพูดจาหลอกลวง ผิดสัญญาต่อเรา
4.เกิดในสังคมที่พูดแต่คำหยาบคำส่อเสียดปลิ้นปล้อน นินทาอยู่เนืองนิจ เพียงตื่นมาก็พบเจอความไม่เป็นมงคล (สังคมที่ปากไม่เป็นมงคล)
5.หลงเชื่อคนอื่นได้ง่าย โดนหลอกได้ง่าย ไม่มีความระวังเวลาโดนโกหก
6.ไม่มีใครเชื่อถือในคำพูดของเรา, เป็นคนที่พูดอะไรแล้วคนเมิน,พูดติดๆขัดๆ, นึกจะพูดอะไรก็ไม่ได้ดั่งใจ

แนะนำหนทางทุเลา โดย” ตั้งสัจจะว่าจะไม่พลั้งปากโกหกหรือส่อเสียด นินทายุแยงใคร ไม่ด่าใคร พูดตามความเป็นจริงทุกอย่าง สิ่งใดควรพูดก็ควรพูด ไม่ควรพูดก็อดทนไว้ ไม่ด่าไม่เถียงไม่นินทาผู้มีพระคุณเช่นพ่อแม่ครูบาอาจารย์ ให้คำสัญญาใครไว้ต้องรักษา อย่าสาบานอะไรพร่ำเพรื่อ ว่างๆก็ออกค่าใช้จ่ายให้ค่าทำฟันแก่คนยากคนจนและอื่นๆตามแต่ท่านจะสะดวกและตามกำลัง หมั่นให้สัจธรรมความจริงแก่คนทั่วไป พูดแต่ธรรมะ สอนธรรมะอยู่เสมอ หมั่นพูดหรือเผยแพร่ธรรมะให้คนอื่นฟังบ่อยๆ ทำตัวให้มีธรรมะให้มีสัจจะ พูดอะไรก็ไม่ผิดคำพูดไม่กลับคำ ไม่หลอกลวงใคร คนจะเชื่อถือมากขึ้น

ผิดศีลข้อ 5 (ดื่มของมึนเมา เสพยาเสพติด ให้ยาเสพติด ให้ของมึนเมา ขายของมึนเมา ขายยาเสพติด) ผลกรรมคือ

1. สติปัญญาไม่ดี ขี้หลงขี้ลืม เรียนไม่เก่ง อ่านหนังสือไม่จำ อ่านยังไงก็ไม่เข้าใจ
2. เกิดในตระกูลที่โง่เขลา เต็มไปด้วยอบายมุข
3. หากกรรมหนักจะเกิดเป็นเอ๋อ ปัญญาอ่อน เป็นโรคทางปัญญา
4. ลูกหลานสำมะเลเทเมา มีลูกหลานติดยาเสพติด
5. เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ไม่มีสติระวัง มีแต่ความประมาท
6. มักลุ่มหลงในสิ่งผิดได้ง่าย เป็นคนที่โดนมอมเมาให้หลงใหลในสิ่งผิดได้ง่าย (ขาดสติ)

แนะนำหนทางทุเลา โดย” ตั้งสัจจะว่าจะไม่ดื่มของมึนเมาและยาเสพติดทุกชนิด ไม่จำหน่าย จ่ายแจกของมึนเมาและยาเสพติดทุกชนิด หมั่นทำธรรมทานวิทยาทานให้ปัญญาความรู้แก่คนทั่วไป และอื่นๆตามแต่ท่านจะสะดวกและตามกำลัง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือต้องการตรวจสอบ ติดต่อ อ.จิตปราโมทย์ 086-672-2817

Tags: , , , , ,




กุมภาพันธ์ 22nd, 2010 at 00:10
Posted By: fiatza
Posted in: ดูดวง

หากไปถามเด็กเล็กๆ ซักคน ว่าโตขึ้น หนูอยากเป็นอะไร คงไม่เด็กคนไหน ตอบว่าหนูอยากเป็นหมอดูหรอกนะ จริงไหม? แต่ หากปัจจุบันนี้   จับพลัด จับผลู คุณเป็นหมอดูอยู่แล้ว หรือคิดอยากจะเป็นล่ะ ต้องถามว่า   หมอดูอาชีพ หรือหมอดูสมัครเล่น คุณอยากเป็นแบบไหน?

ถ้าคุณทำงานอื่นไปด้วย แล้วดูดวงให้คนอื่นเป็นอาชีพที่สอง ก็ไม่น่ากังวลเท่าใดนัก  เพราะรายได้หลักจากงานประจำ  กับงานอดิเรกดูหมอจะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น   ยิ่งนาน ยิ่งดี จะได้ใช้อาชีพหมอดูในวัยเกษียน ไม่เหงา  เป็นคนแก่ที่มีค่า มีคนมาหา ได้เงินใช้ ได้เงินทำบุญ  มีความสุขตามอัตภาพ

เพียงแต่ หากคุณอยากเป็นหมอดูอาชีพ ใช้วิชาชีพนี้เลี้ยงตัวเองเป็นหลัก ก็ต้องฝ่าฟันหน่อย   การจะก้าวขึ้นเป็นหมอดูมืออาชีพเลี้ยงตัวเองได้ตั้งแต่บาทแรก ในแต่ละเดือนนั้นไม่ง่ายอย่างที่หลายคนคิดว่าอาชีพนี้หาเงินง่าย    เพราะเค้าไม่ได้มองที่มาที่ไปก่อนจะมาเป็นหมอดู

ที่นี้เรามาลองจำแนก ประเภท ที่มาของหมอดูกันเล่นๆแบบไม่คิดอะไรมาก เอามันส์ๆนะ

ประเภทที่ 1   พ่อ แม่ ญาติ พี่น้อง  เป็นหมอดู แบบนี้ถือว่า มีเชื้อ มีวิชา ถ่ายทอดกันมาตามสายเลือด  มีฐานกำลังอยู่แล้ว  เพียงแต่ ต่อยอด จะพัฒนา หรือทำลายชื่อเสียงเก่า ก็ขึ้นอยู่กับ ตัวหมอดูที่สืบทอด บางคนอาจแตกแขนงวิชาที่แตกต่าง จากของเดิมไปสร้างบารมีหรือชื่อเสียงด้วยตัวเองเพิ่มเติม ก็ได้

ประเภท ที่ 2   ไม่คิดมาก่อนว่า จะต้องมาเป็นหมอดู

คำนี้จะได้ยินจากปากหมอดูบางคนบ่อยๆ จะพูดเพื่อออกตัวก็ได้(จริงๆตูมีอาชีพที่ดีกว่านี่นะจะบอกให้ ว่าแล้วก็ร่ายยาวถึงอดีตที่ทำมาแล้ว)

ลึกๆแล้วคนที่พูดอย่างนี้ จะไม่เคยศรัทธาในอาชีพมาก่อน จะด้วยความบังเอิญหรือไม่มีที่ไปก็เป็นได้ ที่ต้องมาเป็นหมอดู แบบว่าพึ่งค้นพบตัวเองว่าทำนายได้ (ดีหรือปล่าวไม่รู้) หลังจากชีวิตนี้ทำมาหลายอาชีพแล้วไม่สำเร็จดั่งใจเลย

ประเภทนี้จะเริ่มต้นศึกษาวิชาแบบ จับผิด ใจมันค้านอยู่แล้ว พอเริ่มเรียนก็ทดสอบวิชาเลยว่ามันถูกหรือผิดใช้ได้หรือปล่าว  พอดูไปหลายๆคนมีคนบอกว่าแม่นๆ เลยได้ใจ   เมื่อศึกษาเพิ่มก็มั่นใจมากขึ้น ประกอบกับมีประสบการณ์ชีวิตมาแล้วหลายหลากอาชีพ พอลูกค้ามาปรึกษา อ่านดวงผสมแล้วทายได้โดนใจ  เลยยึดเป็นอาชีพซะเลย  ประเภทแบบนี้ได้ดีก็หลายคนนะ

ประเภทที่3 อยากดัง  ประเภทนี้ ปัจจุบันมีเยอะ เพราะสื่อต่างๆเยอะ หมอดูก็เป็นดาราได้เหมือนกัน   ดูทีวี  อ่านหนังสือ  เห็นหมอดูคนอื่นออกสื่อ อยากเป็นอย่างเค้าบ้าง  ขอบอกว่ามันไม่ง่าย อย่างที่คิด ถ้าวิชาคุณไม่แน่น ไม่มีจุดขาย ทายไม่ขาด คุณไม่ดังหรอก หากฟลุ๊คๆมีคนเชียร์ มีป๋าดัน ก็แค่ได้ออกครั้งสองครั้ง  แล้วหลังจากนั้นก็ถูกลืมไปจากความทรงจำของคนดู   เค้าเรียกว่าตายตั้งแต่ยังไม่โต ยิ่งออกครั้งแรกๆ เงอะๆงะๆ ไม่ถูกใจเจ้าของรายการ เค้าก็ไม่เรียกมาออกซ้ำ ประเภทนี้โตง่าย ตายไว  เดี๋ยวนี้ ทีวีดาวเทียม มีรายการหมอดูทุกช่อง การแข่งขันสูง ชาวบ้านนิยมดู  หมอดูดังบ้างไม่ดังบ้าง แม่นมั่ง ไม่แม่น

