หมอดูไทย สังคมออนไลน์ของหมอดูแม่นๆ
กุมภาพันธ์ 21st, 2010 at 23:51
Posted By: fiatza
Posted in: ดูดวง

ได้อ่านงานวิจัยของศูนย์วิจัยกสิกรไทยเรื่อง “ธุรกิจหมอดูปี’49 : คนกรุงเทพฯจ่ายเงินดูหมอ 2,400 ล้านบาท” คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับนักโหราศาสตร์จึงขอนำบทคัดย่อมาเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับทุกท่านครับ

ธุรกิจหมอดู เป็นธุรกิจที่ยังคงเติบโตต่อเนื่องไม่ว่าจะอยู่ในช่วงภาวะเศรษฐกิจรุ่งเรืองหรือซบเซา คนกรุงเทพฯส่วนหนึ่งต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่บีบคั้น ทำให้เกิดอาการเครียด ภาวการณ์เช่นนี้ทำให้ทุกคนพยายามหาทางออกที่ดีกว่าให้กับชีวิตและจิตใจของตนเอง โดยที่ปรึกษาที่เป็นทางเลือกหนึ่งของคนกรุงเทพฯจำนวนไม่น้อยคือ“หมอดู” ถึงแม้ว่าในปัจจุบันบรรดาหมอดูที่มีชื่อเสียงจะเพิ่มราคาค่าบริการแต่ก็ยังมีลูกค้าไปอุดหนุนกันอย่างต่อเนื่อง นอกจากการใช้บริการหมอดูเป็นการส่วนตัวแล้ว ในปัจจุบันบรรดาหนังสือและนิตยสารต่างๆก็จะมีการตีพิมพ์คำทำนายชะตาชีวิตสอดแทรกเข้ามาเป็นหนึ่งในคอลัมภ์ประจำให้กับผู้อ่าน ซึ่งบริการหมอดูก็จัดเป็นหนึ่งในคอลัมภ์ยอดฮิตที่มีแฟนประจำไม่น้อยทีเดียว นอกจากนี้ในช่วงที่เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้นก็มีการทำนายชะตาชีวิตทั้งในอินเตอร์เน็ต โทรศัพท์มือถือ และบริการผ่านระบบออดิโอเท็กซ์ ซึ่งบริการเหล่านี้มีทั้งบริการฟรีและต้องเสียค่าใช้จ่าย การดูหมอผ่านทางเทคโนโลยีสารสนเทศต่างๆนี้ทำให้ธุรกิจหมอดูได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มนักเรียน/นักศึกษาหรือกลุ่มเยาวชน ดังนั้นธุรกิจหมอดูจึงเป็นธุรกิจหนึ่งที่น่าสนใจ เนื่องจากเงินที่สะพัดอยู่ในธุรกิจนี้ในแต่ละปีมีมูลค่าไม่น้อยเลยทีเดียว

บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด สำรวจ คนกรุงเทพฯกับการใช้บริการหมอดู ซึ่งเมื่อนำมาคำนวณจากจำนวนคนที่ใช้บริการหมอดู ความถี่ในการใช้บริการ และค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการใช้บริการ คาดว่าในปี 2549 ธุรกิจหมอดูและธุรกิจต่อเนื่องนั้นก่อให้เกิดเม็ดเงินสะพัดในธุรกิจถึง 2,400 ล้านบาท เมื่อเทียบกับในปี 2548 แล้วเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.3 โดยแยกเป็นธุรกิจหมอดูโดยเฉพาะทำให้เกิดเม็ดเงินสะพัดในปี 2549 ประมาณ 1,700 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเม็ดเงินสะพัดในปี 2548 แล้วเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.3 นอกจากนี้ธุรกิจหมอดูยังก่อให้เกิดเม็ดเงินสะพัดในธุรกิจต่อเนื่องอื่นๆ เช่น ธุรกิจทำบุญ/สะเดาะเคราะห์ ธุรกิจหนังสือพยากรณ์ดวงชะตา รวมไปถึงธุรกิจสื่อสารประเภทอินเตอร์เน็ตและออร์ดิโอเท็กซ์ที่ให้บริการดูหมอ เป็นต้น โดยคำนวณได้ว่าในปี 2549 ธุรกิจหมอดูทำให้เกิดเม็ดเงินสะพัดในธุรกิจต่อเนื่องถึง 700 ล้านบาทใกล้เคียงกับในปี 2548

จากการสำรวจพฤติกรรมการใช้บริการหมอดูของกลุ่มตัวอย่างดังกล่าว บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด พบว่า

-ลักษณะการพึ่งพาธุรกิจหมอดู แยกออกเป็นผู้ที่ดูหมอเป็นประจำร้อยละ 23.0 ของกลุ่มตัวอย่าง กลุ่มที่ดูหมอทุกครั้งที่มีโอกาสร้อยละ 33.1 และกลุ่มที่ดูหมอเฉพาะเวลาที่มีปัญหาร้อยละ 38.4 และที่เหลืออีกร้อยละ 5.6 นั้นจะพึ่งบริการหมอดูตามความสะดวก อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับพฤติกรรมการดูหมอของคนกรุงเทพฯที่ทางศูนย์วิจัยกสิกรไทยเคยทำการสำรวจในปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ คือ คนกรุงเทพฯที่เป็นกลุ่มตัวอย่างหันมาสนใจพึ่งพาธุรกิจหมอดูเป็นประจำมากขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

-ปัญหายอดนิยม ปัญหายอดนิยม 3 อันดับแรกที่นำไปปรึกษาหมอดู คือ ปัญหาในเรื่องการงาน ปัญหาเรื่องการเงิน และปัญหาความรัก ซึ่งแตกต่างจากผลการสำรวจในครั้งที่ผ่านมา กล่าวคือคนกรุงเทพฯเริ่มให้ความสำคัญกับปัญหาในเรื่องการงานมากขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับผลสำรวจที่ผ่านมา

-ความถี่ในการใช้บริการหมอดู ในปี 2549 คนกรุงเทพฯที่เป็นกลุ่มตัวอย่างใช้บริการหมอดูเฉลี่ย 5.23 ครั้ง และเสียค่าใช้จ่ายในการดูหมอเฉลี่ย 154.87 บาทต่อครั้ง อย่างไรก็ตามความถี่ในการไปดูหมอและค่าใช้จ่ายในการดูหมอนั้นมีความแตกต่างกันอย่างมากเมื่อเทียบระหว่างกลุ่มตัวอย่างทั้งในแง่ของเพศ ระดับการศึกษาและอาชีพ เนื่องจากคนส่วนใหญ่เสียค่าใช้จ่ายต่ำกว่า 200 บาทต่อครั้ง แต่ก็มีกลุ่มตัวอย่างบางรายยินดีจะจ่ายเกินกว่า 1,000 บาทต่อครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเชื่อถือในตัวหมอดูแต่ละคน

นอกจากนี้เมื่อเทียบกับผลการสำรวจพฤติกรรมการใช้บริการหมอดูจากการสำรวจครั้งที่ผ่านมาแล้วพบว่าทั้งความถี่ในการใช้บริการหมอดูต่อเพิ่มขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการใช้บริการหมอดูมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากบรรดาผู้ที่นิยมดูหมอบางส่วนหันไปใช้บริการหมอดูที่ให้บริการฟรีหรือ จึงพอจะสรุปได้ว่าไม่ว่าหมอดูจะขึ้นราคาค่าบริการแต่คนกรุงเทพฯก็ยังนิยมไปใช้บริการหมอดู

ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการดูหมอของคนกรุงเทพฯ

ปี

ความถี่

(ครั้ง/ปี)

ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย*

(บาท/ครั้ง)

เม็ดเงินสะพัด

เฉพาะการดูหมอ

(ล้านบาท)

เม็ดเงินสะพัด

ธุรกิจเกี่ยวข้อง**

(ล้านบาท)

เม็ดเงินสะพัดรวม

(ล้านบาท)

2544

2.00

200.00

1,000

500

1,500

2545

2.00

300.00

1,500

500

2,000

2548

3.49

270.34

1,600

700

2,300

2549

5.23

154.87

1,700

700

2,400

ที่มา : โพลล์ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

หมายเหตุ : *ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยจะแตกต่างกันอย่างมาก เนื่องจากบางคนไม่เสียค่าใช้จ่าย ในขณะที่บางคน