มั่ง โผล่สลอนหน้าจอทุกวัน

ที่มา อ.ปภาวี(ก้อย) หมอดูสยาม

อยากเป็นหมอดูง่ายๆ คลิกเลย , เรียนไพ่ยิปซี เื่อเป็นหมอดูอาชีพ

Tags: , , , , , , ,




กุมภาพันธ์ 21st, 2010 at 23:47
Posted By: fiatza
Posted in: ดูดวง

ดวง หรือ Horoscope ในภาษาไทย ดวงชะตา หมายถึง เกณฑ์ที่กำหนดชีวิตของคน หรือสัตว์ ตลอดจนบ้านเมือง อาจกล่าวได้ว่า ดวงชะตา ของแต่ละบุคคล หรือแต่ละชีวิต หรือแต่ละสถานที่ย่อมมีความแตกต่างกันไป ตามช่วงเวลา, ระยะเวลาที่ชีวิต หรือสิ่งเหล่านั้นกำเนิดขึ้รวมถึงสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ก็มีผลต่อ ดวงชะตา เช่นกัน จะเห็นว่าหลาย ๆ คนนิยมตรวจสอบ ดวงชะตา ของตนเอง หรือสภาพแวดล้อมที่ตนเองอาศัยอยู่

ทั้งนี้ก็เพื่อให้ทราบพื้นฐานความเป็นมาของ ดวงชะตา ตลอดจนข้อมูลในอนาคต หรือที่เรียกกันว่า ชะตากำหนด ทั้งนี้ก็เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้น มามาคำนวณหาทางปรับแก้ที่ดีที่สุด เพื่อการดำรงอยู่ในทางที่เหมาะที่ควรในอนาคต ซึ่งเราหลาย ๆ คนคงจะเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับการเสริมดวง, การผูกดวง ฯลฯ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละบุคคล ถือเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในการดำรงชีวิต

(ที่มา เว็บกระปุก.คอม)

การดูดวงเป็น กิจกรรมเพื่อรับรู้ดวงชะตาของบุคคลหรือสถานที่ เช่นดวงเมืองเพื่อจะรับทราบข้อมูลในอนาคตตามแต่ความเชื่อและขอคำแนะนำในการตัดสินใจ การดูดวงจะมีคำทำนายเป็นผลลัพธ์ ผู้ที่ทำนายเรียกว่า หมอดู และผู้ที่ถูกดูเรียกว่า เจ้าชะตา การดูดวงมีมาแต่ครั้งโบราณ แม้กระทั่งยามออกรบ ก็จะดูดวงชะตาว่าควรรบหรือไม่ การดูดวงถือว่าเป็นกิจกรรมเพื่อสร้างความมั่นใจอย่างหนึ่ง

ปัจจุบันการดูดวงมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละบุคคล ซึ่งเรื่องส่วนใหญ่ที่นิยมนำมาดูดวง คือ เนื้อคู่ความรักหน้าที่การงานการศึกษาการค้าและ การเงิน

การดูดวงด้วยวิธีต่างๆ

การดูดวงตามวันเกิด

  • ทำนายดวงตามราศี(ราศีเมษราศีพฤษภราศีเมถุนราศีกรกฎราศีสิงห์ราศีกันย์ราศีตุลย์ราศีพิจิกราศีธนูราศีมังกรราศีกุมภ์ราศีมีน)
  • ทำนายดวงตามวันเกิดในรอบสัปดาห์(วันอาทิตย์วันจันทร์วันอังคารวันพุธวันพฤหัสบดีวันศุกร์วันเสาร์)
  • ทำนายดวงตามปีนักษัตร(ชวดฉลูขาลเถาะมะโรงมะเส็งมะเมียมะแมวอกระกาจอกุน)
  • ทำนายดวงตามชื่อ
  • ธาตุหลักทั้ง 4
  • กราฟชีวิต

การดูดวงด้วยการเสี่ยงทาย

  • การดูดวงด้วยไพ่ป๊อก
  • การดูดวงด้วยไพ่ทาโรต์
  • การเสี่ยงเซียมซี
  • การเสี่ยงทายด้วยทราย
  • การเสี่ยงทายด้วยหนังสือ

การดูดวงด้วยรูปพรรรณของเจ้าชะตา

  • การดูลายมือ
  • การดูลายเท้า
  • การดูโหงวเฮ้ง

จิตวิทยากับการดูดวง

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า เหตุผลที่การดูดวงเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายนั้นมีสาเหตุมากกว่าไสยศาสตร์หมอดูใช้หลักทางจิตวิทยาหลายประการเช่น

  • การดูดวงช่วยลดความกังวลให้กับผู้รับฟัง
  • การดูดวงสร้างความบันเทิงให้กับผู้รับฟัง
  • หมอดูมักจะพูดสิ่งที่ผู้รับฟังคำทำนายอยากจะได้ยิน
  • คำทำนายมักจะเป็นคำทำนายกว้างๆ และเป็นสิ่งที่เป็นความจริงทำให้โอกาสในการทำนายผิดพลาดมีน้อย
    (ที่มา พรทิพย์070.212คาเฟ่.คอม)

อยากดูดวงกับหมอดู คลิกที่นี่

Tags: , , , , , , ,




กุมภาพันธ์ 21st, 2010 at 23:38
Posted By: fiatza
Posted in: ดูดวง

ธุรกิจหมอดูยุคการตลาดนำ กลยุทธ์ CRM สร้างมูลค่าเพิ่ม

เวลาผ่านไป… โหราศาสตร์”… ศาสตร์โบราณเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 5,000 ปี ซึ่งใช้ “ความเชื่อ”สืบทอดให้ดำรงอยู่ ได้กลายเป็นธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ เมื่อถูกครอบงำจากวิถีในโลกยุคปัจจุบัน ภายใต้การตลาดศาสตร์สมัยใหม่”ที่ใส่การบริหารความสัมพันธ์ CRM (Customer Relationship Management) ผนวกไปกับ แรงศรัทธา เป็นเครื่องมือสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยมีผลตอบแทนจากรายได้เป็นจุดหมายปลายทาง

โหราศาสตร์พัฒนามาจากการดูดวงดาวบนท้องฟ้าเมื่อ 5,000 ปีที่ผ่านมาในอารยธรรมเมโสโปเตเมีย (แถบประเทศอิรักในปัจจุบัน)ความรู้ นี้ได้แพร่หลายไปยังอิยิปต์ที่นำโหราศาสตร์ไปรวม กับศาสนาและแพร่ไปยังกรีกผู้ซึ่งนโหราศาสตร์มาพัฒนาให้เป็นวิทยาศาสตร์แขนงหนึ่ง

ลัทธิคัลเดียน (Chaldean) แห่งบาบิโลเนียได้สร้างวิหารซิกกูรัต (Ziggurat) เพื่อสังเกตและศึกษาท้องฟ้าโดยเฉพาะ และได้พบว่าความเคลื่อนของดวงดาว มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตมนุษย์

ชาวกรีก เป็นผู้พัฒนาการทำนายโชคชะตาราศีแบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน แม้ว่าชื่อที่เรียกจะเป็นแบบโรมันก็ตาม

เมื่อ 200 ปีก่อนคริสตกาล ปรัชญาเมธี นามว่า ปโตเลมี (Ptolemy) ได้เขียนหนังสือ เตตราปิปลิออส (Tetrabibios)เป็นคู่มือเกี่ยวกับดวงดาวว่า มีอิทธิพลและเป็นสิ่งสำคัญต่อโลกและมนุษย์มาก ทว่าวิชานี้ได้เริ่มเสื่อมความนิยมในยุโรปช่วงพุทธศตวรรษที่ 9-17 แต่กลับไปรุ่งเรืองในจีน อินเดีย ทิเบต หรือแม้แต่ในอเมริกากลาง

เมื่อวิทยาศาสตร์แขนงใหม่มีเหตุผลมากขึ้น ได้ถูกพัฒนาในพุทธศตวรรษที่ 21 โหราศาสตร์ถูกถอดออกจากการเรียนการสอน เนื่องจากโหราศาสตร์หาข้อพิสูจน์ไม่ได้ เป็นเพียงความเชื่อ แม้ว่าโหราศาสตร์จะไม่เป็นที่ยอมรับในแง่วิทยาศาสตร์ แต่ความนิยมก็มิได้เสื่อมลงไป

ธุรกิจระดับ 4,000 ล้านบาท

กิจการโหราศาสตร์ในเมืองไทย เป็นอาชีพหนึ่งที่มีแนวโน้มสดใส และได้รับความนิยมสำหรับผู้ที่ประกอบอาชีพนี้มากขึ้นทุกปี โดยเฉพาะหนุ่มสาวที่เป็นบัณฑิตจบใหม่ได้ให้ความสนใจวิชาด้านนี้มากขึ้น

ยิ่งภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ธุรกิจโหราศาสตร์กลับเติบโตสวนทาง เป็นผลสืบเนื่องมาจากผู้คนมีปัญหาตั้งแต่การทำงาน เงินทอง ครอบครัว หรือแม้แต่คู่ครอง ต่างต้องการพึ่งพิงหมอดูเพื่อทำนายทายทักอันมีผลทางใจต่อคนๆ นั้น เรียกได้ว่าหมอดูก็เป็นนักจิตวิทยาเช่นกัน

ประเทศไทยแบ่งสมาคมโหราศาสตร์ที่ได้รับการรับรองแล้วและก่อตั้งเป็นสมาคม 3 สมาคม ได้แก่ 1.สมาคมโหรแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมถ์ 2.สมาคมโหรนานาชาติ และ3.สมาคมสหพันธ์โหร ซึ่งแต่ละสมาคมต่างมีกฎกติกามารยาทแตกต่างกัน แยกกันทำหน้าที่แต่สุดท้ายบทบาทเดียวกันนั่นคือ การประกอบอาชีพหมอดู

บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด สำรวจ “คนไทยกับการใช้บริการหมอดู” ช่วงระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์-4 มีนาคมที่ผ่านมา จากกลุ่มตัวอย่าง 1,441 คน อาชีพ พบว่าธุรกิจนี้ ทำให้เกิดเม็ดเงินสะพัดทั่วประเทศปีนี้ ประมาณ 4,000 ล้านบาท ไม่รวมธุรกิจเกี่ยวเนื่องอื่นๆ เช่น ธุรกิจทำบุญ/สะเดาะเคราะห์ ธุรกิจหนังสือพยากรณ์ดวงชะตาเป็นต้น เรียงลำดับตามความนิยม 5 อันดับแรก คือ 1.วัน-เดือน-ปีเกิด 2.ลายมือ 3.ดวง 4.กราฟชีวิต และ5.คนทรง โดยมีการเติบโตปีละประมาณ 20-30%

“ตามประสบการณ์ขอแบ่งรูปแบบการดูหมอออกเป็น 2 แบบใหญ่ๆ คือดูแบบตัวต่อตัว และดูผ่านเทคโนโลยีต่างๆ 1.ดูแบบตัวต่อตัว จะแม่นและได้ผลมากกว่า ปัจจุบันค่าดูจะเฉลี่ยอยู่ที่ 199 – 500 บาท แล้วแต่ความมีชื่อเสียงของหมอดูท่านนั้น แบ่งรูปแบบการดูแบบตัวต่อตัวออกเป็น ดวงวัน-เดือน-ปีเกิด, ลายมือ, กราฟชีวิต, ไพ่ยิปซี, ไพ่ป๊อก, ดวงดาว, ฮวงจุ้ย, โหงเฮ้ง ซึ่งส่วนใหญ่จะนิยมดู ดวงวัน-เดือน-ปีเกิด, ลายมือและไพ่ยิปซีมากที่สุด ซึ่งแบบตัวต่อตัวกลุ่มอายุระหว่าง 25-65 ปีนิยมมากที่สุด” นายธนกร สินเกษม นายกสมาคมโหรแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมถ์ระบุ

4 P กับโหราศาสตร์ไทย

นายภูสิต เพ็ญศิริ กรรมการบริหาร บริษัทนาโนเซิร์ช จำกัด ในฐานะนักการตลาดที่สนใจในศาสตร์ความเชื่อดังกล่าวชี้ว่า โหราศาสตร์ยุคใหม่ได้ถูกกำหนดจากปัจจัยที่ทรงอิทธิพล 2 ประการคือ เทคโนโลยี และ กระแสโลกาภิวัตน์ เมื่อวิเคราะห์ด้วยหลักพื้นฐาน 4P พบว่า

P ตัวแรก Product หรือ ผลิตภัณฑ์ ผู้ประกอบการที่ต่างให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เหมือนกันหมด ด้วยการพัฒนาให้สินค้าและบริการเกิดความหลากหลาย ไม่ว่าจะใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย การขายภาพลักษณ์ ขายความเป็นเอกลักษณ์ (Uniqueness) หรือการสร้างความเป็นกันเองกับลูกค้าเพื่อกระจายการบอกต่อ

ตลอดจนการพัฒนาโครงสร้างการผลิต สินค้าให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลาง และต่อยอดแตกไลน์สู่ธุรกิจอื่นเพื่อให้ตอบสนองความต้องการผู้บริโภคแบบ Insight P ตัวที่สอง Price–ราคา ธุรกิจโหราศาสตร์โครงสร้างของราคาจะขึ้นอยู่กับการสร้างแบรนด์ ผ่านการใช้สื่อ Media ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการออกรายการทีวี สัมภาษณ์ลงหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือแม้แต่สปอตวิทยุ ก็เป็นกลไกสำคัญของการทำตลาดของธุรกิจ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวเอง อาทิ ลักษณ์ เรขานิเทศน์, ปู โลกเบี้ยว, ติ๊ก กลิ่นสี เป็นต้น

P ตัวที่สาม Place–การจัดจำหน่าย ปัจจุบันธุรกิจโหราศาสตร์แพร่หลายเข้าไปในสื่อต่างๆ แทบทุกประเภท จากเดิมที่คำทำนายจะกระจุกตัวอยู่ในหนังสือพิมพ์ และนิตยสารที่มีคอลัมน์ไว้บริการโดยเฉพาะ เริ่มเข้าไปมีบทบาทในห้างสรรพสินค้า โรงแรม ในฐานะแม่เหล็กที่ช่วยเป็นแรงเสริมสร้างลูกค้าทางอ้อมแก่สถานที่ดังกล่าว

ธุรกิจเหล่านี้ พยายามดึงหมอดูที่มีชื่อเสียง เป็นที่ยอมรับ เป็นผู้ให้คำทำนาย เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของคำทำนายมากยิ่งขึ้น แม้การดูหมอในสื่อต่างๆ จะเป็นเพียงบริการเสริม แต่ก็นับว่ามีส่วนอย่างมากต่อการสร้างสีสันน่าสนใจให้สื่อต่างๆ จนกระทั่งบางครั้ง มีการโฆษณาว่าหมอดูชื่อดัง เขียนคำพยากรณ์ให้ฉบับนี้เป็นพิเศษ เพื่อดึงดูดผู้นิยมหมอดู หันมาซื้อหนังสือเล่มนี้มากยิ่งขึ้น

เทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย มีส่วนช่วยให้ธุรกิจนี้เฟื่องฟูมากยิ่งขึ้นเมื่อมีบริการดูพยากรณ์ดวงชะตาทางโทรศัพท์มือถือ ออดิโอเท็กซ์ และอินเทอร์เน็ต เพิ่มทางเลือกและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่ชื่นชมบริการประเภทนี้มากยิ่งขึ้น

ประเด็นน่าสนใจ คือการใช้สื่อที่ทันสมัย ได้ขยายฐานลูกค้าของธุรกิจนี้ให้มีกลุ่มเป้าหมายกว้างขวางมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น หรือกลุ่มนักเรียน/นักศึกษา กลุ่มหนุ่มสาวสมัยใหม่ ที่เคยชินกับการใช้เครื่องมือ และอุปกรณ์การสื่อสารทันสมัย

P ตัวสุดท้ายคือ Promotion–การส่งเสริมการตลาด ครอบคลุมเครื่องมือสื่อสารทุกอย่างที่ส่งไปถึงผู้บริโภคซึ่งเรื่องนี้เป็นมุมมองที่ผู้ประกอบการเกือบทุกเซ็กเมนต์ให้ความสำคัญมากขึ้น กิจกรรมโหราศาสตร์ก็เช่นเดียวกันไม่ว่าจะเป็นการโปรโมชันการโฆษณาการประชาสัมพันธ์ รวมถึงการจัดอีเวนท์ต่างๆ เพื่อตอกย้ำแบรนด์ตัวเอง ภายใต้กลยุทธ์การตลาดสร้าง ความสัมพันธ์ (Customer Relationship Management : CRM)

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการชี้ชัดแบ่งออกมาว่าในประเทศไทยมีการจัดอันดับความดังของหมอดูว่ามีกี่รายและแต่ละรายใครดังกว่าใครแต่ความน่าสนใจอยู่ตรงที่ใครสามารถใช้สื่อสร้างแบรนด์ตัวเองได้ดีกว่ากันเพื่อขยายไปสู่วงกว้างทุกระดับชั้น จะเห็นได้ว่าหมอดูบางรายจะใช้วิธีการหยิบยกสถานการณ์ที่กำลังเป็นกระแส Talk of the Town กระแสยอดฮิตต่างๆ มาวิเคราะห์ในศาสตร์ของการดูหมอและมานั่งพูดคุยผ่านสื่อ เป็นต้น นั่นจะทำให้หมอดูรายนั้นเกิดฟรีพีอาร์อย่างต่อเนื่อง กระทั่งได้รับความมีชื่อเสียงไป