เสียค่าใช้จ่ายสูงถึง 2,000 บาทต่อครั้ง

**ธุรกิจสังฆทาน สะเดาะเคราะห์อื่นๆ หนังสือ/ตำรา ฯลฯ

-ปัจจัยที่มีอิทธิพลในการเลือกหมอดู ปัจจัยที่มีอิทธิพลในการเลือกหมอดู คือ ร้อยละ 58.7 ของกลุ่มตัวอย่างได้รับการแนะนำจากเพื่อนหรือญาติ ร้อยละ 21.2 ไปดูหมอเพราะได้ยินชื่อเสียงของหมอดู ร้อยละ 14.5 ไปตามคำแนะนำของหนังสือพิมพ์หรือนิตยสาร และที่เหลืออีกร้อยละ 5.7 ไม่ได้เจาะจงหมอดูคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะเพียงแต่โอกาสเอื้ออำนวยให้ดูหมอในช่วงนั้นเท่านั้น อย่างไรก็ตามเป็นที่สังเกตได้ว่าการแนะนำจากเพื่อนหรือญาตินั้นยังคงเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งทุกครั้งที่มีการสำรวจถึงปัจจัยที่มีอิทธิพลในการเลือกหมอดู

อย่างไรก็ตามประเด็นที่น่าสนใจการถูกหมอดูหลอกโดยเฉพาะการเรียกเงินเป็นจำนวนสูงเพื่อทำพิธีสะเดาะห์เคราะห์/ทำเสน่ห์ ซึ่งนับว่าเป็นประเด็นที่ต้องระมัดระวังมากขึ้น โดยบรรดาหมอดูที่ดีมีจรรยาบรรณต่อวิชาชีพนั้นมีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ก็ต้องยอมรับว่ามีมิจฉาชีพแฝงตัวอยู่ในธุรกิจหมอดูด้วย โดยอาศัยความเชื่อถือวิชาชีพหมอดูเพื่อเอารัดเอาเปรียบ ซึ่งก็มีข่าวคราวปรากฏในสื่อต่างๆอยู่เสมอ คนกรุงเทพฯที่ใช้บริการหมอดูนั้นร้อยละ 14.6 ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดระบุว่าถูกหมอดูหลอก ร้อยละ 49.9 นั้นไม่แน่ใจว่าถูกหลอกหรือไม่ และร้อยละ 35.5 นั้นไม่เคยถูกหมอดูหลอก

นอกจากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการทำบุญ/สะเดาะห์เคราะห์แล้วบริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ยังสำรวจพบว่าคนกรุงเทพฯที่สนใจธุรกิจหมอดูร้อยละ 39.7 ซื้อหนังสือทำนายดวงชะตามาอ่าน ร้อยละ 32.3 ซื้อทัวร์เพื่อตระเวนไหว้พระในประเทศ ร้อยละ 4.8 ซื้อเทป/ซีดีทำนายดวง และร้อยละ 2.3 ซื้อทัวร์เพื่อไหว้พระในต่างประเทศ และที่เหลืออีกร้อยละ 20.9 เลือกทำกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหมอดู ซึ่งกิจกรรมที่นิยมมากที่สุดคือการเลือกเรียน/ศึกษาหมอดู ซึ่งเมื่อนำมาคำนวณเป็นเม็ดเงินสะพัดในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องเหล่านี้แล้วพบว่าก่อให้เกิดเม็ดเงินสะพัดประมาณ 200 ล้านบาท ธุรกิจเกี่ยวกับอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ในการดูหมอ โดยเฉพาะตำราที่ใช้ประกอบในการดูหมอ ซึ่งมีวางจำหน่ายอย่างหลากหลาย สำหรับผู้ที่สนใจจะหาซื้อไว้เพื่อศึกษาด้วยตนเอง หรือซื้อไปใช้สำหรับการประกอบอาชีพหมอดูในอนาคต โดยในร้านจำหน่ายหนังสือหลายแห่งจัดวางหนังสือเกี่ยวกับหมอดูไว้เป็นมุมเฉพาะเพื่อตอบสนองผู้อ่านที่สนใจหนังสือด้านนี้ ส่วนอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็นไพ่ป๊อก ไพ่ทาโร่หรือไพ่ยิปซี แว่นขยาย ปฏิทิน 100 ปีสำหรับดูตำแหน่งของดาวต่างๆในวันเกิดของผู้ที่ต้องการดูหมอ ฯลฯ ซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้ในการดูหมอเหล่านี้มียอดขายเพิ่มขึ้นตามความนิยมของธุรกิจหมอดู โดยบรรดาหมอดูสมัครเล่นต้องการซื้ออุปกรณ์เหล่านี้เพื่อไปประกอบในการศึกษาตำราหมอดู ธุรกิจหนังสือและเทปพยากรณ์ดวงชะตา โดยเฉพาะหนังสือและเทปเฉพาะกิจที่เป็นคำทำนายดวงชะตาตลอดทั้งปีตามดวงวันเกิด 12 ราศี ซึ่งจะออกวางจำหน่ายในช่วงปลายปีและต้นปี หนังสือและเทปดังกล่าวนี้มีวางจำหน่ายในร้านขายหนังสือและได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และธุรกิจโรงเรียนสอนการพยากรณ์ดวงชะตา ปัจจุบันคนกรุงเทพฯสนใจดูหมอมาก ทำให้อาชีพหมอดูเป็นอาชีพหนึ่งที่น่าสนใจ เนื่องจากมีโอกาสที่จะมีรายได้งามถ้ามีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ จึงไม่น่าแปลกใจที่ในปัจจุบันมีผู้ที่เป็นหมอดูสมัครเล่นมากมายที่สนใจศึกษาด้วยตนเอง และการเรียนรู้จากบรรดาอาจารย์หมอดูทั้งหลาย ดังนั้นโรงเรียนสอนการพยากรณ์ดวงชะตานั้นจึงเป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มแจ่มใสไม่น้อยเลยทีเดียว

ที่มา ศูนย์วิจัยกสิกรณ์ไทย

Tags: , , , , , ,




กุมภาพันธ์ 21st, 2010 at 23:47
Posted By: fiatza
Posted in: ดูดวง

ดวง หรือ Horoscope ในภาษาไทย ดวงชะตา หมายถึง เกณฑ์ที่กำหนดชีวิตของคน หรือสัตว์ ตลอดจนบ้านเมือง อาจกล่าวได้ว่า ดวงชะตา ของแต่ละบุคคล หรือแต่ละชีวิต หรือแต่ละสถานที่ย่อมมีความแตกต่างกันไป ตามช่วงเวลา, ระยะเวลาที่ชีวิต หรือสิ่งเหล่านั้นกำเนิดขึ้รวมถึงสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ก็มีผลต่อ ดวงชะตา เช่นกัน จะเห็นว่าหลาย ๆ คนนิยมตรวจสอบ ดวงชะตา ของตนเอง หรือสภาพแวดล้อมที่ตนเองอาศัยอยู่

ทั้งนี้ก็เพื่อให้ทราบพื้นฐานความเป็นมาของ ดวงชะตา ตลอดจนข้อมูลในอนาคต หรือที่เรียกกันว่า ชะตากำหนด ทั้งนี้ก็เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้น มามาคำนวณหาทางปรับแก้ที่ดีที่สุด เพื่อการดำรงอยู่ในทางที่เหมาะที่ควรในอนาคต ซึ่งเราหลาย ๆ คนคงจะเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับการเสริมดวง, การผูกดวง ฯลฯ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละบุคคล ถือเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในการดำรงชีวิต

(ที่มา เว็บกระปุก.คอม)