CRM กลยุทธ์พิชิตชัย

จากการสำรวจของ “บิสิเนสไทย” พบว่า ปัจจัยสำคัญทำให้บริการหมอดูในสื่อที่ทันสมัยต่างๆ ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว คือคำทำนายฟรี หรือค่าใช้จ่ายถูกกว่าใช้บริการหมอดูตามสถานที่ต่างๆ ทำให้กลุ่มผู้เข้ามาใช้บริการ เป็นกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งเน้นอ่านคำพยากรณ์ เพื่อความบันเทิงมากกว่าที่จะเป็นการดูหมอจริงจัง

ทุกวันนี้การดูหมอเพิ่มบทบาทเป็นธุรกิจที่สร้างความบันเทิง และช่วยแก้เหงายามว่างด้วย จากที่เคยเป็นธุรกิจที่มุ่งทำนายอนาคต และเป็นที่ปรึกษายามมีปัญหาเท่านั้น ดังนั้นการบอกเล่าเนื้อหาส่วนใหญ่ ด้วยการให้บริการผ่านโลกในยุคดิจิตอล จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับศาสตร์โบราณที่มีอายุมากกว่า 5,000 ปี

ปัญหาที่ผ่านมาคือ หมอดูยุคเก่าจะเน้นไปที่ตัวเครื่องมือ แต่ไม่คอยใส่ใจกับการสร้างสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายพวกเขาสนใจกับส่วนที่เป็นศาสตร์ แต่ไม่ใช่ศิลปะในการสร้างสัมพันธ์ภายใต้รูปแบบ “การบอกต่อปากต่อปาก(Buzz Marketing)เป็นรากเหง้าของกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ

นี่อาจจะเป็นเหตุผลอันดับหนึ่งที่ทำให้หมอดูยุคใหม่จำเป็นต้องเรียนรู้กระบวนการดังกล่าว เพราะทุกวันนี้โหราศาสตร์ มิใช่แค่การพยากรณ์ดวงชะตา แต่ยังทำหน้าที่เป็นจิตแพทย์ เพื่อผ่อนคลายความกังวลกับผู้รับบริการ

“คงปฏิเสธไม่ได้ว่าหมอดูคือธุรกิจและต้องมีการทำตลาดเหมือนกับธุรกิจอื่นๆ กลยุทธ์ส่วนใหญ่จะใช้ ในรูปแบบโปรโมชันลด แลก แจก แถม การใช้ตลาดสร้างความสัมพันธ์ กับลูกค้าทั้งในรูปแบบบัตรสะสมแต้ม เพื่อดูฟรีครั้งต่อไป หรือเป็นส่วนลดก็มี รวมทั้งกลยุทธ์บอกต่อ (Buzz) คือ ดูแม่นแล้วเกิดการบอกต่อๆ ไปยังเพื่อน คนรู้จัก รวมถึงสร้างแบรนด์ของตัวเองผ่านสื่อต่างๆในวงกว้าง ทั้งอโบฟเดอะไลน์และบีโลว์เดอะไลน์ อย่างครบวงจร ซึ่งวิธีการนี้จะเป็นกลยุทธ์ที่ได้ผลที่สุด” นายธนกร สินเกษม นายกสมาคมโหรแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมถ์ยอมรับ

นายลักษณ์ เรขานิเทศ เลขาธิการสถาบันพยากรณ์ศาสตร์ ฉายา “โหรฟันธง” กล่าวเสริมว่า หมอดูมีรูปแบบการทำตลาดอยู่ 2 แบบ คือ 1.กลุ่มที่ใช้สื่อ ออกเงินค่าโฆษณาเอง และ 2.ไม่ใช้สื่อ มาจากดูแม่นเกิดการบอกต่อจนได้รับความสนใจจากสื่อให้ไปออกรายการ หรือเขียนคอลัมน์ให้ทำให้กลุ่มนี้มีชื่อเสียงสร้างมูลค่าให้กับตัวเอง

การตลาดสร้างสัมพันธ์ (CRM) ใกล้เคียงกับการตลาดสร้างความภักดีมาก เพียงแต่ CRM จะมีโปรแกรมที่มีการจัดระบบ ที่เน้นห่วงโซ่ของการมุ่งปลูกฝัง การจัดการปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า เพื่อให้เกิดการโต้ตอบสองทาง(Interactive) ให้เกิดการเพิ่มรายได้ จากการดึงส่วนแบ่งการใช้จ่ายของลูกค้าให้มีความถี่มากขึ้น

ดังนั้นการใช้ CRM จึงเป็นอำนาจที่ทรงพลัง ด้วยรูปแบบประชาสัมพันธ์และโฆษณา เพื่อเตือนให้ลูกค้าใช้สินค้าและบริการดังกล่าว พร้อมอธิบายเหตุผลว่า ทำไมลูกค้าจึงใช้สินค้าและบริการนั้นต่อไปเรื่อยๆ วิธีนี้โดยทั่วไปมักจะเน้นที่อัตราการเพิ่มของลูกค้าใหม่ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างฐานลูกค้าให้เติบโตขึ้น โดยรักษาลูกค้าเก่าที่มีอยู่แล้ว แต่จะไม่เน้นการสร้างสัมพันธ์ หรือ การให้รางวัลในระยะยาว

เลขาธิการสถาบันพยากรณ์ศาสตร์เชื่อว่า การทำตลาดสร้างลูกค้าสัมพันธ์จะทำได้ยากหากตราสินค้ายังไม่มีความชัดเจน หรืออีกนัยหนึ่งคือ ชื่อเสียงของนักโหราศาสตร์ผู้นั้นยังโนเนม

ดังนั้นการหาจุดแข็งตรงที่จะเตือนให้ลูกค้านึกถึงสินค้าและบริการของตนก่อนเป็นอันดับแรกในใจ เป็นการเพิ่มอุปสงค์ หรือในบางกรณีก็เป็นการเพิ่มส่วนแบ่งการใช้จ่ายของลูกค้าด้วยการเสนอวิธีใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวในลักษณะแปลกใหม่กว่าเดิม

วันนี้การตลาดสร้างความสัมพันธ์ ได้กลายเป็น “ศาสตร์”แห่งการสร้างความภักดี ที่เป็นเทคนิคของนักโหราศาสตร์รุ่นใหม่ไปแล้ว เพราะการจัดการลูกค้าสัมพันธ์คือ ศิลปะของการตลาดสร้างความภักดี และเป็นเครื่องมือสำคัญที่ไม่ สามารถขาดหายไปได้ ในโลกของธุรกิจส่วนใหญ่ ไม่เว้นกระทั่งธุรกิจที่ใช้ “ความเชื่อ”เป็นแรงขับเคลื่อน

ที่มาบทความดีๆจาก aprin.co.th

Tags: , , ,




มกราคม 6th, 2010 at 15:23
Posted By: Tewadatarot
Posted in: อ.จิตปราโมทย์

บางครั้งในช่วงเวลาของชีวิตคนเรา อาจต้องรอคอยกับผลของสิ่งที่ตนเองได้ทำไปแล้ว เช่น

1. ไปติดต่องานสำคัญแล้วรอการติดต่อกลับ

2. การรอผลสัมภาษณ์งานอันสำคัญ

3. การรอผลตรวจสุขภาพ

4. การรอผลตรวจสอบอื่นๆ

ซึ่งในระหว่างที่รอผลนี้ หลายท่านอาจจะมีความกระวล กระวายใจ เพื่อที่ต้องการจะทราบผลเร็วๆ และก็มีหลายท่านที่ต้องการ   ประสบผลสำเร็จจากสิ่งที่รอคอยนั้น ซึ่งในโอกาสนี้อาจารย์จะขอแนะนำสิ่งที่ควรปฏิบัติขณะรอผล หรือรอคำตอบสิ่งที่สำคัญๆ

หากไปติดต่องาน สัมภาษณ์งาน ให้ปฏิบัติดังนี้

1. เมื่อไปถึงสถานที่นัดหมาย ให้อุทิศบุญกุศลทุกประการให้แก่เทวดาที่รักษาชีวิตเรา เทวดาที่รักษายังบ้านเรือนเรา และเทวดาที่รักษายังสถานที่นัดหมายของเรา

2. หลังจากเสร็จภาระกิจแล้ว กลับถึงบ้านเวลาสวดมนต์ก็ให้อุทิศบุญกุศลให้แก่ เทวดาทั้ง 3 แห่ง เช่นเดิม และอธิฐานโดยไม่หวังผล เช่น เราจะไม่อธิฐานว่าขอให้รวย ถูกหวย แต่อธิฐานว่าขอให้เจริญ อุดม เพียบพร้อมไปด้วยทาน ไทยธรรม ในการอุปถัมภ์พระพุทธศาสนา เป็นต้น

3. หากเป็นเรื่องสำคัญอื่นๆ นอกเหนือจากข้างต้น ก็อธิฐานว่าขอบุญที่ได้กระทำแล้วจงเป็นปัจจัยให้การดำเนินชีวิตราบรื่น ให้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสสร้างบารมีอื่นที่ยิ่งใหญ่ขึ้นๆไป

เพราะเหตุว่าการที่เราอธิฐานให้เราโดยตรงว่า เช่นว่า ขอให้ข้าพเจ้าสอบได้ สอบติด อันนี้เป็นผลของความโลภโดยตรง ซึ่งไม่เหมาะในการอธิฐานหลังจากทำบุญเสร็จแล้ว แต่ความสำเร็จทุกอย่างย่อมเกิดจากความตั้งใจ เชื่อมั่น ศรัทธา และนอบน้อมในคุณพระรัตนตรัยและบุญกุศลในอดีต และก็ย่อมขึ้นกับกรรมของเราว่าเราเคยไปขัดขวาง กีดกันไม่ให้คนอื่นเขาได้ดีหรือไม่ หรือทำอย่างอื่นที่ทำให้เกิดวิบากกางกั้นการดำเนินชีวิตของเรา หรือไม่ ซึ่งสิ่งนั้นต้องทำการตรวจสอบ และแก้ไขพอที่จะแก้ได้ เพราะท่านผู้อ่านอย่าลืมว่า เราไม่สามารถแก้กรรมของเราได้เลย มีแต่สร้างเหตุที่ดี เหมาะสม ในปัจจุบัน อันจะยังประโยชน์ต่ออนาคต

หากท่านผู้อ่านสนใจในรายละเอียดสามารถโทรสอบถามกับอาจารย์ได้โดยตรงที่ 086-6722817

อ.จิตปราโมทย์

 

Tags: ,




ธันวาคม 27th, 2009 at 00:46
Posted By: fiatza
Posted in: ดูดวงทายนิสัย

เผลอแป๊บเดียวสิ้นปีอีกแล้ว ปีหน้าเป็นปีเสือ บ้างก็ว่าเสือหมอบ บ้างก็ว่าเสือดุ จริงเท็จประการใด จะละเหี่ยใจหรือหัวใจพองฟู

คงต้องให้เหล่าหมอดูดังช่วยตรวจดวงเมือง คาดการณ์ดูดาวบนท้องฟ้าว่าอย่างไรมาอ่านกันได้ ณ บัดนี้

ครึ่งปีแรกการเมืองยังไม่นิ่ง

หมอดอน-ชัชวาล เผ่าสวัสดิ์ หมอดูรุ่นใหม่ไฟแรง ที่มีงานหลักเป็นทนายความ เป็นนิติกร 8 อยู่ที่บริษัท ทีโอที ส่วนงานอดิเรกรับดูดวงยามว่าง ดูไปดูมาลูกค้าปากต่อปากกันจนคิวยาวเหยียด สำหรับดวงปีหน้าเฉพาะครึ่งปีแรก ในแง่การเมืองนั้น จะมีการเปลี่ยนแปลงคณะรัฐมนตรีในตำแหน่งสำคัญๆ รวมทั้งอาจมีการแต่งตั้งตำแหน่งพิเศษเฉพาะกิจทางการเมือง ซึ่งจะส่งผลดีในช่วงสั้นๆ ก่อนจะกลายเป็นปมขัดแย้งของรัฐบาล-ฝ่ายค้าน อาจมีผลที่น่ากลัวตามมา เช่น การข่มขวัญให้ตื่นตระหนกและการใช้กำลังมวลชนเข้าห้ำหั่นกัน แต่ไม่รุนแรง

ครึ่งปีหลังระวังอุบัติเหตุหมู่

บรรยากาศในบ้านเมืองยังชวนให้ไม่น่าไว้วางใจ อาจมีข่าวเศร้าสะเทือนใจจากเหตุการณ์การสูญเสียโดยอุบัติเหตุหมู่ หรือการสูญเสียทรัพย์สินและชีวิตครั้งใหญ่ จะมีฝูงชนออกมาท้าทายอำนาจรัฐมากขึ้น ทำให้บรรยากาศทางการเมืองไม่ค่อยจะดีนัก อาจมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งสำคัญๆ ได้ ระวังทาง 3 จังหวัดภาคใต้จะมีการก่อการร้ายรุนแรง การซุ่มทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐรายวันมีให้เห็นมากขึ้น พี่น้องประชาชนควรอยู่ในที่ตั้งส่วนตัวมากกว่าจะไปอยู่รวมกลุ่มในหมู่คณะใดๆเศรษฐกิจปีหน้า พี่น้องประชาชนยังคงต้องทุกข์เรื่องการเงินการทอง ธุรกิจโดยรวมไม่สู้ดี รวมทั้งการเงินการธนาคาร นักเล่นหุ้นทั้งหลายให้ระวังความผันผวนที่จะเกิดขึ้น แต่เมื่อเข้ากลางปีไปแล้ว ธุรกิจมีเกณฑ์ฟื้นตัว แต่โดยรวมอยู่ในเกณฑ์ลบมากกว่าเกณฑ์บวก

ดีขึ้นแต่ยังไม่ 100%

ทศพร ศรีตุลา” หรือ “ซินแสช้าง” ซินแสหนุ่ม (น้อย) ที่ชื่อกำลังดังอยู่ในแวดวงนักธุรกิจการเมือง ด้วยมาดของซินแสไฮเทคโนโลยี เครื่องไม้เครื่องมือทันสมัยตั้งแต่ PDA ไอโฟน โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ภาพถ่ายแผนที่ดาวเทียม และกูเกิลเอิร์ท รวมทั้งอีกมากเพื่อใช้ประกอบการทำนายทายทัก สำหรับดวงปีหน้าโดยรวมจะดีขึ้น และจะดีแบบเต็ม 100% ในปี 2554บอกตามดาว ปีหน้าดาวพฤหัสบดีย้ายจากราศีกุมภ์เข้าราศีมีน ตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย. เล็งพระเสาร์ ร่วมมฤตยู ในเดือนเม.ย.ปีหน้าจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือพลิกผันครั้งสำคัญเกิดขึ้น เพราะพฤหัสบดีกับเสาร์ถือเป็นดาวชุดแห่งการผลัดเปลี่ยน จะมีสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้น และสิ่งใหม่นั้นน่าจะเป็นเรื่องดี

“พฤหัสฯ ในราศีมีนทำมุมวินาศกับดวงเมือง จะมีการเช็กอัพอะไรหลายอย่าง และจะเป็น “บิ๊กเคส” อีกครั้งหนึ่ง อาจมีการรื้อฟื้นหรือวางระบบใหม่อย่างใดอย่างหนึ่ง มีการประกาศตัวอย่างเป็นทางการ การตัดสินใจเลือกว่าจะเอาหรือจะไปทางใดทางหนึ่งที่ชัดเจน” ซินแสช้าง กล่าว

รอรุ่งปี 2554

ซินแสช้างห่วงในช่วงก่อนเดือนเม.ย. โดยเฉพาะช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือนม.ค. ที่ดาวหลายดวงจะมาชุมนุมกัน โดยเฉพาะดาวพุธที่โคจรผิดปกติในช่วงนั้น อาจทำให้การสื่อสารผิดพลาดเกิดความเข้าใจผิดและบานปลาย หากผ่านช่วงนี้ไปได้ก็ฉลุยไปถึงเดือนเม.ย. ซึ่งหลังจากตัดสินใจเปลี่ยนแปลงหรือผลักดันสิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในเดือนนี้ได้แล้ว บ้านเมืองจะเดินต่อได้ และรุ่งสุดๆ ในเดือนเม.ย. ปี 2554 เมื่อพฤหัสบดีย้ายสู่ราศีเมษ

สำหรับเศรษฐกิจปีหน้าเป็นความหวือหวาของราหู ซึ่งย้ายสู่ราศีธนู ทำมุมศุภะกับดวงเมือง หมายถึงโชคลาภและโอกาสที่จะมาจากต่างประเทศ การท่องเที่ยวเริ่มพลิกฟื้น แต่ตัวเงินจริงๆ ต้องพิจารณาดาวศุกร์ ซึ่งมีเกณฑ์เดินผิดปกติในช่วงเดือนต.ค.-ธ.ค. เพราะฉะนั้นใครที่ทำเยียร์แพลนอยู่ตอนนี้ ต้องระวังและวางแผนให้ดีสำหรับควอเตอร์สุดท้าย

แก้ชงปีขาล

“ปีหน้าเป็นปีที่มีความหวัง ถ้าเป็นกราฟก็เป็นกราฟขาขึ้น อสังหาริมทรัพย์เริ่มดี แต่จะดีเต็มที่ในปี 2554 ธุรกิจท่องเที่ยวโรงแรมเริ่มดี ภาคการเกษตรผลผลิตลด ดินฟ้าอากาศมีปัญหา ส่วนธุรกิจที่ดีคือสายบันเทิง แสงและเงา ดารา นวัตกรรม สิ่งใหม่ๆ และเครือข่ายการสื่อสาร” ซินแสช้าง กล่าว

สำหรับชงขาล หรือคนที่ดวงชงปีขาล เรียงจากน้อยไปหามาก คือ กุน-ขาล-มะเส็ง-วอก คนกรุงเทพฯ ไปไหว้เจ้าตามวัดจีน เพื่อนำดวง (วันเดือนปีเกิด) ฝากไว้ที่วัด พระที่วัดก็จะสวดให้เราทุกวัน ส่วนคนต่างจังหวัดที่ไม่สะดวกเดินทางไปวัดจีน ก็ไปที่โบสถ์เพื่อเขียนชื่อและดวงชะตาฝากไว้กับฐานพระประธานได้เหมือนกัน หรืออีกวิธีหนึ่งซินแสช้างบอกว่าได้ผลดีคือทำเองเลย นั่นคือฝากไว้กับหิ้งพระที่บ้าน วิธีนี้จะตอกย้ำเราให้ต้องสวดมนต์ไหว้พระและมีสติในทุกๆ วัน นี่ล่ะวิธีแก้ชงที่ดีที่สุด

ปี 2553 เศรษฐกิจสดใส…การเมืองยังไม่นิ่ง

ด้านหมอดูหน้าหยก คฑา ชินบัญชร เปิดดวงจากไพ่ยิปซี บอกว่าปีหน้าเป็นปีเสือดินที่เป็นเสือซุ่ม ถือว่าเป็นปีที่ดีกว่าปี 2552 เป็นปีที่พอจะหาจังหวะโอกาสจากการทำธุรกิจได้ โดยภาพรวมทางเศรษฐกิจดูดีขึ้น แต่จะยังได้รับผลกระทบทางการเมืองอยู่บ้าง หลังเดือนมิ.ย. ไปการเมืองจะนิ่งขึ้น เศรษฐกิจครึ่งปีหลังจะเริ่มขยายตัวหลายคนจะเริ่มตั้งหลักได้ การท่องเที่ยว การส่งออก การเกษตร จะเด่นเป็นพิเศษ ด้านราคาทองคำกลางปีหน้าคาดว่าจะขึ้นถึง 2 หมื่นบาท

ปีเสือธาตุดิน หากคิดจะลงทุนทางด้านที่ดิน ทองคำ และ อสังหาริมทรัพย์ จะมีแนวโน้มเรื่องที่ดิน โดยเฉพาะการจับบ้าน คอนโดมิเนียมมือสอง มาปรับปรุงแล้วขายต่อ จะเป็นการทำกำไรที่ดีได้ ส่วนการเมืองยังคงมีความขัดแย้งจนถึงกลางปี โดยอาจมีความวุ่นวาย แต่ครึ่งปีหลังจะเริ่มนิ่ง

ข้อควรระวังคือการเดินทางทางน้ำเพราะเป็นปีเสือธาตุดิน ดินดูดน้ำ การเดินทางทางน้ำให้ระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเรื่องแผ่นดินไหว ภัยธรรมชาติที่ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงใต้ จะมีผลกระทบช่วงเดือนพ.ค-ส.ค ส่วนปัญหาชายแดนภาคใต้จะถูกแก้ไข หากยังคงมีปัญหาเรื้อรังต่อเนื่องยุทธวิธีไม่ถี่แต่รุนแรง

ต้นปีทั้งปีใหม่ไทย ปีใหม่จีน ควรพกยันต์ฮู้เป็นยันต์สีส้ม ไปเช่าได้ที่ศาลเจ้าพ่อเสือ หรือไปไหว้พระธาตุช่อแฮ ที่ จ.แพร่ เป็นพระธาตุประจำปีขาล ตามตำนานล้านนา ปีหน้าฟ้าใหม่มาเจอกันใหม่ จะปีนี้หรือปีไหนขอให้ดวงดี ดวงเฮง ร่ำรวย ไร้โรคภัย มีความสุขด้วยกันทุกท่านทุกคน

ไหว้พระเสริมกำลังใจ

หมอดอน กล่าวว่า แม้จะเกิดปัญหารุมเร้า แต่เราเป็นชาวพุทธซึ่งมีที่พึ่งทางใจ ได้ไปสักการบูชาแล้วอย่างน้อยก็มีผลบวกต่อจิตใจ โดยในปี 2553 นี้แนะนำให้ไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเสริมดวงในแต่ละด้านดังนี้

1.เรื่องการเงิน…ปลดหนี้ อยากดวงดีเรื่องการเงิน ควรไปไหว้หลวงพ่อโสธร, วัดไร่ขิง, วัดบางพลีใน จ.สมุทรปราการ, วัดบ้านแหลม จ.สมุทรสงคราม และวัดเขาตะเครา จ.เพชรบุรี

2.เรื่องค้าขาย หน้าที่การงาน ไหว้พระพิฆเนศวร พระเจ้าตากสินมหาราช รัชกาลที่ 5

3.เรื่องความรัก ไหว้พระตรีมูรติ ท้าวมหาพรหม

4.เรื่องโชคลาภ ไหว้ช้างสามเศียร จ.สมุทรปราการ หลวงพ่อปากแดง จ.นครนายก พุ่มพวง ดวงจันทร์ จ.สุพรรณบุรี

5.ให้ผ่านอุปสรรค-ชนะศัตรู ไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือ ถนนตะนาว เขตพระนคร

ที่มา Posttoday.com

Tags: , ,




ธันวาคม 27th, 2009 at 00:39
Posted By: fiatza
Posted in: ดูดวงทายนิสัย

ดวง ประเทศไทย 2553 (1)

…….ถึงเวลาใกล้สิ้นปีเก่า และขึ้นปีใหม่อีกรอบแล้ว ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งเทศกาลคริสต์มาส (Christmas) และปีใหม่ (New Year) อีกทั้งเป็นเทศกาลพยากรณ์ของสำนักต่างๆ ไม่ว่าจะโดยนักการเมือง นักรัฐศาสตร์ นักเศรษฐศาสตร์ นักธุรกิจ หรือเหล่าบรรดาหมอดูหมอเดาต่างๆ รวมทั้งนักโหราศาสตร์ ช่วงนี้จึงเห็นหนังสือและคำทำนายดวงเมืองปี 2553 เกลื่อนกลาด

-= 1.ทบทวนคำทำนายปี 2552=-
ดวงดาวบนท้องฟ้าในปีที่ผ่านมาพิสูจน์อีก ครั้งว่าสามารถให้ข้อมูลสถานการณ์บ้านเมืองของเราได้เป็นอย่างดี โดยเป็นไปตามคำทำนายที่ให้ไว้เมื่อปลายปีก่อนและต้นปีนี้ ซึ่งขอนำข้อความบางส่วนที่เคยทำนายไว้มาสรุปดังต่อไปนี้
- แม้ว่าได้เปลี่ยนขั้วการเมืองไปแล้ว ….. แต่ความขัดแย้งและแตกแยกในหมู่ชนชั้นปกครองยังไม่จบสิ้น รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ยังต้องเผชิญกับการท้าทายของเหล่าสมุนและลิ่วล้อของ ระบอบทักษิณที่ไม่ยอมเลิกราหรือวางมือ ….. ระบอบทักษิณกำลังดิ้นรนด้วยลมหายใจเฮือกสุดท้าย ต้องการพลิกเกมการเมืองให้มีการยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ ส่วนนายอภิสิทธิ์ก็คงตอบโต้ด้วยการพยายามนำตัวอดีตนายกฯ ท่านนี้กลับเมืองไทยเพื่อขึ้นศาล ….. การต่อสู้กันทางด้านกฎหมายและในกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งศาลสถิตยุติธรรม ยังมีให้เห็นตลอดทั้งปี 2552 อีกทั้งระดับความเข้มข้นก็ไม่ลดลง
- พฤหัสจะช่วยหนุนฐานะและเสถียรภาพของรัฐบาลในปี 2552 ทำให้รัฐบาลและผู้นำประเทศสามารถบริหารงานได้ราบรื่นขึ้นกว่ารัฐบาลชุดก่อน ที่ผ่านมา อีกทั้งช่วยให้ความขัดแย้งและแตกแยกในสังคมลดน้อยลงระดับหนึ่ง
- มุมกุมระหว่างมฤตยูจร (Uranus Transit) กับศุกร์ (Venus) ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุทางการเมืองขึ้นได้ ….. มุมนี้บอกถึงอุบัติเหตุ การพลิกผัน หรือการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองแบบฉับพลันหรือคาดไม่ถึง รวมทั้งการประท้วงต่างๆ นานาทางการเมือง โดยมุมนี้จะแนบแน่น (ภายใน 1 องศา) ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 4 พฤษภาคม 2552 (ซึ่งตรงกับเหตุการณ์ไม่สงบในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา)
- รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์จะเผชิญกับความเคลื่อนไหวหรือแรงกระเพื่อมต่างๆ ในปี 2552 อีกทั้งไม่มีเวลาให้ตั้งตัว เพราะหลังรับตำแหน่งได้เพียงเดือนเศษๆ ก็จะเผชิญกับการท้าทายของเรื่องราวต่างๆ มากมาย ทำให้อยู่นิ่งเฉยไม่ได้ โดยความเคลื่อนไหวค่อนข้างสูงในช่วงกุมภาพันธ์ – พฤษภาคม
- การเมืองในปี 2552 ยังขาดเสถียรภาพ มีการต่อสู้แย่งชิงอำนาจกันอย่างถึงพริกถึงขิง ความขัดแย้งและแตกแยกในหมู่ชนชั้นปกครองยังไม่เจือจางหรือหายไปไหน อีกทั้งการต่อสู้ระหว่างนายกฯ อภิสิทธิ์กับอดีตนายกฯ ทักษิณจะเผ็ดร้อนขึ้น อย่างไรก็ตาม บุคลิกนิสัยใจคอที่เยือกเย็นกว่า นายสมัคร สุนทรเวช ของนายกฯ คนใหม่ ประกอบกับการโคจรของดาวพฤหัสในเรือนชะตาที่ 10 น่าจะช่วยลดอุณหภูมิทางการเมืองได้ในระดับหนึ่ง
-= 2. เสถียรภาพทางการเมืองปี 2553=-
ดวงดาวให้ข้อมูลว่าการเมืองไทย ปลายปีนี้จนถึงช่วงแรกของปีหน้ามีการเคลื่อนไหวกันคึกคัก เพราะไม่เพียงเสาร์ (Saturn) กำลังโคจรเข้าเล็ง (oppose) หรือทำมุม 180 องศาแนบแน่น (ภายใน 1 องศา) กับพุธ (Mercury) ในเรือนชะตาที่ 11 ของดวงเมือง (อันเกี่ยวกับเรื่องการเมือง รัฐธรรมนูญ รัฐสภา และ/หรือการเลือกตั้ง) แต่พลูโต (Pluto) ก็กำลังโคจรเข้าตั้งฉาก (square) หรือทำมุม 90 องศาแนบแน่น (ภายใน 1 องศา) กับตำแหน่งนี้ด้วยเช่นกัน ช่วงนี้จึงมีข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีปรากฏ
มุมตั้งฉากพุธของพลูโตจรอยู่กับเรานานพอสมควร เพราะจะแนบแน่น (ภายใน 1 องศา) ระหว่างวันที่ 14 มกราคม – 9 กรกฎาคม 2553 และวันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 – 14 มกราคม 2554 บอกถึงความขัดแย้งรุนแรงทางการเมืองและ/หรือความคิดเห็นทางการเมืองตลอด ครึ่งแรกของปีหน้า อีกทั้งพลูโตจรก็จะตั้งฉากแนบแน่น (ภายใน 1 องศา) กับเนปจูน (Neptune) ซึ่งเป็นดาวครอง (ruler) เรือนชะตาที่ 11 ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 17 พฤษภาคม 2553 และวันที่ 23 ธันวาคม 2553 – 26 กุมภาพันธ์ 2554 ตอกย้ำถึงความขัดแย้งและสับสนวุ่นวายทางการเมือง
มุมตั้งฉากของพลูโตจรกับพุธให้ความหมายที่คล้ายกับมุมตั้งฉากของพลูโตจร กับศุกร์ (Venus) ในเรือนชะตาที่ 11 ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างปี 2548 – 2549 เพราะทั้งพุธและศุกร์ต่างตั้งอยู่ในเรือนชะตาเดียวกัน ในขณะที่ศุกร์หมายถึงความสมานฉันท์หรือความปรองดอง พุธหมายถึงความคิดเห็นและการเจรจา เมื่อเป็นเช่นนี้ ความแตกแยกในรอบนี้จึงเน้นเรื่องอุดมการณ์หรือความคิดเห็นทางการเมืองที่ ต่างกัน ซึ่งเห็นได้จากความพยายามในการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือการเรียกร้องให้ปฏิรูป ระบบการเมืองของไทย เพราะกรอบและโครงสร้างการเมืองไม่เหมาะสมอีกต่อไป เป็นต้นตอแห่งความแตกแยกในสังคมที่กว้างขวาง รุนแรง และต่อเนื่อง จนยากจะหาทางออก
หากจำกันได้ มุมพลูโตจรตั้งฉากกับศุกร์ระหว่างปี 2548 – 2549 ทำให้การเมืองไทยร้อนแรง แม้ว่าพรรคไทยรักไทยได้ชนะการเลือกตั้งขาดลอยเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2548 ก็ตาม การต่อต้านรัฐบาลของ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ที่เล่นพรรคเล่นพวกและฉ้อราษฎร์บังหลวงอย่างกว้างขวางและโจ๋งครึ่มเริ่มขึ้น หลังเลือกตั้งได้ไม่นาน ความไม่พอใจขยายวงกว้างขึ้นตามลำดับโดยมี นายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นแกนนำกลุ่มต่อต้านรัฐบาล จนกลายเป็นกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและพรรคการเมืองใหม่ใน ปัจจุบัน
การประกาศขายหุ้นกลุ่มชินคอร์ปให้แก่กองทุนเทมาเส็กของสิงคโปร์โดยไม่ เสียภาษีเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2549 กลายเป็นฟางเส้นสุดท้าย ทำให้สถานการณ์การเมืองร้อนระอุขึ้นแบบเอาไม่อยู่ ทั้งในและนอกรัฐสภา จนอดีตนายกฯ ทักษิณต้องแก้เกมด้วยการประกาศยุบสภาเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2549 เพื่อหนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้าน แต่ก็ถูกพรรคการเมืองฝ่ายค้านต่อต้านด้วยการคว่ำบาตรหรือไม่ส่งผู้สมัครรับ เลือกตั้ง เพราะเห็นว่าระยะเวลาเตรียมตัวนั้นกระชั้นชิด เป็นการเอารัดเอาเปรียบ อีกทั้งปัญหาก็ไม่ได้เกิดจากรัฐสภา แต่เป็นความผิดพลาดและปัญหาส่วนตัวของอดีตนายกฯ ทักษิณเอง
การเลือกตั้งที่ตามมาเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2549 จึงถูกประชาชนจำนวนมากคว่ำบาตรด้วยการไม่ลงคะแนนเสียงโดยการกาช่อง “ไม่เลือกใคร” ที่เรียกว่า “โนโหวต” ทำให้หลายสิบเขตไม่มีผู้แทนราษฎร จนต้องมีการเลือกตั้งกันใหม่ แต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (ก.ก.ต.) ก็ถูกสังคมเพ่งเล็งถึงการขาดความเป็นกลางในการจัดการเลือกตั้งซ่อมของวันที่ 23 เมษายน 2549 รวมทั้งการเลือกตั้งที่ผ่านไป เพราะเอื้อประโยชน์ให้พรรคไทยรักไทยชัดเจน
พรรคฝ่ายค้าน รวมทั้งประชาชนที่ไม่พอใจจำนวนมาก จึงได้รวมตัวกันนำเรื่องขึ้นฟ้องร้องต่อศาลต่างๆ  รวมทั้งผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา จนศาลรัฐธรรมนูญได้ประกาศเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2549 ให้ผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2549 เป็นโมฆะและกำหนดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 15 ตุลาคม 2549 ส่วนกรรมการกกต. 3 คนก็ถูกศาลอาญาพิพากษาว่าปฏิบัติหน้าที่มิชอบ โดยการเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคไทยรักไทย เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2549 แต่ยังไม่ทันถึงวันเลือกตั้ง ก็เกิดการปฏิวัติรัฐประหารในวันที่ 19 กันยายน 2549 เป็นการฉีกรัฐธรรมนูญทิ้งอีกครั้ง
ประเด็นจึงมีว่ามุมตั้ง ฉากระหว่างพลูโตจรกับพุธในรอบนี้จะทำให้อุณหภูมิการเมืองร้อนแรงเหมือนปี 2549 หรือไม่ ? หากเป็นเช่นนั้น ก็ย่อมหมายถึงกาลอวสานของรัฐสภาและรัฐธรรมนูญ
ก่อนจะถึงช่วงที่พลูโตจรเล็งพุธแนบแน่นในปีหน้า มรสุมทางการเมืองคงก่อตัวขึ้นแล้ว เพราะเส่าร์จรจะชิงเล็งพุธแนบแน่น (ภายใน 1 องศา) ก่อน หรือตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคมศกนี้ หรือเหลือเวลาอีกเพียง 3 วันเท่านั้น ไปจนถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ปีหน้า บอกถึงปัญหา แรงกดดัน และความท้าทายทางการเมืองที่กำลังตามมา โดยเสาร์จรจะมนต์สนิท (stations) ที่ 4:39 องศาราศีตุลย์ (Libra) ในวันที่ 13 มกราคมปีหน้า ห่างจากการทำมุมเล็งพุธเพียง 8 ลิปดาเท่านั้น นอกจากนี้ ตอนที่เสาร์จรมนต์สนิท ก็ทำมุมกุม (conjunct) หรือ 0 องศากับเนปจูน (Neptune) ซึ่งเป็นดาวครอง (ruler) เรือนชะตาที่ 11 ห่าง 1:22 องศา ตอกย้ำถึงแรงกดดันทางการเมือง
ดาวอีกดวงหนึ่งที่ร่วมวงก่อกวนการเมืองในต้นปีหน้า คือ มฤตยู (Uranus) โดยมฤตยูจรจะกุมศุกร์แนบแน่น (ภายใน 1 องศา) ระหว่างวันที่ 9 มกราคม – 23 กุมภาพันธ์ 2553 มุมเดียวกันนี้ได้สร้างความปั่นปวนและโกลาหลให้บ้านเมืองมาแล้วตอนช่วง สงกรานต์ที่ผ่านมา ซึ่งกลุ่มคนเสื้อแดงได้ล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซี่ยน (ASEAN Summit) ได้สำเร็จ รวมทั้งปิดกั้นถนนและก่อกวนประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ส่วนรัฐบาลก็ต้องแก้เกมด้วยการประกาศใช้พระราชบัญญัติในสถานการณ์ฉุกเฉินและ ส่งกองกำลังทหารเข้าควบคุมสถานการณ์
มฤตยูจรจึงทำให้การเมืองขาดเสถียรภาพได้อีกในปีหน้า รวมทั้งเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองแบบไม่คาดคิด ส่วนทหารก็อาจมีส่วนร่วมในรอบนี้ด้วยเช่นกัน เหมือนตอนช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา เพียงแต่ครั้งนี้จะเป็นการปฏิวัติรัฐประหารอย่างที่หลายคนเป็นห่วงกันหรือ ไม่ ? ซึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีความเป็นไปได้ เพราะศุกร์เป็นดาวครองเรือนชะตาที่ 6 นอกจากนี้ มฤตยูยังหมายถึงการก่อกวน การประท้วง และความปั่นป่วนต่างๆ นานา

ที่มา buddythai.com

Tags: , ,




ธันวาคม 20th, 2009 at 16:13

How to Web

การพัฒนาเว็บ

1)       ใช้ภาษาHTML โดยใส่คำสั่งได้ตามต้องการ ซึ่งไม่เหมาะสำหรับผู้พัฒนาในระดับต้น

2)       ใช้โปรแกรมในการช่วยลงรหัส HTML

3)       ใช้โปรแกรมสร้างเอกสารเว็บ  ซึ่งไม่ต้องศึกษา HTML เท่าไร

ขั้นตอนการพัฒนาเว็บ

1)       วางแผนกำหนดหัวข้อ และเนื้อหาที่จะนำเสนอ

2)       กำหนดชื่อไฟล์ ของเอกสารเว็บ

3)       สร้างโฟเดอร์เฉพาะสำหรับเอกสารเว็บแต่ละชุด/เรื่อง สามารถสร้างโฟเดอร์ย่อยได้

4)       จัดหาภาพหรือสร้างภาพที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา  ซึ่งต้องเก็บไว้ในโฟเดอร์ที่สร้างตามข้อ3

5)       สร้างเอกสารเว็บ โดยลงรหัส HTML หรือใช้โปรแกรมช่วย

6)       ส่งข้อมูลขึ้นแม่ข่าย

7)       ตรวจสอบผลการเรียกดูจากเครื่องแม่ข่าย

————————————————————————————

ทำอย่างไรให้เว็บดังกับกฏ 23 ข้อ
เป็นกฎง่ายๆ ที่บางครั้งเหมือนเส้นผมบังภูเขา ทำตามได้ไม่ยาก เพื่อให้เว็บไซต์เป็นที่ดึงดูดของผู้ใช้มากที่สุด

กฎ 23 ข้อดังต่อไปนี้ เป็นการวิจัยของ 3 สถาบัน ได้แก่ The Poynter Institute, the Estlow Center for Journalism & New Media, และ Eyetools ภายใต้โครงการ “The Eyetrack III” ซึ่งศึกษาถึงกลยุทธ์การออกแบบเว็บไซต์เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ใช้ให้มากที่สุด

1. ตัวอักษรดึงดูดความสนใจได้เร็วกว่าภาพหรือกราฟฟิค

2. จุดแรกที่สายตามองคือ มุมซ้ายบนของหน้าเว็บ

3. ผู้ใช้จะมองไปที่มุมซ้ายบนของเว็บไซต์ ก่อนที่จะเลื่อนสายตาลงมาด้านล่างขวาเรื่อยๆ

4. ผู้ใช้ส่วนใหญ่ไม่สนใจมองแบนเนอร์โฆษณา

5. รูปแบบเว็บไซต์และตัวอักษรที่มีสีสันสะดุดตา มักไม่ได้รับความสนใจจากผู้ใช้

6. แสดงข้อมูลเป็นตัวเลข จะดึงดูดสายตามากกว่าเขียนเป็นตัวอักษร

7. ขนาดตัวอักษรมีผลต่อพฤติกรรมการใช้เว็บ โดยตัวอักษรเล็กๆ จะทำให้คนอ่านอย่างละเอียด ขณะที่ตัวอักษรใหญ่ ทำให้คนมองเป็นอันดับแรก

8. คนส่วนใหญ่อ่านพาดหัวรอง ในกรณีที่น่าสนใจจริงๆ

9. คนมักจะอ่านส่วนล่างของหน้าเว็บแบบผ่านๆ

10. ประโยคหรือย่อหน้าสั้นๆ ดึงดูดความสนใจของคนอ่านมากกว่า

11. รูปแบบเว็บไซต์ที่มีแถวแนวตั้งแถวเดียว ดึงดูดสายตามากกว่าหลายแถว

12. แบนเนอร์โฆษณาที่อยู่บริเวณบนสุดและซ้ายสุด จะดึงดูดสายตามากที่สุด

13. การวางโฆษณาใกล้กับคอนเทนท์ที่ดีที่สุด จะได้รับความสนใจจากผู้ใช้ค่อนข้างมาก

14. โฆษณาแบบตัวอักษรได้รับความสนใจมากกว่าโฆษณาแบบภาพหรือกราฟฟิค

15. ภาพยิ่งใหญ่ ยิ่งดึงดูดความสนใจได้มาก

16. ภาพที่ชัด ดูง่าย และถ่ายบุคคลจริงๆ จะได้รับความสนใจจากคนดู มากกว่าภาพประเภทดีไซน์จัดๆ ภาพนามธรรม (abstract) หรือภาพนายแบบ-นางแบบ

17. หน้าเว็บไซต์ก็เหมือนหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ เพราะฉะนั้น พาดหัวจะได้รับความสนใจมากที่สุด

18. คนส่วนใหญ่มักจะสนใจหัวข้อและเมนูต่างๆ ในเว็บไซต์

19. ถ้ามีบทความยาวๆ ในเว็บไซต์หรือบล็อก หากแยกเนื้อหาออกเป็นข้อๆ จะได้รับความสนใจจากผู้อ่านมากขึ้น

20. ผู้ใช้มักจะไม่อ่านบทความที่ติดกันยาวๆ หลายบรรทัด ดังนั้น ถ้าบทความยาวมาก ควรแตกเป็นย่อหน้าย่อยๆ

21. การดึงความสนใจของคนให้อ่านบทความให้มากและนานที่สุด คือการใช้รูปแบบตัวอักษรที่แตกต่างกันไป เช่น ตัวหนา ตัวใหญ่ ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ หรือตัวอักษรสีต่างๆ แต่ไม่ควรใช้มากเกินไป เพราะทำให้ผู้อ่านหมดความสนใจเช่นกัน

22. เว้นที่ว่างบนหน้าเว็บบ้างก็ดี ไม่ต้องใส่ข้อมูลหรือภาพบนทุกอณูของเว็บก็ได้

23. ปุ่ม navigation ควรวางไว้บนสุดของหน้าเว็บ เพื่อช่วยเหลือผู้ใช้ได้ง่ายที่สุด

—————————————————————————–

เริ่มต้นทำเว็บอย่างไรให้ดัง ????

Tags:




กันยายน 5th, 2009 at 02:37
Posted By: fiatza
Posted in: แม่มดระพีร์

fe4f7feb75adeb9

ทดสอบระบบ เขียนเรื่องใหม่กับแม่มดระพีร์

Tags: , , ,