การดูดวงเป็น กิจกรรมเพื่อรับรู้ดวงชะตาของบุคคลหรือสถานที่ เช่นดวงเมืองเพื่อจะรับทราบข้อมูลในอนาคตตามแต่ความเชื่อและขอคำแนะนำในการตัดสินใจ การดูดวงจะมีคำทำนายเป็นผลลัพธ์ ผู้ที่ทำนายเรียกว่า หมอดู และผู้ที่ถูกดูเรียกว่า เจ้าชะตา การดูดวงมีมาแต่ครั้งโบราณ แม้กระทั่งยามออกรบ ก็จะดูดวงชะตาว่าควรรบหรือไม่ การดูดวงถือว่าเป็นกิจกรรมเพื่อสร้างความมั่นใจอย่างหนึ่ง

ปัจจุบันการดูดวงมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละบุคคล ซึ่งเรื่องส่วนใหญ่ที่นิยมนำมาดูดวง คือ เนื้อคู่ความรักหน้าที่การงานการศึกษาการค้าและ การเงิน

การดูดวงด้วยวิธีต่างๆ

การดูดวงตามวันเกิด

  • ทำนายดวงตามราศี(ราศีเมษราศีพฤษภราศีเมถุนราศีกรกฎราศีสิงห์ราศีกันย์ราศีตุลย์ราศีพิจิกราศีธนูราศีมังกรราศีกุมภ์ราศีมีน)
  • ทำนายดวงตามวันเกิดในรอบสัปดาห์(วันอาทิตย์วันจันทร์วันอังคารวันพุธวันพฤหัสบดีวันศุกร์วันเสาร์)
  • ทำนายดวงตามปีนักษัตร(ชวดฉลูขาลเถาะมะโรงมะเส็งมะเมียมะแมวอกระกาจอกุน)
  • ทำนายดวงตามชื่อ
  • ธาตุหลักทั้ง 4
  • กราฟชีวิต

การดูดวงด้วยการเสี่ยงทาย

  • การดูดวงด้วยไพ่ป๊อก
  • การดูดวงด้วยไพ่ทาโรต์
  • การเสี่ยงเซียมซี
  • การเสี่ยงทายด้วยทราย
  • การเสี่ยงทายด้วยหนังสือ

การดูดวงด้วยรูปพรรรณของเจ้าชะตา

  • การดูลายมือ
  • การดูลายเท้า
  • การดูโหงวเฮ้ง

จิตวิทยากับการดูดวง

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า เหตุผลที่การดูดวงเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายนั้นมีสาเหตุมากกว่าไสยศาสตร์หมอดูใช้หลักทางจิตวิทยาหลายประการเช่น

  • การดูดวงช่วยลดความกังวลให้กับผู้รับฟัง
  • การดูดวงสร้างความบันเทิงให้กับผู้รับฟัง
  • หมอดูมักจะพูดสิ่งที่ผู้รับฟังคำทำนายอยากจะได้ยิน
  • คำทำนายมักจะเป็นคำทำนายกว้างๆ และเป็นสิ่งที่เป็นความจริงทำให้โอกาสในการทำนายผิดพลาดมีน้อย
    (ที่มา พรทิพย์070.212คาเฟ่.คอม)

อยากดูดวงกับหมอดู คลิกที่นี่

Tags: , , , , , , ,




ธันวาคม 5th, 2009 at 10:36
Posted By: fiatza
Posted in: สุขภาพกับราศี

ราศีธนู (23 พฤศจิกายน – 20 ธันวาคม)
ด้วยความที่เป็นคนทุ่มเทเต็มที่กับเรื่องกิน เรื่องดื่มเป็นพิเศษ ทำให้ชาวราศีนี้มีโอกาสเป็นโรคตับอักเสบ โรคตับแข็งและโรคพิษสุราเรื้อรังมากกว่าชาวราศีอื่น เพราะฉะนั้นเลิกดื่มซะเถอะ ราศีธนูหมายถึงร่างกายส่วนตับและถุงน้ำดี ทำให้ชาวราศีธนูมีโอกาสเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดีสูง ซึ่งโรคนี้มักทำให้คุณเกิดอาการปวดท้องประมาณ 15 นาที ถึง 1 ชั่วโมงหลังรับประทานอาหารเสร็จ ถ้าอยากให้อาการดีขึ้นลองทานอาหารประเภทโปรเท้า คาร์โบไฮเดรต หรือวิตามินเสริมที่ช่วยให้เกิดการดูดย่อยไขมันได้ดี

Tags: